
ศิลปากรสำรวจเชียงแสนเสนอบูรณะใหญ่
(28มี.ค.) นายตระกูล หาญทองกูล หัวหน้ากลุ่มงานอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักศิลปากรภาค 8 ได้รับคำสั่งจากนางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร และนายวิเศษ เพชรประดับ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรภาค 8
ให้นำคณะเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจและเก็บรายละเอียดความเสียหายของโบราณสถานที่เสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อนำข้อมูลความเสียหายทั้งหมดไปวิเคราะห์ดำเนินการบูรณะครั้งใหญ่ โดยได้แจ้งไปยังหน่วยงานในพื้นที่พร้อมทั้งวัดและชุมชนไม่ให้เคลื่อนย้ายหรือซ่อมแซมใดๆ เอง เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลกระทบกระเทือนเพิ่มเติมแต่ให้กันพื้นที่เอาไว้บางส่วน
ทั้งนี้ ในปัจจุบันผู้ที่เดินทางไปดูสภาพความเสียหายจึงพบเห็นโบราณสถานที่เสียหายอยู่เช่นเดิม โดยเฉพาะที่วัดพระธาตุเจดีย์หลวง ต.เวียง อ.เชียงแสน ยังคงมียอดของเจดีย์ยาวหลายเมตรล้มอยู่ที่ฐานใกล้กับเจดีย์บริเวณด้านหลังวิหารเหมือนเดิม ขณะที่ยอดของพระธาตุจอมกิตติก็ยังคงโน้มเอียง ทั้งนี้ทั้งสองแห่งเป็นโบราณสถานที่ส่วนใหญ่สร้างในสมัยพระเจ้าแสนภูพระราชนัดดาของพ่อขุนเม็งมหาราชเมื่อปี พ.ศ.1887 หรือประมาณ 667 ปีก่อน นอกจากนี้ยังมีโบราณสถานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกหลายแห่งทั้งที่พระธาตุป่าสัก พระธาตุปูเข้า ฯลฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการดำเนินการหลายวัน
นายตระกูล กล่าวว่าขั้นตอนการดำเนินการบูรณะนั้นได้มีการแบ่งออกตามลำดับคือ อันดับแรกเจ้าหน้าที่จะเข้าไปสำรวจและเก็บข้อมูลความเสียหายอย่างละเอียดทั้งหมดนอกเหนือไปจากที่พบเห็นกันโดยทั่วไป จากนั้นจะมีการตั้งตั้งเฝือกหรืออุปกรณ์ค้ำยันกรณีที่ต้องป้องกันการพังทลายหรือเสียเฉพาะหน้าอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะสรุปข้อมูลทั้งหมดส่งให้กับคณะกรรมการซึ่งทางกรมศิลปากรได้แต่งตั้งขึ้นเพื่อบูรณะโบราณสถานหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้เป็นการเฉพาะ
คณะกรรมการจะได้นำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาวาและจะมีมติเรื่องการกำหนดวิธีดำเนินการ กรอบงบประมาณ การจัดหาเงินอุดนหนุนแล้วแต่กรณีไปต่อไป ทั้งนี้ตนได้รับคำสั่งให้ไปดำเนินการและนำเสนอข้อมูลทั้งหมดไปให้คณะกรรมการในวันที่ 1 เม.ย.นี้ ซึ่งตนเห็นว่าสามารถทำได้และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ล่าช้าเอาไว้ไม่ได้ เนื่องจากหากโครงสร้างเสียหายหนักและมีการสั่นไหวเพิ่มเติมหรือมีสิ่งใดที่ทำให้โบราณสถานเกิดการขยับตัวก็อาจจะทำให้เกิดความเสียหายหนักกว่าเดิม.
โทร.089 250 1199



