ไลฟ์สไตล์

สธ.คาดปี54มีผู้ติดติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่หมื่นราย

สธ.คาดปี54มีผู้ติดติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่หมื่นราย

29 มี.ค. 2554

สธ. คาดปี 54 มีผู้ติดติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ 10,097 ราย ภาคประชาชนยื่นวาระ 3 ข้อต่อรัฐบาล ปลุกผีโครงการถุงยาง 100%

 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 29 มี.ค.นพ.เฉวตสรร นามวาท หัวหน้ากลุ่มระบาดวิทยาโรคเอดส์ สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวในการสัมมนาระดับชาติเรื่องโรคเอดส์ ครั้งที่ 13 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-31 มี.ค.ว่า ในปี 2553 คาดการณ์ว่ามีผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์สะสม 1,161,244 ราย เสียชีวิต 644,128 ราย ยังมีชีวิตอยู่ 522,548 ราย และมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 10,853 ราย หรือวันละ 27 ราย ในปี 2554 คาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงเหลือ 10,097 ราย กลุ่มที่มีการติดเชื้อรายใหม่สูงที่สุดคาดว่าคงจะเป็นกลุ่มชายรักชายติดเชื้อประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งหมด รองลงมาคือ แม่บ้านที่ติดเชื้อจากสามีหรือคู่นอน กลุ่มชายที่ติดจากหญิงบริการ กลุ่มสามีที่ติดจากภรรยา กลุ่มผู้ใช้ยาเสพติด อย่างไรก็ตามจากการวิจัยพบว่า ตัวเลขชายรักชายที่ติดเชื้อเอชไอวีส่วนใหญ่ยังอยู่ในกรุงเทพฯ คิดเป็นประมาณ 30% ต่างจังหวัดประมาณ 5%

 ด้าน นพ.ชัยยศ คุณาสนธิ์ ผู้เชี่ยวชาญโรคเอดส์ กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวถึงก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในการป้องกันโรคเอดส์ว่า แม้จะมีถุงยางอนามัย แต่ก็มีความพยายามในการวิจัยวัคซีนป้องกัน วิจัยสารทำลายเชื้อเอชไอวี ที่เรียกว่าไมโครบีไซด์ ที่มีส่วนผสมของยาทีโนโฟเวีย 1% ใช้ทาช่องคลอด โดยผลการวิจัยที่ออกมาในปี 2553 พบว่า สามารถทำลายเชื้อเอชไอวีได้ 39% แต่ทั้งวัคซีนและเจลฆ่าเชื้อก็ยังไม่ผลิตออกสู่ตลาด ส่วนการรับประทานยาต้านไวรัสพบว่า ผู้ที่ติดเชื้อจะมีปริมาณเชื้อลดลงเมื่อกินยาต้านไวรัสดังนั้นโอกาสจะแพร่เชื้อไปสู่คนอื่นก็น้อย แต่ก็ยังเป็นกลไกในการป้องกันที่ไม่ดีนัก ตนเห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลควรสนับสนุนคือการเข้าถึงถุงยางอนามัย ไม่ว่าจะเป็นการแจกฟรี หรือการผลิตถุงยางอนามัยราคาถูกออกจำหน่าย 5-10 บาท ขณะเดียวกันก็ต้องเปิดโอกาสให้เอกชนผลิตถุงยางอนามัยแฟนซีราคาสูงออกมาจำหน่ายได้เช่นกัน

 ด้านนายนิมิตร์ เทียนอุดม ผอ.มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ กล่าวว่า การอยากให้ฟื้นนโยบายถึงถุงยางอนามัย 100% เพราะขณะนี้นโยบายดังกล่าวเป็นเพียงแค่เงาไม่สามารถปฏิบัติได้จริง เนื่องจากมีข้อจำกัดในการเข้าถึง เช่น สำนักงานหลั กประกันสุขภาพแห่งชาติจะจ่ายถุงยางอนามัยให้เฉพาะคนที่ได้รับยาต้านไวรัสเท่านั้น อีกทั้งงบประมาณในการจัดซื้อของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่เพียงพอ ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยผลิตยางพาราได้ 1 ใน 3 ของโลก

 น.ส.สุภัทรา นาคะผิว ผอ.มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ กล่าวว่า ขอเสนอวาระเอดส์ภาคประชาชนในปี พ.ศ. 2555-2559 ต่อรัฐบาลและนายกฯ 3 คือ 1 .ปฏิรูปสังคมการเมืองเพื่อลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรมด้านสุขภาพ ลดปัญหาเอดส์มุ่งหน้าสู่ความเป็นรัฐสวัสดิการ 2 .ป้องกันดูแลรักษาลดผลกระทบ ขจัดการตีตราและเลือกปฏิบัติ และ 3 .ปฏิรูปโครงสร้างและกลไกในการขับเคลื่อนเพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและวาระเอดส์แห่งชาติ โดยให้สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ ไปอยู่ภายใต้สำนักนายกฯเพื่อมีอำนาจในการสั่งการต่าง ๆ