
นักวิชาการหวั่นรังสีแพร่จากอาหารลักนำเข้า
สำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ เตือนประชาชนอย่าตระหนกกับอาหารปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี ระบุหน่วยงานรัฐเฝ้าระวังเข้มงวด ขณะที่ท้องทะเลห่างกันกว่า 5 พันกิโลเมตรผลกระทบไม่ถึงไทย นักวิชาการเตือนภัยอาหารลักลอบนำเข้าอาจปนเปื้อน และความร้อนจากการต้ม นึ่ง ย่าง ทอด
(29มี.ค.) สภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยมหิดลจัดเสวนาวิชาการเรื่อง “กัมมันตรังสี: ผลกระทบต่ออาหารและสิ่งแวดล้อม” ณ อาคารพัฒนดล คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับสารกัมมันตรังสี และผลกระทบของสารกัมมันตรังสีต่ออาหารและสิ่งแวดล้อม
รศ.มลุลี ตัณฑวิรุฬห์ สาขาเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า สิ่งที่คนไทยควรเฝ้าระวังคือ ผักและผลไม้ที่ลักลอบนำเข้าแบบผิดกฎหมายจากญี่ปุ่น ซึ่งไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบ เพราะผักที่มีการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี ไม่ว่าจะเป็น ใบหรือผล เมื่อกินเข้าไปอาจส่งผลให้ได้รับสารกัมมันตรังสีที่กระตุ้นให้ร่างกายก่อมะเร็งได้ในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ผักผลไม้ที่ปนเปื้อนแต่เพียงผิวนอก สามารถล้างน้ำปลอกเปลือกก็รับประทานได้ ส่วนความร้อนในการปรุงอาหาร ไม่ว่าจะต้ม ทอด นึ่ง ย่าง ไม่สามารถกำจัดการปนเปื้อนในอาหาร
ส่วนผู้ที่ชอบอาหารญี่ปุ่นน่าจะรับประทานได้ปกติ เพราะเชื่อว่าปลาที่ญี่ปุ่นส่งออกนั้น มาจากบริเวณอื่นที่ไม่ใช่จุดเกิดเหตุ ส่วนจุดเกิดเหตุซึ่งพบว่ามีการปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสีในน้ำทะเล อีกไม่นานสารต่างๆ จะสลายไปตามครึ่งชีวิตของแต่ละตัว
"การบริโภคผลิตภัณฑ์นำเข้ายังสามารถทำได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงสินค้าที่ลักลอบนำเข้าโดยผิดกฎหมาย เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านั้นจะไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบและอาจมีการปนเปื้อนจากสารกัมมันตรังสีที่ไม่ปลอดภัยต่อตัวผู้บริโภค"
นายชัยวัฒน์ ต่อสกุลแก้ว เลขาธิการสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวกระทั่งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศญี่ปุ่นระเบิดจนถึงปัจจุบัน ปส.และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่เฝ้าระวังสารกัมมันตรังสีที่อาจปนเปื้อนมาจากประเทศญี่ปุ่นในทุกรูปแบบ
ขณะนี้มีประชาชนเข้ามาใช้บริการตรวจร่างกายแล้วกว่า 3,000 ราย รวมถึงตัวอย่างอาหารที่นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถูกส่งต่อมาจากองค์การอาหารและยา (อย.) อีกกว่า 100 ตัวอย่าง ก็พบมันเทศที่มีสารกัมมันตรังสีปนเปื้อนบริเวณเปลือกในปริมาณน้อยที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายโดยตรง ทาง อย.ได้สั่งทำลายไปแล้ว
สำหรับผลกระทบทางอากาศและทางน้ำจากเหตุการณ์การดังกล่าว ไม่มีผลถึงไทยโดยตรงอย่างแน่นอน เพราะตั้งอยู่ห่างกันกว่า 5,566 กิโลเมตร



