ไลฟ์สไตล์

"สมคิด สิงสง" จัดงานยินดี "หงา คาราวาน"... คืนฐานที่มั่นคนกับควาย

"สมคิด สิงสง" จัดงานยินดี "หงา คาราวาน"... คืนฐานที่มั่นคนกับควาย

30 มี.ค. 2554

เมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม ที่ผ่านมา บริเวณสนามฟุตบอลโรงเรียนโคกโพธิ์ชัย ต.ซับสมบูรณ์ อ.โคกโพธิ์ชัย จ.ขอนแก่น เพื่อนพ้องน้องพี่จากหลายวงการ ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง หลังจากหลายปีที่ผ่านมาในช่วงเดือน ตุลาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของ สมคิด สิงสง น

 แต่การมาวันนี้แตกต่างออกไป เพราะไม่ได้จัดงานให้เจ้าของบ้านอย่าง สมคิด สิงสง เหมือนก่อน แต่เป็นการจัดงานให้เพื่อนสนิทอย่าง "หงา คาราวาน" ได้มีโอกาสมาเยือนถิ่น "ฐานที่มั่นคนกับควาย" อีกคำรบ ในฐานะ "ศิลปินแห่งชาติ" สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2553 ที่ผ่านมา  แม้อากาศจะร้อนไม่ใช่น้อย เพราะการจัดงานกลางแจ้งที่มีเพียงลมธรรมชาติให้ความเย็น แต่ก็ไม่ได้ทำให้เพื่อนพ้องน้องพี่ที่รู้ข่าว จากทั้งอินเทอร์เน็ตของสมคิดเอง www.oknation.net/blog/somkhitsin <http://www.oknation.net/blog/somkhitsin> " และ จากข่าวสารต่างๆ ที่กระจายออกไป ก็มากันแบบไม่ได้นัดหมาย หลายคนมาเพื่อชื่นชมและแสดงความยินดีกับ หงา คาราวาน ที่ได้เป็นศิลปินแห่งชาติ และหลายคนก็มาเพื่อร่วมแสดงความยินดีกับเจ้าของบ้าน สมคิด สิงสง ที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้ได้รับรางวัล "ศิลปินมรดกอีสาน" ประจำปี 2554 นี้ด้วย ในสาขาวรรณศิลป์ ประเภทวรรณกรรมร่วมสมัย ซึ่งรางวัลศิลปินมรดกอีสานนี้ หงา คาราวาน เคยได้รับมาก่อน ที่จะได้รับยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติเสียอีก

 ทำให้งานนี้กลายเป็นงานใหญ่คูณสอง เพราะถ้าจะว่าไป งานนี้เป็นการร่วมแสดงความยินดีให้แด่ผู้อาวุโสแห่งวงการวรรณศิลป์ และ วงการเพลงเพื่อชีวิตเลือดอีสานถึง 2 คนในคราวเดียวกัน และงานนี้ทำให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ.ควักเงินช่วยงานถึง 1 แสนบาท รวมทั้งบริษัทบุญรอดบิวเวอรี่ ก็นำสินค้ามาร่วมสมทบในงานมูลค่ากว่า 60,000 บาทเลยทีเดียว แต่รูปแบบงานไม่ได้ขายโต๊ะ ไม่ได้เรี่ยไร แต่โต๊ะจีนกว่า 80 โต๊ะเก้าอี้กว่า 800 ตัว มีไว้ให้เพื่อนพ้องน้องพี่ดื่มกิน แต่ใครใคร่บริจาคสมทบทุนก็ยินดี

 ประกอบกับก่อนถึงการจัดงานชื่นชมยินดี ตอนเช้าวันที่ 12 มีนาคม ได้มีการจัดค่าย "รวมพลังอาสา ปั้นก้อนอิฐ ดินดิบเฮือนดินอเนกประสงค์" เป็นอาคารศูนย์เรียนรู้ ประกอบด้วยเฮือนดินอเนกประสงค์ (Multipurpose Earthen House) เฮือนรับรองและอยู่อาศัย พร้อมด้วยเฮือนดินห้องน้ำ ในพื้นที่ประมาณ 50 ไร่ ซึ่งต้องใช้ก้อนอิฐดินดิบขนาดต่างๆ ราว 16,350 ก้อน และ เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้เรื่องสถาปัตยกรรมบ้านดิน วิธีดำเนินการงานก่อสร้างชุดเฮือนดินอเนกประสงค์ จึงกำหนดให้เป็นงานค่ายรวมพลังอาสาฯ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 2 ของเดือน เริ่มจากเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป จนกว่าจะได้ปริมาณก้อนอิฐดินดิบครบจำนวนก่อนจะถึงฤดูฝนปีนี้ โดยมีหัวเรี่ยวหัวแรงหลักเป็นกลุ่ม คนบ้าดี หรือ เคดีบี ที่เป็นการรวมตัวกันของคนหลากหลายอาชีพ แต่มีจิตอาสาช่วยเหลืองานสังคม โดยไม่สนค่าจ้างรางวัล

 ในส่วนแขกที่มาร่วมงาน มีทั้งแวดวงนักเขียน นักดนตรี นักเคลื่อนไหว อดีตสหาย และ ผู้สนใจอีกหลากหลายวงการ ในส่วนนักเขียนเอง สมาชิกสโมสรนักเขียนภาคอีสาน ก็มากันมากหน้าหลายตา ทั้ง สังคม เภสัชมาลา, เยี่ยม ทองน้อย, ชาตรี เสงี่ยมวงศ์ หรือ บุญมา ภูเม็ง, ชัชวาลย์ โคตรสงคราม, ประยูร ลาแสง, อภิชาติ จันนาเวช และ ประธานสโมสรนักเขียนภาคอีสาน สุมาลี สุวรรณกร

