ไลฟ์สไตล์

สังคมไม่บังคับให้ใครวิ่งแต่ถ้าใครเดิน“หมดสิทธิ์”

สังคมไม่บังคับให้ใครวิ่งแต่ถ้าใครเดิน“หมดสิทธิ์”

31 มี.ค. 2554

เปิดโลกการศึกษามุสลิมเมื่อพฤหัสบดีที่แล้ว ได้นำเสนอเรื่องการประสานงานของข้าราชการในต่างประเทศของกระทรวงการต่างประเทศในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในเขตแดนอียิปต์ลิเบีย และหนึ่งในนั้นคือข้าราชการไทยที่เป็นมุสลิมซึ่งประจำการอยู่

 ณ ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยเฉพาะมารยาทในการเข้าสังคมอันหลากหลายและการวางตัวอย่างเรียบง่ายของมุสลิมตัวอย่างท่านนี้ เปิดโลกการศึกษามุสลิม จึงขอนำเสนอเพื่อเป็นแบบอย่างแก่น้องนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ไม่ว่าจะในต่างประเทศหรือในประเทศไทย

 เขาชื่อ หาลิม แวนะไล เป็นชาว จ.ยะลา บ้านอามัน ต.สะเตงนอก อ.เมือง พ่อชื่อ ดาโอะ มารดาชื่อ มือเลาะ ภรรยาชื่อ นาฟีซะห์ แวนะไล มีบุตรด้วยกัน 3 คน จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 จาก กศน. จบระดับปริญญาตรีศาสนา ที่เมืองการาจี ประเทศปากีสถาน และสอบเทียบระดับปริญญาโทในสาขาเดียวกันที่สถาบันวิฟากุลมาดาริส เมืองไฟซอลาบัด ปากีสถาน

 ในวัยเรียนของเขาทั้งในและนอกประเทศ ต้องทำงานควบคู่กันไปด้วยเสมอ ตอนเรียนอยู่ที่เมืองไทยต้องช่วยพ่อแม่กรีดยางก่อนไปโรงเรียนทุกวัน พอไปอยู่ต่างประเทศก็สอนหนังสือรุ่นน้องๆ และนำของจากไทยไปขาย มีกำไรพอเลี้ยงตัวเองให้เรียนต่อได้ พ่อแม่มีลูกหลายคน ถ้าตัวเองไม่ทำงานบ้างบางทีอาจไม่ได้เรียนหนังสือเลย
ด้วยความฝันที่อยากเป็นครูมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ความฝันของ บังหาลิม เป็นจริง เมื่อได้เป็นครูสอนวิชาภาษาอังกฤษและอาหรับระดับมัธยมปลายในประเทศไทยเป็นเวลา 3 ปี ในมาเลเซียอีก 1 ปี และบรูไน 1 ปี ซึ่งเป็นก้าวแรกที่ทำให้ความรู้สึกของบังหาลิมอยากที่จะก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยได้สมัครเป็นเสมียนและผู้ช่วยล่ามที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย ทำอยู่ประมาณ 5 ปี และรู้สึกมีความสนใจที่จะเป็นข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ

 จึงตัดสินใจไปสอบ แต่ต้องใช้เวลาสอบถึงสองครั้งแต่ก็ยังไม่ผ่าน สอบไม่ผ่านไม่ใช่สิ่งน่าอาย บังหาลิม เริ่มต้นศึกษาข้อมูลข่าวสารทั่วไป ทั้งความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งในและต่างประเทศ เรื่องการเมือง เศรษฐกิจ กฎหมายระหว่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการศึกษาด้านการแปลความจากรุ่นพี่ที่มีความชำนาญ และในที่สุดความหวังก็ถึงฝั่ง เมื่อสอบครั้งที่สามได้เป็นข้าราชการในกระทรวงการต่างประเทศสมใจ

 ปัจจุบัน บังหาลิม ประจำการอยู่ที่สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจดดาห์ ในตำแหน่งกงสุลฝ่ายกิจการฮัจญ์ ซึ่งเป็นผู้แทนของกระทรวงการต่างประเทศในการประสานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับฮัจญ์ทั้งของไทย อาทิ การการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย ศอ.บต. และรับผิดชอบกิจการฮัจญ์ในส่วนที่เป็นภารกิจในประเทศซาอุดีอาระเบีย

 บังหาลิม ฝากว่า ตั้งใจเรียน ทุ่มเทกับงานที่รับผิดชอบและขยันหามูลค่าเพิ่มให้แก่ชีวิต ถ้าศึกษาในต่างประเทศก่อนจะกลับไทย ต้องมั่นใจว่า สามารถฟัง พูด อ่านเขียนภาษาอาหรับได้ดี แปลหนังสือและเป็นล่ามได้ ภาษาอังกฤษต้องควบคู่กันไป เพราะเป็นภาษาสากล ภาษามาเลเซียหรือภาษามลายู ซึ่งใช้กันแพร่หลายในกลุ่มอาเซียน ควรศึกษาไว้ประดับตัว ที่สำคัญที่สุดภาษาไทย ถ้ารู้ตัวว่าอ่อนต้องเร่งพัฒนาตนเองเพื่อให้ภาษาไทยเป็นภาษาที่เราเก่งที่สุดเมื่อเทียบกับภาษาอื่น และต้องตั้งใจให้เป็นคนมีคุณภาพที่สุดในทุกๆ มิติ

 ไม่ว่าเราจะอยู่ส่วนไหนของประเทศไทย ถ้าเราต้องการความก้าวหน้าและมีความสามารถจริง ประเทศไทยเปิดรับและให้โอกาสสำหรับคนเก่งๆ เพื่อเข้ามาพัฒนาประเทศชาติอยู่แล้ว วันนี้หวังว่าน้องๆ นักศึกษาคงมีกำลังใจที่จะเป็นอีกหนึ่งคนที่จะคว้าดาวมาให้ได้ อย่ามัวรอวันพรุ่งนี้นะครับ เพราะยิ่งช้าก็ยิ่งล้าหลังอยู่เสมอ