
ป้องกันรังสีนิวเคลียร์
ผลกระทบจากเหตุการณ์นิวเคลียร์ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะ ไดอิจิ ที่ประเทศญี่ปุ่น หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว และสึนามิ สร้างความหวาดวิตกให้แก่ประชาชนชาวญี่ปุ่นและคนไทย ต่อการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีที่อาจส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน
เพื่อเป็นการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง นพ.สามารถ ราชดารา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ โรงพยาบาลวัฒโนสถ มีข้อแนะนำเรื่องการป้องกันแก่ประชาชนที่ได้รับสารกัมมันตรังสีเพื่อลดปัญหาความตื่นตระหนก ดังนี้
- เมื่อใดก็ตามที่อยู่ในบริเวณที่มีการปนเปื้อนรังสีในอากาศ การป้องกันหรือรักษาอาการเบื้องต้น ควรออกจากพื้นที่นั้นโดยด่วน ในขณะที่ยังไม่สามารถออกจากพื้นที่นั้นได้ ควรใส่หน้ากาก (facial mask) และอยู่ในที่สงัดลม เช่น ในบ้านปิดประตู หน้าต่าง เพื่อป้องกันการกระจายของสารรังสีในอากาศเข้าสู่ตัวบ้าน
- สงสัยว่าได้รับสารกัมมันตรังสี มีวิธีการตรวจวัดรังสีปนเปื้อนที่อยู่ภายนอกร่างกายได้ จาก survey meter สำหรับการตรวจสารรังสีที่ตกค้างในร่างกายต้องใช้ body counter ซึ่งจะตรวจปริมาณรังสีหลายๆ ชนิดที่ค้างอยู่ในร่างกาย แต่เครื่องมือนี้ ไม่มีในประเทศไทย ในกรณีของอุบัติเหตุรังสีในครั้งนี้ข้อกังวลอยู่ที่ ไอโอดีน-131 (I-131) ที่แพร่ได้ในอากาศและอาจสูดดมเข้าไป หรือปนเปื้อนลงในน้ำหลังฝนตกในบริเวณที่มีสารรังสีดังกล่าว
สามารถตรวจสอบรังสีนี้ได้จากเครื่องตรวจ Thyroid uptake ซึ่งมีอยู่ในโรงพยาบาลวัฒโนสถ หรือหน่วยเวชศาสตร์นิวเคลียร์ในโรงเรียนแพทย์ รังสีไอโอดีนนี้ ถ้าปริมาณมากพอจะถูกขับออกทางอุจจาระ ปัสสาวะ และน้ำลาย ซึ่งอาจปนเปื้อนไปยังผู้อื่นได้
- การป้องกันเมื่ออยู่ในบริเวณความเสี่ยง ให้อยู่ในที่ที่มีการถ่ายเทของอากาศน้อย และออกจากบริเวณดังกล่าวให้เร็วที่สุด
- การปนเปื้อนรังสีในอาหาร อาจเกิดขึ้นได้ถ้าแหล่งผลิตอาหารนั้น มีการแพร่กระจายของรังสี ซึ่งการตรวจรังสีตกค้างในอาหาร สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเป็นผู้ดูแล และป้องกัน รวมทั้งการออกประกาศเตือน คำแนะนำคือหลีกเลี่ยงอาหารซึ่งอาจผลิตจากแหล่งดังกล่าว
- โรคที่จะเกิดขึ้นตามมา หากได้รับสารรังสีเข้าสู่ร่างกาย ขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณที่ได้รับเข้าไป ในกรณีที่ได้รับรังสีในปริมาณสูง ระบบทางเดินอาหารจะแสดงอาการให้เห็นได้ชัดเจน เช่น คลื่นไส้อาเจียน ในระยะยาวอาจก่อให้เกิดมะเร็งชนิดต่างๆ โดยเฉพาะมะเร็งเม็ดเลือดขาว เป็นต้น
ขอย้ำว่า อันตรายจะเกิดในกรณีที่ได้รับสารกัมมันตรังสีโดยตรงในปริมาณสูงเท่านั้น เช่น ผู้คนที่อยู่ในบริเวณอุบัติเหตุโรงไฟฟ้า สำหรับผู้คนที่อยู่ห่างไกลออกไปความรุนแรงและอันตรายจะน้อยลง ซึ่งการปนเปื้อนที่ถูกกล่าวถึงโดยเฉพาะ I-131 นั้น ถ้าเด็กเล็กได้สารรังสีนี้อาจเหนี่ยวนำให้เกิดมะเร็งต่อมไธรอยด์ได้ในอนาคนต จึงอาจให้ไอโอดีนเสถียรเพื่อป้องกันการจับ I-131 จากอากาศเข้าสู่ต่อมไธรอยด์ จากรายงานอุบัติเหตุรังสีพบว่า ในผู้ใหญ่ที่อายุมากกว่า 40 ปี หลังการสูดดมสารรังสีปนเปื้อน ไม่พบว่า มีอุบัติการณ์ของการเกิดมะเร็งต่อมไธรอยด์เพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ดี การกินไอโอดีนเสถียรเพื่อประโยชน์ดังกล่าว ควรจะทำก็ต่อเมื่อมีข้อบ่งชี้ว่า มีโอกาสสูงของการฟุ้งกระจายของ I-131 เท่านั้น เนื่องจากไอโอดีนที่เสถียรในปริมาณที่มากเกินไปอาจเกิดพิษขึ้นได้ และในบางรายก็อาจแพ้ได้เช่นกัน
การทาเบตาดีน สามารถป้องกันรังสีไอโอดีนได้หรือไม่
ร่างกายสามารถดูดซึมไอโอดีนจากสารละลายเบตาดีนได้ ในปริมาณเล็กน้อย ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับการป้องกันการจับของสารรังสีไอโอดีน
โรงพยาบาลวัฒโนสถ โทร. 1719



