
"หนังสือ"อาหารสมองส่งเสริมพัฒนาการเด็ก
สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 39 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 9 (Bangkok International Book Fair 2011) จัดขึ้นวันที่ 25 มีนาคม-6 เมษายน 2554 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้แนวคิด เปิดหนังสือคือเปิดโลกกว้างไม่รู้จบ Open a book : Ope
เริ่มกันที่การประดิษฐ์ของเล่นในบูธของมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก ภายใต้การดูแลของ เรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป กรรมการผู้จัดการมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก ที่ประดิษฐ์เต่าดุ๊กดิ๊ก โดยมี คัธริน กอประคอง อาสาประดิษฐ์เต่าดุ๊กดิ๊ก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สอนให้เด็กได้ระบายสีบนตัวของเต่าให้ตรงช่องที่เป็นรูปทรงเรขาคณิต กระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อมัดเล็ก เด็กจะเกิดความสนใจอยากประดิษฐ์ของเล่น อยากทำอยากลอง แล้วนำสิ่งประดิษฐ์นี้ไปบูรณาการในการเล่านิทาน
ด.ญ.นลินี เข็มทอง ที่เข้าร่วมกิจกรรม ประดิษฐ์เต่าดุ๊กดิ๊ก บอกว่าชอบฟังนิทานมาก ทำให้มีจินตนาการถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นสร้างแรงบันดาลใจให้ทำความดี สอนในเรื่องการแบ่งปัน การมีน้ำใจ ช่วยเหลือผู้ที่ด้อยกว่าและยังทำให้รู้ถึงความรักความอบอุ่นของพ่อแม่ ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน และมีความรู้มากขึ้นเมื่ออ่านหนังสือ
ส่วนสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช จำกัด จัดโครงการ 1 TWP English Talent ให้นักเรียนแต่งนิทานภาษาอังกฤษส่งเข้ามาประกวด เน้นคุณธรรม จริยธรรม ควบคู่ความคิดสร้างสรรค์ ผลปรากฏว่า สุทธิ์ศักดิ์ วิเศษวงษา นักเรียน ม.6 ร.ร.จุฬาภรณราชวิทยาลัย จ.พิษณุโลก ชนะเลิศอันดับที่ 1 จากการเล่านิทานภาษาอังกฤษเรื่อง George the Greedy เรื่องการมองคนว่า อย่ามองแค่ภายนอก ให้ศึกษาภายในจิตใจด้วย เป็นการ์ตูนที่สอดแทรกคุณธรรม อย่าเห็นแก่ตัว ใช้รูปแบบ Stop motion
การอ่านการ์ตูนที่มีเนื้อเรื่องเป็นภาษาอังกฤษ เป็นเครื่องมือที่ใช้ปลูกฝังให้เด็กเป็นคนที่รักการอ่านและรักภาษาอังกฤษไปพร้อมๆ กัน อาจเริ่มจากการดูภาพ แล้วค่อยๆ มาฟังเสียงของการ์ตูน พัฒนาเริ่มแปลคำศัพท์จากที่ง่าย คำไหนที่ยากก็จะเปิดดิกชันนารีช่วย ฝึกพูดภาษาอังกฤษ เล่นเกม แค่นี้ภาษาอังกฤษก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
การอ่านสร้างจินตนาการไม่รู้จบ ไม่ว่าจะอ่านหนังสือแนวไหนก็ตาม แถมยังทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ทำกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่อง เช่น ปุณฑริญา ทองแท้ ที่ชอบอ่านนิยายแปลแฟนตาซี เพราะเนื้อเรื่องสนุกสนาน ไม่ยืดเยื้อ สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม เช่น ความกล้าหาญ มิตรภาพ การเสียสละ การให้อภัยกัน คิดออกนอกกรอบ คิดสร้างสรรค์ มิตรภาพเป็นสิ่งที่สวยงามและไม่สามารถตีค่าได้ ล่าสุดปุณฑริญาได้แรงบันดาลใจจนร่วมประกวดการแต่งกาย Cosplay ตามนิยายแฟนตาซีของ อี้ หว่อ (Yu Wo) ของสำนักพิมพ์เอ็นเธอร์บุ๊คส์ อีกด้วย
นอกจากนี้ บอร์ดเกม ลาฟลอร่า ผจญภัยในแดนสยาม สำนักพิมพ์พิคแอนด์เพลย์ ที่อิงเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของชาติไทย ที่สอดแทรกความรู้เรื่องสถานที่สำคัญทางภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ของไทย ฝึกทักษะด้านการใช้เหตุผลการวางแผนและแก้ไขปัญหาจากการวางกลยุทธ์บนบอร์ดเกม เรียนรู้การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นผ่านการเล่นบอร์ดเกมความรู้ ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยให้เด็กไทยรักการอ่านไปในตัว
ณิชมน มหาพฤกษารัตน์ นักเรียน ม.2 โรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา บอกว่าการเล่นเกม ต้องมีสติฝึกสมาธิ ช่วยให้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ มีความรู้ในการเดินทางในประเทศไทย สอนให้เยาวชนเป็นคนที่มีความจำดี และยังช่วยพัฒนาความคิด ให้เด็กมีสมาธิที่ยาวขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย
อภิญญา ปัญญไพโรจน์ บรรณาธิการสำนักพิมพ์ Pick & Play อธิบายว่า ผู้ปกครองสมัยใหม่ ควรรู้การเปลี่ยนแปลงไปของสังคมโลก การใช้สื่อการเรียนการสอนควรเริ่มต้นที่เด็กก่อน ดูว่าเด็กชอบที่จะเรียนเรื่องอะไร แล้วจึงต่อยอดการพัฒนาความรู้นั้นไปเรื่อยๆ เด็กจะได้มีความรู้ความสามารถ ทำให้เด็กมีความเก่งได้ แล้วเกิดความคิดสร้างสรรค์ควบคู่ไปด้วย เป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้ผู้ที่สนใจหาซื้อมาเล่นได้
การปลูกฝังให้เด็กรักการอ่านง่ายๆ พ่อ แม่ ควรอุ้มลูกนั่งตัก แล้วอ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่เด็กๆ อ่านเมื่อไรก็ได้ และอ่านที่ไหนก็ได้ แต่ต้องอ่านทุกวันวันละ 5-10 นาที มันจะเป็นประโยชน์เมื่อเขาโตขึ้น ช่วยให้เด็กเรียนได้ดีที่สุด ที่สำคัญทำให้บรรยากาศในบ้านอบอุ่น พ่อแม่ลูกได้ใกล้ชิดและมีความสุขนั่นเอง วันหยุดนี้อย่าลืมพาลูกไปหาอาหารสมองมาอ่านกันนะคะ



