ไลฟ์สไตล์

(หน้า 1 อี 2) ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ผอ.รพ.ติดตั้งกล้องใต้โต๊ะทำงานแพทย์หญิง

(หน้า 1 อี 2) ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ผอ.รพ.ติดตั้งกล้องใต้โต๊ะทำงานแพทย์หญิง

11 ธ.ค. 2551

(หน้า 1 อี 2) ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ผอ.รพ.ติดตั้งกล้องใต้โต๊ะทำงานแพทย์หญิง ปลัด สธ.สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงผู้บริหาร รพ.ชัยภูมิ ติดกล้องวิดีโอใต้โต๊ะถ่ายคลิปใต้กระโปรง พญ.แล้ว รายงานผล 1-2 สัปดาห์ ผู้บริหาร รพ.ล่องหน ยื่นหนังสือลาราชการ 7 วัน หลังให้ปากคำตำรวจขอสู้คดีในชั้นศาล องค์กรพิทักษ์สิทธิเด็กและสตรี จ.ชัยภูมิ ประณามละเมิดสิทธิสตรีอย่างรุนแรง ///////////// ความคืบหน้าคดีแพทย์หญิงวัย 25 ปี โรงพยาบาลอำเภอแห่งหนึ่งใน จ.ชัยภูมิ เข้าแจ้งความว่าถูกลักลอบตั้งกล้องไว้ใต้โต๊ะทำงาน เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นฝีมือผู้บริหารโรงพยาบาล ซึ่งตำรวจตรวจสอบคอมพิวเตอร์ของผู้ต้องสงสัย พบภาพถ่ายใต้กระโปรงของแพทย์หญิงคนดังกล่าวจำนวนมาก แต่ผู้ต้องสงสัยยังให้การปฏิเสธอยู่นั้น ล่าสุด นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ผู้บริหารระดับสูงไม่ได้นิ่งนอนใจต่อการกระทำที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลดังกล่าว โดย นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้ความสนใจเรื่องนี้ หากเป็นความจริงถือว่าเป็นการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และไม่เคยปรากฏมาก่อนในวงการสาธารณสุข จึงสั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย และให้รายงานผลโดยเร็ว ขณะเดียวกันสั่งกำชับให้ข้าราชการเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั่วประเทศ ปฏิบัติตามระเบียบวินัยของข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 อย่างเคร่งครัด เพื่อให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประชาชน นพ.ชูรัตน์ คูสกุลรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง 1 ชุด จำนวน 3 คน ให้รายงานผลสอบภายใน 1-2 สัปดาห์ ขณะเดียวกันจะประสานความคืบหน้าทางด้านหลักฐานและคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อประกอบการพิจารณา ส่วนมาตรการที่ 2 คือ มาตรการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่อื่นๆ ทั้งหมดในโรงพยาบาล โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่เป็นสุภาพสตรี โดยมอบหมายให้ผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิไปติดตามตรวจเยี่ยมสร้างขวัญกำลังใจ และแก้ไขผลกระทบต่างๆ โดยด่วนแล้ว ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อเพื่อขอพบผู้บริหารโรงพยาบาลรายนี้จากคนใกล้ชิด และขอเบอร์โทรศัพท์ติดต่อขอทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ได้รับแจ้งแต่เพียงว่าช่วงนี้ติดต่อไม่ได้และเบอร์โทรศัพท์ก็เปลี่ยนใหม่ ไม่สามารถติดต่อได้ รวมทั้งได้รับแจ้งว่า มีการยื่นหนังสือลาราชการเป็นเวลา 7 วันอีกด้วย ส่วนแพทย์หญิงผู้เสียหายก็ยื่นหนังสือลา 7 วัน และไม่สามารถติดต่อได้เช่นกัน แหล่งข่าวคนใกล้ชิดผู้บริหารรายนี้กล่าวว่า ขอความเป็นธรรมให้ผู้ถูกกล่าวหาด้วย เพราะหลังเกิดเหตุรู้สึกไม่สบายใจ และเตรียมยื่นหนังสือลาออกจากราชการจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ส่วนความคืบหน้าในการสอบสวนคดี พ.