ไลฟ์สไตล์

รักษามะเร็งแบบไหนดี

รักษามะเร็งแบบไหนดี

01 เม.ย. 2554

ยิ่งนับวันจำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ การรักษาใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นตามมาก็มากขึ้นเช่นกัน ทำเอาผู้ป่วยและญาติสับสนไปตามๆ กันว่า การรักษาแบบไหนจะดีที่สุดกับโรคมะเร็งของตนเอง

  ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจให้ตรงกันว่า กว่าที่แพทย์จะเรียนรู้และสรุปได้ ณ เวลานั้นๆ ว่าการรักษาแบบไหนเหมาะสมกับมะเร็งของอวัยวะใด ระยะใดนั้น ต้องมีการศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบ มิใช่ทึกทักโดยใช้ความเห็นส่วนตัวหรือความเห็นของแพทย์ผู้รักษากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น สมัยก่อนแพทย์แนะนำการรักษาอะไร ผู้ป่วยและญาติก็มักว่าตามนั้น พอย่างเข้าสู่ยุคข้อมูลข่าวสาร การเข้าถึงความรู้ด้านสุขภาพทำได้ง่ายขึ้น บวกกับมีการรักษาทางเลือกใหม่ๆ มากมาย ทำเอางงงวยกันไปตามๆ กันทั้งผู้รักษาและผู้ถูกรักษา

 วิธีการรักษาโรคมะเร็งที่เป็นมาตรฐานที่วงการแพทย์ทั่วโลกยอมรับก็มี 3 วิธีหลักๆ คือ การผ่าตัด การฉายแสง และการให้ยาเคมีบำบัด ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย หลักๆ คือ ตัวคนไข้เอง รวมถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับตัวโรคมะเร็ง เช่น อายุ ความสมบูรณ์แข็งแรง โรคประจำตัวต่างๆ เป็นต้น ส่วนที่เกี่ยวข้องกับตัวโรคมะเร็งก็เช่น อวัยวะที่เป็น ระยะของโรค ซึ่งล้วนมีผลต่อการวางแผนการรักษาที่เหมาะสม เพราะฉะนั้นคนไข้ที่เป็นมะเร็งชนิดเดียวกันจึงไม่ได้รักษาด้วยวิธีเดียวกันเสมอไป นั่นเป็นเหตุผลสำคัญที่ผู้ป่วยต้องเข้าใจหลักในการเลือกวิธีการรักษาจากแพทย์ผู้ให้การรักษา

 ผู้ป่วยต้องใช้ทั้งวิจารณญาณ ปัญญาและมีสติในการพิจารณาวิธีการรักษาแบบใหม่ๆ  ก็เพราะเป็นเรื่องความเป็นความตาย เคยมีคนไข้และญาติหลายรายกลับมาพบแพทย์แล้วพูดว่า “รู้งี้...” ฉะนั้นก่อนจะตัดสินใจอะไรลงไป ควรมีหลักในการพิจารณาที่สำคัญดังนี้

 ประการแรกสำคัญที่สุด  คือ การรักษาแบบใหม่ๆ ที่ว่านั้นมีผลการศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบหรือไม่ ปัจจุบันวงการแพทย์ให้ความสำคัญกับการ, ความน่าเชื่อถือปานกลาง และ ความน่าเชื่อถือมาก เพราะฉะนั้นเวลาพิจารณาการรักษาแบบใหม่ๆ อย่าหลงเชื่อกันง่ายๆ ให้ถามหาว่ามีผลการศึกษาวิจัยหรือไม่ ถ้ายังไม่มีก็อยู่ห่างๆ ไว้ก่อนดีกว่า ถ้ามีก็ดูด้วยว่างานวิจัยนั้นเป็นแบบไหน มีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด

 ประการที่สอง ผลการรักษาแบบใหม่ที่คุยว่าได้ผลดีนั้น มีผลการตรวจชิ้นเนื้อทางการแพทย์ยืนยันหรือไม่ว่าผู้ป่วยเป็นมะเร็งจริง หลายรายไม่มีผลยืนยันแต่อ้างว่าเป็น และที่สำคัญผู้ป่วยได้รับการรักษาแบบใหม่เพียงอย่างเดียว หรือเคยได้รับการรักษาแผนปัจจุบันแบบอื่นๆ มาก่อนหรือไม่ อัน เพราะผู้ป่วยรายหลายมีอาการดีขึ้นมากเนื่องมาจากการรักษาก่อนหน้านั้น แต่พอหันมารักษาแบบใหม่ กลับให้เครดิตกับการรักษาแบบใหม่แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

 ประการที่สาม  การรักษาแบบใหม่ที่ว่านั้น มีการเปิดเผยแสดงผลการรักษาที่ไม่ได้ผลบ้างหรือไม่ เสียชีวิตกี่รายจากทั้งหมดกี่ราย ฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาหรือผู้ป่วยที่รักษาด้วยวิธีมาตรฐาน ในส่วนนี้ต้องยอมรับว่าไม่มีการรักษาชนิดใดในโลกที่ทำให้ผู้ป่วยหายขาดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ความสำคัญอยู่ตรงที่มีเจตนาปิดบังซ่อนเร้นข้อมูลการรักษาที่ไม่ได้ผลส่วนนี้หรือเปล่า

 ฉะนั้น อย่าบุ่มบ่ามตัดสินใจหรือคล้อยตามไปกับโฆษณาชวนเชื่อของการรักษารูปแบบใหม่หรือโน้มเอียงไปกับคำแนะนำของผู้ปรารถนาดีที่ไม่รู้จริงหรือขาดความรู้ เพียงแต่ให้คำแนะนำไปเพราะเห็นตัวอย่างคนไข้เพียงไม่กี่รายหรือแค่ได้ยิน “เขาเล่าว่า” ก็นำมาบอกต่อ ถ้ามันหักห้ามใจไม่ไหวจริงๆ จะรักษาควบคู่กันไปก็แล้วแต่ ที่สำคัญขออย่าได้ทิ้งการรักษามาตรฐานเป็นอันขาด

 สมัยนี้เวลาดูรายการทีวี มีคำแนะนำก่อนเริ่มรายการว่า โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชมฯ...แต่เรื่องการรักษามะเร็ง เรื่องสุขภาพสำคัญกว่า น่าจะมีคำแนะนำอยู่ที่ขอบจอด้านล่างตลอดรายการว่า “โปรดใช้ทั้งวิจารณญาณ ปัญญา และมีสติในการรับชม ผู้ป่วยมะเร็งและญาติควรได้รับคำแนะนำ” ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบน่าจะเอาจริงเอาจังกันเสียทีนะครับ

"นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ"
[email protected] <mailto:[email protected]>