 ในส่วนสหายที่เคยร่วมต่อสู้กับสหายสุดเขต และ สหายพันตา ก็มี นคร ศรีวิพัฒน์ , ปฤหัส วงศ์ชัยภูมิ ที่อยู่ในเขตงานอีสานใต้ เพื่อนรักที่มาร่วมงานทุกปีไม่ได้ขาด ซึ่งวันนี้ก็พาภรรยาแกนนำนักเคลื่อนไหวมาด้วย และยังมี นพสณฑ์ เสษฐรังสี เพื่อนมิตรที่ทำงานอยู่ในเขตเมือง

 ส่วนนักดนตรีเพื่อชีวิต ก็มีทั้ง นิด ลายสือ และวงลายสือ พร้อมด้วยวงดนตรีเพื่อชีวิตจากตะวันแดงชัยภูมิ ครูนักทำพิณและเล่นพิณ โสโชค สู้โนนตาด และอื่นๆ อีกหลายคน

 "งานวันนี้ผมจัดขึ้นเพื่อแสดงความยินดีกับเพื่อนรัก ในโอกาสที่ได้รับการเชิดชูเกียรติให้เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ส่วนตัวผมเองไม่รู้จะมีวันได้รางวัลนี้กับเขาหรือเปล่า" สมคิด บอกบนเวที พร้อมกับหัวเราะเบาๆ เรียกเสียงฮาจากคนที่นั่งอยู่ด้านล่างกันสนุกสนาน พิธีกรรมในวันนั้น เริ่มต้นด้วยการบายศรีสู่ขวัญ โดยมี 2 ศิลปินใหญ่นั่งอยู่บนเวที พ่อพราหมณ์กล่าวอวยพรยาวเหยียด ก่อนจะจบลงด้วยการบายศรีสู่ขวัญ ผูกข้อต่อแขน และให้เพื่อนพ้องน้องพี่ที่ไปร่วมงาน ได้ร่วมผูกข้อมือแสดงความยินดีด้วย ใครใคร่อยากจะมอบช่อดอกไม้ก็มอบ ใครใคร่อยากจะมอบของกำนัลก็ยินดี เพราะงานนี้ทำแบบสบายๆ

 ก่อน 20.00 น. ไม่กี่นาที หงา คาราวาน ขึ้นเวทีครวญเพลงให้ผู้ร่วมงานฟัง โดยมีชาวบ้านซับแดงที่สนใจมาร่วมฟังด้วยหนาตา หลายเพลงผ่านไป ไม่เว้นแม้แต่เพลง "ฮิโรชิม่า" ที่มีเนื้อหาสะท้อนเรื่องระเบิดนิวเคลียร์ที่เกิดในญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และหงาก็ไม่ลืมที่จะกล่าวแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียที่เกิดกับเพื่อนบ้านอย่างญี่ปุ่น และ ยังกล่าวถึงเจตนารมณ์ที่เขาไม่เห็นด้วยกับการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นที่ใดก็ตาม โดยไม่ได้สนใจว่า มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกฟผ.นั่งอยู่

 และบรรยากาศคืนสู่เหย้าแบบนี้ ทำให้ "หงา" อดไม่ได้ที่จะพูดระลึกถึงเพื่อนรัก มหากวีผู้ยิ่งใหญ่แห่งดินแดนอีสานอีกคนหนึ่งคือ ประเสริฐ จันดำ ที่ล่วงลับไปก่อนหน้าทำให้ไม่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ แม้จะเป็นคนผู้ร่วมก่อตั้ง "หมู่บ้านเคียวเกี่ยวดาว" มาด้วยกันก็ตาม

 หลังเพลง "ฮิโรชิม่า" ผ่านไป เวทีก็ถูกยกให้แก่ศิลปิน "นิด ลายสือ" และผองเพื่อนวงลายสือบรรเลงต่อ ก่อนจะจบงานในอีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมา  การกลับคืนสู่ฐานที่มั่นคนกับควาย ที่สมคิด จัดให้แก่เพื่อนอย่าง หงา คาราวาน จบลงอย่างม่วนซื่น พร้อมกับ การเดินตามเจตนารมณ์และอุดมการณ์ของ 2 สหายเพื่อนรัก ที่คนหนึ่งยังปาวรณาตัวเองให้กับการ นำคนคืนนา นำควายคืนทุ่ง และทำงานเพื่อลุ่มน้ำห้วยสามหมอบ้านเกิด ในขณะที่อีกคนหนึ่ง ยังเขียนเพลงเพื่อสะท้อนถึงอุดมการณ์และการต่อสู้ของคนชั้นรากหญ้าเช่นเคย และไม่ได้หยุดนิ่งแม้วันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม

 โดย "หงา คาราวาน" บอกว่า การได้เป็นศิลปินแห่งชาติ ก็เป็นเพียงรางวัลที่คนอื่นเห็นคุณค่าในการทำงานของเขาแล้วให้มา แต่สำหรับเขาแล้ว ทุกเวลาในชีวิตเขาไม่เคยทำตัวเป็นศิลปินแห่งชาติ ยังคงทำตัวธรรมดา เดินสายร้องเพลงตามที่ใจรัก โดยมีตารางงานยาวเหยียด ไม่ได้มีเวลาหยุดพักเลยแม้แต่น้อย

 และนี่แหละคือคำว่า "ศิลปินแห่งชาติ" คือ ศิลปินที่ทำงานตลอดชาตินั่นเอง

เรื่อง... "มาลี ร้อยสีพันใบ"
ภาพ... "สมคิด-หงา"