ไลฟ์สไตล์

 การบรรยาย“บ้าน + อพาร์ตเม้นท์”ไม่บานสายพันธุ์ใหม่ในภาวะวิกฤติ

การบรรยาย“บ้าน + อพาร์ตเม้นท์”ไม่บานสายพันธุ์ใหม่ในภาวะวิกฤติ

02 เม.ย. 2554

สวัสดีครับแฟนๆ ชาวคนรักบ้าน ในวันอาทิตย์ที่ 3 เมษายนนี้แล้ว ที่ผมมีนัดสำคัญกับชาวคนรักบ้านที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ โดยผมจะขึ้นเวทีบรรยายแบบ “เดี่ยวไมโครโฟน” มาราธอน 4 ชั่วโมงเต็ม ในหัวข้อ

 “บ้าน+อพาร์ตเม้นท์ ไม่บาน “สายพันธุ์ใหม่” ในสภาวะ “วิกฤติ” ที่สวยที่สุดและประหยัดที่สุดในซอย”  โดยเริ่มต้นตั้งแต่เวลา14.00 เป็นต้นไป ณ ห้องมีตติ้งรูม 3 จะว่าไปแล้วแฟนๆ ท่านใดที่อยากฟังก็คงมีโอกาสได้ฟังกันลำบากสักหน่อยแล้วครับ เพราะเกิดปรากฏการณ์ “เต็มจนล้น”  ต้อง “เสริมแล้วเสริมอีก”

สาระสำคัญในการบรรยายครั้งนี้ คือ การที่ผมพยายามจะทำ “หน้าที่ทางจริยธรรม” เป็นเสมือน “สุนัขเฝ้าบ้าน” เตือนสติบรรดา “ชาวคนรักบ้าน” ในสภาวะ “วิกฤติ” ในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม อีกทั้งยังถูกกระหน่ำซ้ำเติมแบบไม่ให้ตั้งตัวจาก “ภัยพิบัติทางธรรมชาติ” ที่นับวันจะคืบคลานเข้ามาคุกคามมากขึ้นทุกทีและถี่ยิ่งขึ้น คงยังสะเทือนใจกับเหตุ การคลื่นยักษ์ “สึนามิ”และ “แผ่นดินไหว” ขนาด 8.9 ริกเตอร์ ที่ “ญี่ปุ่น” ทำให้ทั้งโลกต้องช็อกกับความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินคิดเป็นมูลค่ามหาศาล รวมทั้งการระเบิดของ “เตาปฏิกรณ์ปรมาณู”  ของ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ “ฟูกูชิมะ” เป็นผลให้ “สารกัมมันตรังสี” ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ  จนบัดเดี๋ยวนี้ก็ยังคงหาวิธีแก้ไขปัญหากันอยู่

ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาก็เกิด “แผ่นดินไหว” ขนาด 6.7 ริกเตอร์ ขึ้นอีกครั้งใน “พม่า” มีศูนย์กลางอยู่ที่ “รัฐฉาน”  ทำให้ผู้คนบาดเจ็บล้มตายและสูญหายกันไปมิใช่น้อย ผลจากแผ่นดินไหวในครานี้ ทำให้โบราณสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น “พระธาตุเชียงแสน” ที่ “เชียงราย” มีอายุเก่าแก่กว่า  680  ปี บางส่วนเสียหายพังทลายลงมา รวมถึง “พระธาตุแช่แห้ง”  และ “วิหารหลวง” ที่ “น่าน” มีรอยร้าว มิหนำซ้ำก็ยังเกิด “แผ่นดินไหว” ที่ “ลาว” ขนาด  4.8 ริกเตอร์ ขึ้นอีกระลอก รวมทั้งเกิด “อาฟเตอร์ช็อก” ตามมาอีกนับร้อยครั้ง ข่าวคราวเกี่ยวกับ “แผ่นดินไหว” ไม่ทันจางหายก็เกิด “พายุฝน” และ “น้ำท่วมฉับพลัน” ในภาคใต้กินพื้นที่หลายจังหวัด
ดังนั้น เมื่อตกอยู่ในสภาวะ “วิกฤติ” เช่นนี้ คงต้องถามกลับว่านับแต่นี้จะต้องเตรียมตัวอย่างไร เพื่อรับมือกับ “ภัยพิบัติ” ต่างๆ  จะว่ากันไปแล้ว นี่เป็นเพียงแค่ภัยที่เกิดจากธรรมชาติเท่านั้นนะครับ ไม่นับภัยที่เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์ด้วยกันเอง เช่น  “ภัยสงคราม” ที่กำลังเกิดขึ้นในภูมิภาค “ตะวันออกกลาง” และ “แอฟริกาเหนือ” ที่ผมเรียกว่าปรากฏการณ์   “ARAB - UPRISINGS” ที่เริ่มประทุขึ้นที่ “ตูนิเซีย” แล้วลุกลามบานปลายไปทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง และมาหนักหนาสาหัสกันจริงๆ  จังๆ ที่ “ลิเบีย” ที่วันนี้ยังตกอยู่ในสภาพ “สงครามกลางเมือง” ที่ไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงง่ายๆ 

