
ภัยร้ายที่หญิงไทยรู้จริง...หรือแค่เข้าใจผิด !
คงไม่มีผู้หญิงคนไหนไม่รู้จัก มะเร็งปากมดลูก ภัยร้ายที่ทั่วโลกหวาดกลัว คอยเฝ้าระวังและหาวิธีป้องกันมาโดยตลอด แต่เหตุใดจำนวนผู้ป่วยในประเทศไทยจึงยังคงสูงขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมพบสถิติหญิงไทยเสียชีวิตด้วยมะเร็งปากมดลูกวันละ 7 คน แต่ในปัจจุบันสถิติเพิ่มสูงขึ้น
1. มั่นใจและคิดไปเองว่าตนไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง จึงไม่จำเป็นต้องตรวจคัดกรองหรือฉีดวัคซีนป้องกัน เนื่องจากมีความเชื่อที่ว่ากลุ่มเสี่ยงโรค
2. ไม่เข้าใจสาเหตุโรคที่แท้จริง หญิงไทยส่วนใหญ่เชื่อว่าสาเหตุของโรคมาจากผู้ชายเป็นพาหะ หรือเข้าใจว่าโรคนี้เกี่ยวข้องกับสารเคมีและกรรมพันธุ์ แต่ความจริงแล้วมะเร็งปากมดลูกเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี ซึ่งสามารถติดได้ระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ หรือการสัมผัสทางผิวหนัง
3. ไม่มีความผิดปกติ คือ ไม่เป็นโรค แต่แท้จริงแล้วเมื่อได้รับเชื้อไวรัสเอชพีวีจะทำให้เนื้อบริเวณปากมดลูกมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งยังคงไม่มีอาการใดๆ แต่ถ้าร่างกายกำจัดเชื้อไม่ได้ การติดเชื้อก็จะพัฒนากลายเป็นมะเร็งต้องใช้เวลา 10-15 ปี ดังนั้นอาการที่ปรากฏไม่ใช่อาการเบื้องต้นแต่หมายถึงการลุกลามของมะเร็งนั่นเอง
4. ตรวจคัดกรองเป็นเรื่องน่าอาย ผู้หญิงไทยมีนิสัยรักนวลสงวนตัวและขี้อาย จึงไม่สะดวกใจที่จะต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจภายใน (ตรวจคัดกรอง) และ 5. มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการป้องกัน การป้องกันสามารถทำได้โดยการตรวจคัดกรองร่วมกับการฉีดวัคซีน หลายคนคิดว่าการตรวจคัดกรองเมื่อตรวจแล้วไม่พบเชื้อก็ไม่จำเป็นต้องตรวจซ้ำ แต่การตรวจนั้นควรทำเป็นประจำทุกปี แต่จากข้อมูลการวิจัยพบว่า วัคซีนยังคงไม่มีประโยชน์ในผู้หญิงถึงแม้ว่าจะมีเพศสัมพันธ์แล้วก็ตาม พบว่าภูมิคุ้มกันยังคงสูงมากอยู่ แม้ในผู้หญิงอายุ 50 ปี
"เรียกได้ว่าความเข้าใจผิดข้างต้นนี้ เป็นสาเหตุหลักในการเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิงไทย ทุกหน่วยงานจึงควรให้ความสำคัญในการให้ความรู้ที่ถูกต้อง ตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันโรค ที่สำคัญต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นการลดพฤติกรรมเสี่ยง หลีกเลี่ยงเหล้าและบุหรี่ รวมถึงตรวจคัดกรองเป็นประจำร่วมกับฉีดวัคซีนป้องกัน เพื่อสิทธิภาพสูงสุดในการลดเสี่ยง จงจำไว้ “ความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูกไม่สามารถประเมินด้วยตนเอง ความเข้าใจแบบผิดๆ จะนำไปสู่การสูญเสียชีวิต” รศ.นพ.อรรณพ กล่าวทิ้งท้าย



