ไลฟ์สไตล์

มาตรฐานประกันสังคม (2)

มาตรฐานประกันสังคม (2)

29 มี.ค. 2554

เรื่องของผม ได้ลงเมื่อวันศุกร์ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา ผมได้รับคำตอบจากสำนักงานประกันสังคม เขต 6 (สปส.)

 เนื้อความโดยสรุปของทาง สปส.เขต 6 คือ ผมได้ผ่านการพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการให้ชดเชยการขาดรายได้ตามเกณฑ์เจ็บป่วยเรื้อรัง สามารถรับเงินชดเชยได้ 365 วัน และอื่นๆ นั้น ความเป็นจริงคือ ผมไม่มีสิทธิได้รับเงินชดเชยดังกล่าว เนื่องจากไม่ได้ส่งเงินสมทบตามมาตรา 39 และไม่ได้เป็นผู้ประกันตนแล้ว จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์
 ที่น่าเจ็บปวด คือ เจ้าหนี้ไม่ยอมผ่อนผันให้ เพราะคิดว่าผมได้เงินจากประกันสังคมแล้ว แม่ผมจึงต้องใช้หนี้แทน 
 ผมมีข้อสงสัยและอยากให้ผู้ประกันตนทั่วไปใช้เป็นกรณีศึกษา เผื่อว่าสักวันอาจเป็นผู้เคราะห์ร้ายต้องเจ็บป่วยเรื้อรัง ตกงานและขาดรายได้เกิน 6 เดือน หากจะขอรับการชดเชยเกิน 180 วัน พึงระลึกไว้ว่า ถึงจะป่วยหนักใกล้ตาย เป็นมะเร็ง ไตวาย กระดูกหัก ฯลฯ ท่านต้องหาเงินมาส่งสมทบให้ สปส. เพื่อรักษาสิทธิไว้ จะได้รับการรักษาจากโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง และรอต่อไปสัก 5 เดือน ก็อาจจะได้รับเงินชดเชยกรณีเจ็บป่วยเรื้อรัง เพราะถ้าขาดส่งสมทบก็หมดสิทธิรับเงินชดเชย
 อยากถามว่า กฎข้อนี้สมเหตุสมผลหรือไม่ มิหนำซ้ำยังไม่มีการบอกในคู่มือประกันตน (เล่มปกสีน้ำเงิน) เจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่องก็ไม่บอกอีกด้วย ผู้เจ็บป่วยเรื้อรังตามโรคที่ระบุในคู่มือ ล้วนป่วยหนัก เคราะห์ร้าย และไม่มีรายได้ เพราะทำงานไม่ได้แล้ว กลับต้องหาเงินส่งสมทบ 4-5 เดือน เพื่อรอการพิจารณาชดเชย เป็นการซ้ำเติมผู้ประกันตนมาก แล้วผู้ทุพพลภาพล่ะครับ ต้องส่งเงินสมทบตลอดไป เพื่อรักษาสิทธิไว้ในการรับเงินชดเชยหรือเปล่าครับ ไม่มีบอกไว้ในคู่มือเช่นกัน
 อีกข้อที่อยากฝากถาม คือ เมื่อไหร่ สปส.จะเลิกเก็บเงินสมทบกรณีเจ็บป่วยแล้วให้ สปสช.รับผิดชอบในส่วนนี้ เช่นเดียวกับแรงงานนอกระบบ ข้าราชการ ฯลฯ ซึ่งเขาไม่ต้องจ่ายสมทบอะไรเลย แถมยังรับการรักษาต่อเนื่องได้โดยไม่ขาดสิทธิ นำเงินส่วนไปเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านอื่นๆ ให้ผู้ประกันตน จะดีกว่าไหมครับ คิดเพื่อประโยชน์สูงสูดของผู้ประกันตนบ้าง
 ฝากขอบคุณ ผู้อำนวยการ สปส.เขต 6 ที่ช่วยกรุณาติดต่องานให้ผม แต่ข้อจำกัดของผมมีมาก และผมได้พยายามหาทางเองมากว่า 6 เดือนแล้ว นอกจากค้าขาย คงไม่มีใครจ้างผมหรอกครับ
ธนวัฒน์  
ตอบ
 นายวิริยะ จันกลิ่น ผู้อำนวยการสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 6 ชี้แจงว่า ผู้ประกันตนได้มาติดต่อรับเงินในส่วนของเงินชดเชยขาดรายได้ที่ยังเบิกไม่ครบ แต่ในส่วนของเงินชดเชยโรคเรื้อรัง ไม่มีสิทธิได้รับ เนื่องจากหมดสภาพการเป็นผู้ประกันตนแล้ว
 จากการพิจารณาของคณะกรรมการทางการแพทย์ โดยพิจารณาจากเวชระเบียน ประวัติการรักษา และอาการของโรค ลงความเห็นว่า อาการเจ็บป่วยของคุณธนวัฒน์สูญเสียสมรรถภาพในการทำงานไม่เกิน 50% จึงไม่ถือว่า "ทุพพลภาพ" ยังสามารถทำงานได้ แต่ด้วยอายุและลักษณะของคุณธนวัฒน์อาจจะเสียเปรียบกรณีไปสมัครงานใหม่ เพราะยกของหนักไม่ได้
 คุณธนวัฒน์เคยได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่แล้ว ให้ทำประกันตนตามมาตรา 39 แต่คุณธนวัฒน์ปฏิเสธ ด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่มีรายได้ ไม่มีรายได้จ่ายเงินสมทบได้
 ผอ.สปส.เขต 6 แนะนำว่า ให้คุณธนวัฒน์ไปร้องเรียนที่สำนักงานคุ้มครองแรงงาน ใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงานตรวจสอบนายจ้าง และขอคืนสภาพการเป็นผู้ประกันตนได้อีกทางหนึ่ง...
ลุงแจ่ม