ต.ท.วิหาร นวลงาม พนักงานสอบสวน สภ.เนินสง่า กล่าวว่า ได้เรียกผู้บริหารรายนี้มารับทราบข้อหาว่าถ้ำมองแล้ว แต่ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ ขอสู้คดีในชั้นศาล ทั้งนี้จะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดส่งฟ้องคดีได้ภายในสัปดาห์หน้า ช่วงนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจพิสูจน์เครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้บริหารรายนี้ที่ส่งไปตรวจที่กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติม หากพบหลักฐานการกระทำผิด มีการนำภาพที่แอบตั้งกล้องถ่ายแพทย์หญิงผู้เสียหายรายนี้ไปเพื่อเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต ก็จะตั้งข้อหาส่งฟ้องคดีอื่นเพิ่มเติมเข้าไปอีก เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้หญิงสาวที่ทำงานในออฟฟิศ ทั้งสำนักงานราชการและเอกชน โดยเฉพาะในตัวเมืองจังหวัดชัยภูมิ ต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่หวาดหวั่นว่าจะตกเป็นเหยื่อถูกลักลอบถ่ายภาพโป๊โดยไม่รู้ตัว นางเอ (นามสมมติ) วัย 27 ปี พนักงานหน่วยงานราชการแห่งหนึ่ง กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องสะท้อนให้เห็นภัยใกล้ตัวของผู้หญิงที่ทำงานออฟฟิศ แพทย์ พยาบาล ได้เป็นอย่างดีว่าในการติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ในสำนักงานทั่วไป เพียงแค่มีการต่อสายยูเอสบี และแอบติดกล้องเข้าที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหาย และมีการเชื่อมโยงระบบภายใน หากคนรู้ไอพีก็สามารถแฮ็กสั่งงานจากเครื่องอื่นเพื่อสั่งบันทึกภาพจากกล้องที่แอบไว้ได้อย่างง่ายดาย ถือว่าเป็นอันตรายต่อการถูกละเมิดสิทธิมุมลับๆ ของผู้ถูกแอบถ่ายในระหว่างมาทำงานในสำนักงานประจำวันได้ง่าย เป็นเรื่องน่ากลัวมาก ตอนนี้พนักงานผู้หญิงต่างแตกตื่นในเรื่องนี้ รู้สึกกลัวภัยในที่ทำงาน เพราะแม้แต่ในโรงพยาบาลที่คนทำงานมีจรรยาบรรณ มีความรู้สูง กลับมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เป็นฝีมือของระดับผู้บริหารด้วย ดังนั้นผู้บังคับบัญชาระดับสูงควรดูแลสตรีผู้เสียหายให้มากกว่านี้ และจากคดีที่เกิดขึ้นน่าจะมีโทษหนักกว่านี้ ไม่ใช่แค่ข้อหาถ้ำมอง ขณะที่นางคะนึง ศรีวชิรทานต์ ในฐานะองค์กรพิทักษ์สิทธิเด็กและสตรี จ.ชัยภูมิ กล่าวว่า รู้สึกสะเทือนใจต่อเรื่องที่เกิดขึ้นมาก ขอให้ระดับผู้บังคับบัญชารีบดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหาย ที่ถูกละเมิดสิทธิสตรีอย่างรุนแรง และขอประณามการกระทำดังกล่าว โดยเฉพาะจรรยาบรรณประกอบวิชาชีพชั้นสูงของระดับผู้บริหาร ที่กระทำการละเมิดผู้ใต้บังคับบัญชาขั้นรุนแรงเช่นนี้ อีกทั้งคนในองค์กรควรออกมาปกป้องคุ้มครองผู้เสียหายเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจโดยด่วน ////////////