ไลฟ์สไตล์

คมเลนส์ส่องพระ   (เสาร์ที่ 2 เมษายน 2554)

คมเลนส์ส่องพระ (เสาร์ที่ 2 เมษายน 2554)

02 เม.ย. 2554

   *** พรุ่งนี้ วันอาทิตย์ที่ ๓ เมษายน มีงานประกวดพระที่ โรงเรียนสามชุกรัตนโภคาราม อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี เฉพาะพระ หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ รวม ๓๙๖ รายการ จัดโดย นักพระเครื่องและชาวสุพรรณบุรี รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ สมุดบันทึก (ไดอารี่) มีประวัติ เกร็ดความรู้ อภินิหาร ภาพพระที่หาชมยากของหลวงพ่อ พร้อมด้วยธรรมะบรรยาย...

 ** ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อากาศในเมืองไทยแปรปรวนน่าดู อยู่ๆ ก็หนาวขึ้นมาอย่างจับใจ ขณะเดียวกัน ภาคใต้ เกิดฝนตกหนัก พายุเข้า จนเกิดน้ำท่วมในหลายท้องที่ สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว หลังจากที่เราได้ส่งกำลังใจและความช่วยเหลือไปให้ ชาวญี่ปุ่น ผู้เคราะห์ร้ายในเหตุการณ์แผ่นดินไหว สึนามิ และภัยกัมมันตภาพรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ กันแล้ว มาถึงวันนี้เราก็ต้องหันมาช่วยเหลือ พี่น้องคนไทย เรากันเองด้วย...น้ำใจคนไทยไม่เคยเหือดแห้ง ไม่ว่าจะเกิดเภทภัยใดๆ ก็ตาม

 ** คมเลนส์ส่องพระ วันนี้ขอเริ่มกันที่พระแท้จากรังใหญ่ พระสมเด็จ พิมพ์สังฆาฏิ กรุวัดใหม่อมตรส บางขุนพรหม สวยสมบูรณ์คมชัดมาก เสน่ห์ของพระองค์นี้คือ มีคราบกรุปรากฏอยู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้ดูง่ายขึ้น เอกลักษณ์สำคัญของพระพิมพ์นี้ คือ หน้าอกเป็นร่อง จนดูเหมือนกับ สังฆาฏิ อันเป็นที่มาของชื่อพระพิมพ์นี้ อักจุดหนึ่งที่ศึกษา คือ มือที่ประสานกันเป็นวงกลมจะโย้เล็กน้อย บางองค์จะโย้มากกว่านี้ องค์นี้เป็นพระของ ป๋อง สุพรรณ บุรุษผู้อยู่เหนือคำบรรยายใดๆ

 ** พระกรุแม่ย่า เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองสุโขทัย เชื่อกันว่าเป็น แม่ย่า คือ นางเสือง พระมเหษีของ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ และเป็นพระราชมารดาของ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช อัจฉริยะกษัตริย์แห่งราชวงศ์สุโขทัย พระกรุนี้มีหลายพิมพ์ ที่นิยมกันสุงสุด คือพิมพ์ พระร่วงยืนประทานพร ซึ่งไม่เหมือนกับ พระร่วงยืนศิลปะลพบุรี เพราะของกรุแม่ย่า พระบาทจะถ่างออก พุทธศิลป์เป็นของสุโขทัยโดยแท้ เนื้อชินตะกั่วสนิมแดง ขึ้นจากกรุไม่กี่องค์เท่านั้น จึงเป็นพระหายาก เช่าหากันถึงหลักแสนขึ้นไป องค์นี้เป็นพระเก่าเก็บของ สังวร ขจรรุ่งศิลป์ (ตั้ว รุ่งศิลป์) นักสะสมพระเครื่องรุ่นเก่าก่อน ที่คอลัมน์ เส้นทางนักพระเครื่อง เพิ่งนำเสนอเรื่องราวของท่านไปเมื่อไม่นานมานี้เอง "เฮียตั้ว" ได้ให้ภาพพระเก่าเก็บไว้หลายองค์ แล้วจะทยอยนำมาให้ชมในโอกาสต่อไป

