ไลฟ์สไตล์

ขอเป็นผู้จัดการมรดก

ขอเป็นผู้จัดการมรดก

01 เม.ย. 2554

ผมมีเรื่องอยากทราบครับ คือ แต่งงานอยู่กินกับภรรยามาได้ 12 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน แต่ครอบครัวของภรรยามีฐานะดีกว่าผม และไม่ชอบผมเท่าไหร่ เลยทำให้มีปัญหา คือ ผมไม่สามารถเข้ากับครอบครัวของเธอได้

 เรื่องที่ผมข้องใจคือ บ้านที่อยู่ทุกวันนี้ เป็นบ้านที่ผมและภรรยาช่วยกันส่ง โดยที่ผมเองทำงานเป็นข้าราชการ แต่ภรรยาทำงานให้กับครอบครัว เธอจึงมีรายได้มากกว่าผม และเป็นเงินเดือนที่ได้จากครอบครัว แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ว่า ภรรยาผมได้เสียชีวิตไปแล้วประมาณ 4 เดือน ด้วยโรคมะเร็ง ผมและลูกๆ ก็อยู่ในบ้านหลังนี้เรื่อยมา แต่พ่อตาผมจะขอเข้ามาเป็นผู้จัดการมรดก แล้วก็บอกว่าจะเข้ามาจัดการเรื่องบ้าน เพราะส่วนหนึ่งเป็นเงินที่มาจากครอบครัวเขา
 ผมอยากทราบว่า กรณีนี้ผมจะทำอย่างไรได้บ้าง ทรัพย์สินที่ผมมีต้องแบ่งครึ่งให้กับครอบครัวของภรรยาหรือเปล่าครับ ลูกกับผมจะมีสิทธิอะไรบ้าง
 อำนาจ
 ตอบ
 ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า เรื่องนี้ ทางพ่อของภรรยามีสิทธิที่จะขอเป็นผู้จัดการมรดก แต่คุณในฐานะที่เป็นสามีก็มีสิทธิขอเป็นผู้จัดการมรดกด้วยเช่นกัน ดังนั้น กรณีนี้ หากปล่อยให้พ่อของภรรยาเป็นผู้จัดการมรดกเพียงผู้เดียว แล้วจะส่งผลให้คุณไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็ควรจะขอเป็นผู้จัดการมรดกร่วม ซึ่งตามกฎหมายแล้วคุณมีสิทธิที่จะกระทำได้
 ส่วนเรื่องบ้านนั้น การที่พ่อภรรยาบอกว่า เงินส่วนหนึ่งมาจากครอบครัวนั้น หากคุณมีข้อโต้แย้ง เรื่องนี้จะอ้างกล่าวลอยไมได้ เพราะจะต้องมีการพิสูจน์กันตามกระบวนการทางกฎหมายว่า เงินที่ได้มานั้น เป็นเงินที่ทางบ้านให้มา หรือเป็นเงินที่มาจากเงินเดือนที่ภรรยาได้รับจากครอบครัว ซึ่งผลที่ได้จะต่างกัน
 สำหรับสิทธิของคุณและลูกที่จะได้รับนั้น คือ หลังจากภรรยาเสียชีวิต ทรัพย์สินที่มีอยู่ทั้งหมด ต้องแยกออกมาก่อน โดยแบ่งเป็นสินสมรส กับมรดก ซึ่งสินสมรส คุณได้ไปครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งถือว่าเป็นมรดก และมรดกส่วนนี้ จะแบ่งให้แก่ผู้ที่มีสิทธิรับเท่าๆ กัน คือ ลูก พ่อแม่ และคู่สมรส โดยทุกคนจะได้รับทุกส่วนเท่ากันหมด
 จึงเท่ากับว่า มรดกของภรรยาจะแบ่งให้แก่ลูก 2 คน พ่อแม่ และคุณ โดยที่ทุกคนจะได้รับเท่ากันหมด ดังนั้น จึงมั่นใจได้ว่า ตามกฎหมายแล้วคุณและลูกมีสิทธิในมรดกส่วนที่เป็นของภรรยาเท่าๆ กันกับพ่อแม่ของภรรยา
 ลุงแจ่ม