
ธนาคารกั้ง"สร้างรายได้ชุมชน
ที่ผ่านมาเรามี "ธนาคารปู" แห่งแรกที่บ้านเกาะตีบ อ.ปะทิว จ.ชุมพร มี "ธนาคารหอย" แห่งแรกที่บ้านคลองเคียน อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา แต่ขณะนี้เรามี "ธนาคารกั้ง" แห่งแรกและแห่งเดียวในโลกเกิดขึ้นแล้ว ที่บ้านบากันเคย อ.เมือง จ.สตูล โดยการสนับสนุนของกองทุนฟื้นฟูฯ ที่ม
เงินจำนวน 308,079 บาท ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) แม้จะไม่มากไม่มาย แต่ก็เป็นก้าวสำคัญในการดำเนินงาน ภายใต้โครงการธนาคารกั้งชุมชน ที่รองเลขาธิการ รักษาการเลขาธิการกฟก. "สมยศ ภิราญคำ" พยายามเน้นย้ำว่า เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ รวมทั้งฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ควบคู่กับการประกอบอาชีพประมง โดยเน้นให้กลุ่มจัดทำแผนองค์กรเพื่อพัฒนาการเรียนรู้พร้อมปรับแนวคิดเพื่อพัฒนารูปแบบการผลิตและจัดทำแผนฟื้นฟูชีวิตด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น ล่าสุดมีการจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบให้แก่ชุมชน ทั้งยังเป็นแหล่งอาหารที่ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่กลุ่มเกษตรกรและพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วย ปัจจุบันผู้บริโภคหันมาบริโภคกั้งเพิ่มมากขึ้น โดยเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ เนื่องจากมีรสชาติอร่อยคล้ายเนื้อปูและเนื้อกุ้ง
ขณะนี้สถานการณ์กั้งในธรรมชาติค่อนข้างน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะแม่พันธุ์กั้งไข่ เพราะผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคจากเนื้อกั้งเป็นกั้งไข่เพิ่มมากขึ้น โดยมีราคารับซื้อที่แพงเป็นแรงจูงใจให้ชาวประมงจับกั้งไข่มาขายจำนวนมาก หากไม่มีการอนุรักษ์กั้ง อนาคตปริมาณกั้งในท้องทะเลอาจลดลงถึงขั้นวิกฤติหรืออาจสูญพันธุ์ได้
อะห์บาร์ อุเส็น ผู้ประสานงานธนาคารกั้งชุมชน กลุ่มเกษตรกรบ้านบากัน บอกเล่าถึงปัญหาการทำประมงพื้นบ้านแบบขาดจิตสำนึก โดยชาวบ้านได้ใช้เรือประมงอวนรุนและอวนลากเป็นเครื่องมือ ทำให้มีกั้งขนาดเล็กติดมาอวนมาเป็นจำนวนมาก ผู้นำชุมชนและชาวบ้านจึงรวมตัวก่อตั้งกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ และธนาคารกั้งชุมชนขึ้นมา เพื่อรองรับและฝากเลี้ยงกั้งเล็กที่ส่งขายตลาดไม่ได้
ส่วนเงินที่ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากกองทุนฟื้นฟูฯ เบื้องต้นชาวบ้านได้นำมาสร้างฟาร์มเพื่อเป็นแหล่งรองรับกั้งเล็ก บนเนื้อที่ประมาณ 2-3 ไร่ แยก 3 แปลง รับฝากกั้งที่จับได้ 3 ขนาด คือ กั้งใหญ่ ขนาด 6-9 ตัวต่อกิโลกรัม เลี้ยงในแปลง เอ กั้งกลาง ขนาด 10-15 ตัวต่อกิโลกรัม เลี้ยงในแปลง บี และกั้งจิ๋ว ขนาด 16-20 ตัวต่อกิโลกรัม เลี้ยงในแปลง ซี ปกติกั้งที่ชาวบ้านจับได้และส่งขายให้ตลาด น้ำหนัก 4-5 ตัวต่อกิโลกรัม ราคาประมาณ 650-700 บาท
ปัจจุบันมีกั้งในธนาคารกว่า 5,000 ตัว เมื่อได้ขนาดตามต้องการก็จะจับส่งขายกิโลกรัมละประมาณ 650 บาท สามารถช่วยสร้างรายได้ให้สมาชิกอีกทางหนึ่ง ซึ่งธนาคารกั้งชุมชนนับเป็นช่องทางหนึ่งที่จะช่วยอนุรักษ์พันธุ์กั้งในธรรมชาติให้คงอยู่ และช่วยรักษาทรัพยากรกั้งอย่างยั่งยืนได้ครับ!
"สุรัตน์ อัตตะ"
[email protected]