 ** วันก่อนพบกับ พ.อ.นิคม อุดมเลิศวนสิน เสธ.คนดังอีกท่านหนึ่งของวงการพระเมืองไทย บอกว่าเพิ่งได้ พระหลวงพ่อจุก มาองค์หนึ่งจากสนามพระกองพลทหารปืนใหญ่ จ.ลพบุรี เป็นพระสวยองค์หนึ่งเท่าที่ได้พบเห็นมา พระองค์นี้ได้หายหน้าไปจากวงการนาน ๑๕ ปีมาแล้ว เป็นโอกาสดีที่ได้พบเห็นจึงขอซื้อมาไว้สักการบูชา...พระหลวงพ่อจุก สำหรับคนรุ่นใหม่อาจจะเข้าใจไขว้เขวไปบ้าง เพราะคิดว่าเป็นชื่อของ พระเกจิอาจารย์ ท่านใดท่านหนึ่ง แท้จริงแล้วเป็น พระพุทธรูป ขนาดค่อนข้างใหญ่ หลังเรียบ เป็นพระเนื้อดินเผา ศิลปะปาละ ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากอินเดีย (บางท่านว่าเป็นศิลปะลังกา) ที่เรียกว่า หลวงพ่อจุก ก็ด้วยพุทธลักษณะที่พระเกตุมาลามีลักษณะคล้ายจุกมวยผมนั่นเอง เนื่องจากเป็นพระองค์ใหญ่ จึงปรากฏรายละเอียดบนพระพักตร์อย่างครบถ้วน และสวยงามยิ่ง พระพิมพ์นี้ขุดพบจากกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.ลพบุรี กรุเดียวกับ พระหูยาน อันโด่งดัง วงการพระต่างกล่าวตรงกันว่า หากพระพิมพ์นี้มีขนาดเล็กลงสักครึ่งหนึ่ง หรือหนึ่งในสาม รับรองว่าจะโด่งดังและมีราคาสูงกว่าที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้อย่างแน่นอน

 ** เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๕ อันเป็นวาระครบรอบ ๑๐๐ ปี แห่งการสิ้นชีพิตักษัยของท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังโฆสิตาราม ทางวัดได้จัดสร้างวัตถุมงคลขึ้นเพื่อหาทุนในการบูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่างๆ ที่ชำรุดทรุดโทรม เป็นการจัดสร้างวัตถุมงคลครั้งยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยมีมาก่อนหน้านี้ นอกจากมีการจัดสร้าง พระพิมพ์สมเด็จ แบบย้อนยุคแล้ว ยังมีพระผงพิมพ์รูปเหมือนสมเด็จฯโต พระพุทธรูปจำลององค์พระประธาน ขนาดบูชา เนื้อนวโลหะ รูปเหมือนสมเด็จฯโต ขนาดบูชา เนื้อนวโลหะ พระกริ่งจำลององค์พระประธาน เนื้อทองคำ เนื้อนวโลหะ รูปเหมือนลอยองค์และเหรียญสมเด็จฯโต เนื้อทองคำ เงิน นวโลหะ โดยจัดพิธีพุทธาภิเษก ๓ วาระ ด้วยกัน มีพระเถราจารย์ชื่อดังในสมัยนั้นนั่งปรกปลุกเสกมากมาย จากวันนั้นถึงวันนี้ วัตถุมงคลรุ่นนี้มีอายุเกือบจะครบ ๔๐ ปีแล้ว นับว่าเก่าพอสมควร หลายอย่างมีราคาเช่าหาสูงขึ้นเป็นหลักหมื่นหลักแสน รวมทั้ง พระกริ่ง ซึ่งจำลองจากพระประธานในพระอุโบสถ ซึ่งเป็นพระประธานที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.๕) ตรัสว่า "ไปวัดไหนไม่เหมือนมาวัดระฆัง พอเข้าประตูโบสถ์ พระประธานยิ้มรับฟ้าทุกที..."  เเนื่องเพราะพระประธานองค์นี้มีความงดงามมาก พระพักตร์แฝงไว้ด้วยความเมตตาเป็นอย่างยิ่ง...เมื่อได้จำลองมาเป็น พระกริ่ง ขนาดเล็กลงมา พุทธศิลป์ก็มีความงดงามเหมือนองค์พระประธานอย่างไรก็อย่างนั้น องค์ในภาพนี้เป็น พระกริ่งเนื้อทองคำ ของ อู๊ด สุพรรณ ผู้สรรหาแต่พระเนื้อทองคำมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นของที่ไหน "เสี่ยอู๊ด" มีครบถ้วน (สนนราคาพระองค์นี้อยู่ที่หลักแสนต้นๆ)

