
อัญเชิญพระพุทธรูปหยกสักการะสงกรานต์
อัญเชิญพระพุทธรูปหยก -เทวดานพเคราะห์ 9 องค์สักการะสงกรานต์ ให้เทพยดาป้องกันภัยภิบัติ 13-15 เม.ย. ณ ศาลาสำราญมุขมาตย์ พิพิธภัณฑ์ พระนคร ด้าน พระราชครูวามเทพมุนี เผย เป็นการสร้างกุศล และอวยพรให้ประเทศชาติสงบสุข
เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2554 ที่พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รมว.วัฒนธรรมเป็นประธานเปิดงาน “100 ปีกรมศิลปากร ขอพรพระคเณศ” พร้อมเปิด นิทรรศการพิเศษ “พระคเณศ เทพแห่งศิลปากร” โดยนายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี 2554 กรมศิลปากรได้อัญเชิญพระคเณศ จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 11 แห่ง จำนวน 32 รายการ มาจัดแสดงรวมกัน ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เป็นครั้งแรกของประเทศ เพื่อให้ประชาชนสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และครอบครัว โดยจะเปิดให้เข้าชมและสักการะได้ ตั้งแต่วันที่ 2-24 เม.ย. ที่สำคัญ ทุกวันอาทิตย์จะเปิดโอกาสให้ประชาชน นำเครื่องสักการะประเภทข้าวตอกดอกไม้มาขอพรเป็นกรณีพิเศษด้วย
นายเอนก สีหามาตย์ รองอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า นอกเหนือจากการจัดแสดงพระคเณศแล้ว กรมศิลปากรยังได้จัดกิจกรรม เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ เพื่อสืบทอดประเพณี และธรรมเนียมปฏิบัติของคนไทยที่สืบทอดมาอย่างช้านาน และเพื่อเป็นการเสริมสิริมงคลตามแบบแผนประเพณีไทย โดยจะเปิดให้ประชาชนเข้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เพื่อเข้าชมนิทรรศการพิเศษ และไหว้พระ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ 13-15 เมษายน โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม
นายเอนก กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังได้มีกิจกรรมพิเศษ ด้วยการอัญเชิญพระพุทธรูปหยกฝีมือช่างฟาแบร์เช่ ซึ่งเป็นช่างฝีมือชั้นสูงที่ผลิตผลงานถวายราชวงศ์ไทยตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และการสรงน้ำพระเคราะห์ 9 พระองค์ ตามแบบของเจ้าฟ้าอิศราพงศ์ ใช้ในการพระราชพิธีหลวง ประกอบด้วย พระอาทิตย์ ทรงราชสีห์ พระจันทร์ ทรงม้า พระอังคาร ทรงมหิงสา พระพุธ ทรงคชสาร วันพฤหัสบดี ทรงกวาง วันศุกร์ ทรงโค วันเสาร์ ทรงพยัคฆ์ พระราหู ทรงพญาครุฑ และ พระเกตุ ทรงนาค เพื่อเปิดให้ประชาชนเข้าสรงน้ำ ณ ศาลาสำราญมุขมาตย์ ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พร้อมชมนิทรรศการเรื่อง ศกสงกรานต์ และประวัติพระพุทธรูปฟาแบร์เช่ และพระเคราะห์ ด้วย ทั้งนี้ กรมศิลปากร มีความประสงค์อันยิ่งใหญ่ ที่ปรารถนาให้เทพยดาผู้มีฤทธิ์อำนาจช่วยเหลือป้องกัน และป้องกันทุกข์ภัยพิบัติทั้งปวง นำซึ่งความสุขในวันขึ้นปีใหม่ไทย รวมทั้งยังเป็นการเสริมสร้างบารมีให้ดวงชะตาดีเด่น เพื่อนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าของชีวิตของคนไทยทั้งในปัจจุบันและอนาคต
รองอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวอีกว่า สำหรับประติมากรรมรูปเทวดานพเคราะห์ เป็นศิลปะรัตนโกสินทร์ ประมาณรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 หล่อขึ้นตามแบบเทวดานพเคราะห์ของเจ้าฟ้าอิศราพงศ์ ดังปรากฏภาพในสมุดไทย หมวดตำราภาพเล่มที่ 70 สำนักหอสมุดแห่งชาติ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับภาพจิตรกรรมเทวดานพเคราะห์บนบานประตูหน้าต่างด้านใน ของพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) สำหรับความพิเศษของประติมากรรมชุดนี้ คือ การถ่ายทอดรูปแบบของเทวดานพเคราะห์ที่เคยเห็นปรากฏอยู่ในภาพวาด ให้ออกมาเป็นประติมากรรมแบบลอยตัว แสดงท่าทาง เอกลักษณ์ของเทวดานพเคราะห์ได้อย่างสมจริงและมีชีวิตชีวา ยังคงรักษาเอกลักษณ์ และเอกลักษณะของเทพแต่ละองค์ไว้ได้ย่างสมบูรณ์
พระราชครูวามเทพมุนี หัวหน้าพราหมณ์เทวสถาน โบสถ์พราหมณ์ กล่าวว่า การบูชาเทพยาดานพเคราะห์ ถือเป็นเครื่องหมายของความเป็นสิริมงคล ถือเป็นการแสดงความกตัญญูต่อเทพยดาประจำวันเกิด ซึ่งถือเป็นผู้มีมหิทธิฤทธิ์อำนาจช่วยเหลือป้องกันและปลดเปลื้องทุกข์ภัยพิบัติทั้งปวง ซึ่งนิยมทำกันเป็นรอบๆ ละ 12 ปี เพื่อขอพรเทพยดาดาวพระเคราะห์ ซึ่งสถิตในดวงชะตาให้มาช่วยปัดเป่าทุกข์ภัย บันดาลให้เกิดสวัสดิมงคลในการดำเนินชีวิต ซึ่งการจัดพิธีสรงน้ำพระเคราะห์ในเทศกาลสงกรานต์นั้น ประชาชนจะได้ร่วมกันสร้างบุญกุศลให้กับตนเองและร่วมกันขอพรให้ประเทศชาติสงบสุข และยังถือเป็นการสืบสานวัฒนธรรมโบราณให้คงอยู่ต่อไปด้วย