“วิกฤติ” ต่างๆ เหล่านี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น นี่ยังไม่นับรวม “วิกฤติ” ทางเศรษฐกิจใน “อเมริกา” อันเกิดจาก “อสังหาริมทรัพย์ที่ด้อยค่า” ที่เรียกกันว่าวิกฤติ “ซัพไพรม์”ยังเป็นปัญหาแก้กันไม่ตก ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ทำให้เกิดสภาวะ “เศรษฐกิจโลกถดถอย” และเกิดสภาวะ “เงินเฟ้อ” อย่างรุนแรง เพราะรัฐบาล “อเมริกัน” ใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบง่ายๆ โดยการ พิมพ์ “แบงก์ดอลลาร์” หลายแสนล้านดอลลาร์อัดฉีดเข้าไปในระบบเพื่อพยุงเศรษฐกิจทั้งระบบมิให้ล้มครืนลงมา 
นี่ยังไม่นับรวมถึง “วิกฤติการณ์ทางการเงิน” ในกลุ่มประเทศ “อียู”  ซึ่งหลายประเทศตกอยู่ในสภาวะล้มละลายเพราะใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเกินตัว ดังนั้นพอถึงเวลาชำระหนี้ก็ไม่มีปัญญาชดใช้ เลยต้องปล่อยทิ้งให้เป็น “หนี้เน่า” ตกอยู่ในสภาพ “ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย”  (แบบที่บรรดาเศรษฐีไทยที่ “ล้มบนฟูก” ชอบประพฤติปฏิบัติกัน) ก็เลยพากันล้มระเนระนาดแบบ “โดมิโน” เป็นผลให้ค่าของเงินสกุล “ยูโร” เกิดอาการผันผวนอย่างหนัก ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจของโลกโดยรวมอีกระรอกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

รวมทั้งยังไม่นับ “วิกฤติ” ทาง การเมืองในประเทศ ที่หลายฝ่ายยังสนุกอยู่กับการเล่น “กีฬาสี”  และ ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีการเสียชีวิตเป็นรายวัน ยิ่งแก้ก็ยิ่งยุ่งเป็น “วัวพันหลัก” ตลอดจนเหตุการณ์ขัดแย้งกับแนวชายแดน “เขมร” โดยเฉพาะบริเวณ “เขาพระวิหาร” และพื้นที่ทับซ้อน 4.2 ตารางกิโลเมตร ที่มีความพยายามของกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ที่จะนำเอาความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศมาเป็นเงื่อนไขผูกพ่วงไปกับการเมืองระหว่างประเทศ  

 ในสภาวะ “วิกฤติ” ที่รุมเร้ารอบด้านเช่นนี้เราจะบริหารจัดการอย่างไร (Crisis Management ) และจะทำการวิเคราะห์เจาะลึกเพื่อหาทางออกในสภาวะ “วิกฤติ”อย่างไรเมื่อเกิดสถานการณ์ที่เลวร้ายแบบสุดๆ  (Worst - Case  Scenario  Analysis) ถ้าอยากรู้ก็ขอเชิญไปฟัง “วิสัยทัศน์” (Visionary ) ของผม อันนำไปสู่ “กระบวนทัศน์” (Missionary)  ในการที่ได้มีโอกาสลงมือปฏิบัติจริงซึ่งผมจะได้นำเอาบรรดา โครงการน้อยใหญ่กว่า 40  โครงการ ที่ผมได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมมานำเสนอ โดยเริ่มตั้งแต่ “บ้านไม่บาน” ราคาแสนบาท ++ ไปจนถึง “อพาร์ตเม้นท์ไม่บาน” ที่มีมูลค่าหลายสิบล้านบาท ++ ครับ  รวมทั้งตีแผ่ข้อดี-ข้อด้อยว่าสิ่งใดควรทำแบบ “รู้เขารู้เรา”และสิ่งใดไม่ควรทำ เพื่อจะได้นำไป “ต่อยอดทางความคิด” จะได้ไม่ต้องมาทำผิดกันซ้ำแล้วซ้ำอีกครับ

 สำหรับแฟนๆ  ชาวคนรักบ้านที่สนใจใฝ่รู้ในวันพรุ่งนี้ก็ไปฟังกันได้ครับ และสำหรับแฟนๆ ที่มีปัญหาค้างคาใจในทุกประเด็นเกี่ยวกับ “บ้านไม่บาน”, “อพาร์ตเม้นท์ไม่บาน” , “โรงแรมรีสอร์ทไม่บาน”,  “คอนโดมิเนียมไม่บาน”  ฯลฯ ก็นำเอาสิ่งที่ค้างคาใจไปปรึกษาหารือกับผมหลังการบรรยายเสร็จสิ้นลง   แล้วผมจะฟันธงลงไปแบบซื่อแบบตรงว่าจะ “ทำได้หรือไม่ได้”  จะ “ทำดีหรือไม่ทำดี”  รวมทั้งจะ “ทำอย่างไรให้ดี”  ที่เตรียมเปิดทาง “หนีทีไล่” เอาไว้เมื่อสถานการณ์ทุกอย่างตกอยู่ในสภาวะ “วิกฤติ”   และแฟน ๆ ชาวคนรักบ้าน ท่านใดที่อยู่ไกลหรือติดธุระปะปังมาร่วมฟังการบรรยายไม่ได้ก็สามารถฝากคำถามหรือข้อข้องใจถึงผมได้เป็นการไปรเวทที่ คุณเพลินผกา  08-1421-8323 หรือ 0-2245-1399  แล้วผมจะติดต่อกลับไปโดยด่วนครับ