 ** ทั้งๆ ที่ทำงานประจำอยู่ที่ จ.สิงห์บุรี ไม่ค่อยได้เข้าสนามพระบ่อยนัก แต่ นพ.ทวีชัย จันทร์เพ็ญ ผู้บริหารโรงพยาบาลสิงห์บุรีเวชการ ก็ได้พระหลักยอดนิยมและเครื่องรางต่างๆ อยู่เป็นประจำ เพราะมีผู้รู้ใจเอาไปให้ถึงสิงห์บุรีบ่อยๆ ล่าสุดก็ได้ "เสือ" หลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย มาอีกแล้ว เป็น "เสือ" ปากอ้า อารมณ์ดี มีเมตตามหานิยม ดูให้ดีๆ "เสือ" ตัวนี้กำลังหัวเราะเริงร่าอย่างมีความสุขสุดๆ จากศิลปะการแกะ เนื้อเขี้ยว และความเก่า อย่างนี้แล้ว ภาษาเซียนพระเรียกว่า แท้ตาเปล่า (คือไม่ต้องส่องดูด้วยแว่นขยายก็ได้) ครบสูตร "เสือ" หลวงพ่อปาน ทุกประการ คือ หน้าเหมือนแมว หูเหมือนหนู ตาลูกเต๋า ยันต์กอหญ้า ใครมีไว้ครอบครองก็เหมือนมีเงินแสนอยู่ในมือ

 ** ทางด้าน ไชยากร อิ่มสำราญ (โต้-นุก) โปรดิวเซอร์รายการโทรทัศน์ดังๆ หลายรายการ ก็ได้ พระราหู หลวงพ่อน้อย วัดศีรษะทอง เนื้อกะลาเผือก แกะสลัก ศิลปะยุคต้น จารเต็ม นับว่าโชคดีจริงๆ เพราะของแท้ดูง่ายแบบนี้หายาก ต้องถือว่าโปรดิวเซอร์หนุ่มคนนี้ มีความชำนาญการสะสมพระเครื่องรางของขลังเก่งขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีผู้แนะนำที่ดี และมีความจริงใจต่อกันนั่นเอง

 ** พระวิปัสสี ธมฺมาราโม ชาวเนปาล ได้มาบวชเรียนอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร กว่า ๒๐ ปี โครงการสำคัญหนึ่งที่พระคุณเจ้าได้ทำอยู่ในขณะนี้ คือ การพลิกฟื้นคืน พระพุทธศาสนา ขึ้นในประเทศเนปาล แผ่นดินถิ่นประสูติของ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยการสร้าง วัดมุนิวิหาร ขึ้นที่เมืองภักตปูร์ กรุงกาฐมาณฑุ และเชิญชวนชาวเนปาลให้ส่งบุตรหลานเข้ารับการบรรพชาเป็น สามเณร แล้วส่งมาเรียนหนังสือในเมืองไทย โดยเฉพาะหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา เพื่อจะได้กลับไปช่วยงานเผยแผ่พระศาสนาในประเทศเนปาลต่อไป ขณะนี้มี สามเณรชาวเนปาล บวชเรียนอยู่ตามวัดต่างๆ ในเมืองไทยกว่า ๑๐๐ รูป และในวันพุธที่ ๖ เมษายนนี้  พระวิปัสสี จะเดินทางไปรับสามเณรจากวัดมุนิวิหาร ๓๐-๕๐ รูป มาเรียนหนังสือในเมืองไทยอีกรุ่นหนึ่ง พุทธศาสนิกท่านใดมีจิตศรัทธาร่วมทำบุญในโครงการนี้ ติดต่อได้ที่ พระวิปัสสี วัดบวรนิเวศวิหาร โทร.๐๘-๗๐๑๘-๗๑๖๐ หรือโอนเงินทำบุญเข้าบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกสิกรไทย สาขาบางลำพู ชื่อบัญชี "พระวิปัสสี วัดบวรนิเวศวิหาร" เลขที่บัญชี ๐๐๘-๒-๙๙๔๘๑-๕

 ** พรุ่งนี้...ตรงกับ วันพระ คอลัมน์ คมเลนส์ส่องพระ และ เส้นทางนักพระเครื่อง ไม่มี เนื้อที่ตรงนี้จะเป็นเรื่องของ ธรรมะ ล้วนๆ ตามนโยบายของกองบรรณาธิการ หลังจากนั้น ๒ คอลัมน์นี้จะมีตามปกติต่อไป ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้คำแนะนำ และกำลังใจมาโดยตลอด....นะมัสเต **

0 แล่ม จันท์พิศาโล 0