ไลฟ์สไตล์

เล่นหูเล่นตา-พบพระ

เล่นหูเล่นตา-พบพระ

28 มี.ค. 2554

ฉันคิดว่า “ความเชื่อ” ที่แก่กล้ามีที่มาที่ไป มีเหตุมีผล จนเป็นที่ยึดเหนี่ยวของจิตใจจะกลายเป็น “ศรัทธา” ไปในที่สุด … ดังนั้นความเชื่อในบางสิ่งจึงกลายเป็นศรัทธาและความเชื่อในบางอย่างก็ยังคงเป็นแค่ความเชื่อ ….

 ฉันเชื่อว่า … ผีไม่มีจริง พอๆ กับ ผัว! (เป็นความเชื่อส่วนตัว โปรดใช้วิจารณญาณ) ทั้งผีและผัวมีวิธีใช้และสรรพคุณใกล้เคียงกัน อันได้แก่ ผีชอบหลอก ผัวก็ชอบหลอก ผีชอบซ่อนอยู่ในร่องหลืบที่มืด ส่วนผัวนั้นชอบเหน็บตามร่องหลืบของร่างกาย (หัวใจ)

 รถคู่ใจทิ้งโค้งเบาๆ ลงบนทางเลี้ยวสุดท้ายก่อนลอดออกจากลานจอดรถของคอนโด ไปเจอแดดสาดใส่หน้าให้รู้ว่าสายโด่ หัวมุมก่อนทางออกคือ ศาลพระภูมิเจ้าที่ … ฉันปล่อยมือจากพวงมาลัย เท้าแตะเบรก ยกมือขึ้นพนมแล้วอธิษฐานในใจ

 “ขอให้ลูกช้างดำรงอยู่บนหนทางของความดี”

 ที่ขอแค่นี้เพราะมีรถตามหลังเดี๋ยวเขาด่าเอา จะหยุดจอดลงไปขออะไรยืดยาวก็ใช่ที่ ใครต่อใครคงจะขอกันมากมายจนท่านเบื่อจะฟัง บ่ายคล้อยอย่างนี้ท่านคงพักผ่อนเอนหลัง ฉันจึงทำได้แค่ขออะไรสั้นๆ ช่วงเวลาพนมมือหรือจะเรียกว่า “เตือนตัวเองต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์” นั้นคงจะตรงตัวกว่า บุญก็ทำมาแค่เนียะ กรรมก็ทำมาเท่าโน้น คงไม่มีหน้าจะไปขออะไรจากท่าน แค่มีชีวิตรอดไปวันๆ ให้ได้พนมมืออธิษฐานทุกวันก่อนออกจากคอนโดแค่นี้ … ก็บุญโขแล้ว …

 การดำรงอยู่บนหนทางของคนดีท่ามกลางเส้นทางของคนบาปที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งและความเห็นแก่ตัวนั้นมันยากพอๆ กับการยืนของนักไต่ลวดที่ต้องถือไม้ยาว 1 อัน คอยทำให้สมดุล ไม่ตกไม่หล่นร่วงลงไปกองอยู่ข้างล่าง ไม้อันนั้นคงเปรียบได้กับพระธรรมคำสอนของศาสนาที่เรายึดถือปฏิบัติซึ่งบางครั้งเราทิ้งไม้แล้วห้อยต่องแต่งเกาะอยู่บนเส้นลวดเมื่อถึงเวลาที่ต้องเอาตัวให้รอด เรายอมเสียคุณความดีทั้งหลายไปเพียงเพื่อให้ชีวิตนี้อยู่ต่อไป … แม้จะกลายเป็นคนบาป (ในบางครั้ง) แต่สาระสำคัญมันอยู่ตรงที่จะมีใครส่งไม้ขึ้นมาให้เราถือหรือเราจะหาไม้อันนั้นเจอหรือไม่ต่างหาก

 “พี่ … ช่วงนี้เราว่างไม่ไปไหนก็ไปซื้อของเตรียมทำสังฆทานพรุ่งนี้นะ จะได้ไม่เสียเวลา”

 ฉันหันไปค้อนนุชนาฏกับสีเกด 2 ผู้ช่วยคุณไสย์ที่เพียรต้อนให้ฉันไปทำบุญในช่วงเวลาของการพักผ่อนพร้อมพี่สาวและหลานๆ

 “ฮึ! มาเที่ยวหรือมาทำบุญ 9 วัด” ฉันคิดในใจแต่ก็ได้แต่คิดราวกับชีวิตฉันอยู่ในกำมือของพวกมัน พี่สีเกดพลขับพาพวกเราไปซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตไฮโซของเชียงใหม่ “ริมปิง” ต่างคนต่างจับคู่กันเข็นรถเข้าไปเลือกซื้อข้าวของไว้ทำสังฆทานตามความพึงพอใจและวิจารณญาณส่วนบุคคล ตั้งแต่ชุดยาสามัญประจำบ้าน สบู่ ยาสีฟัน นมกล่อง มาม่า อาหารกระป๋อง ข้าวสาร กระดาษทิชชู่ แชมพู กาแฟ โอวัลติน ฯลฯ  แม้กระทั่ง “น้ำผึ้ง”
 
 “พี่นุชบอกว่าใส่ไปจะได้ทำอะไรคล่องๆ ลื่นๆ หวานๆ ไม่ขมขื่น” ณัฐ หลานชายฉันบอกเหตุผลก่อนคว้าใส่รถเข็น
 “บอกนังนุชมันว่าอยากให้หวานนักทำไมไม่ใส่น้ำตาล อยากจะให้ลื่นนักทำไมไม่ใส่จาระบี”
 มันคงตอบกลับมาว่า “พี่ก็คิดได้นะ บาปกรรม จาระบีมันกินเข้าไปได้เสียที่ไหน”
 “กาแฟเนี่ย รู้ได้ไงพระท่านฉันพรรค์นี้” ฉันยังคงตอแยกับนุช
 “เออๆ เอาเหอะพี่ เราอยากใส่อะไรเราก็ใส่ตามชอบเหมือนใส่บาตรนั่นแหละ”
 “ทำไมไม่ใส่เท่าที่จำเป็น ยิ่งใส่ตามใจก็ยิ่งเหมือนเอากิเลสไปทำบุญนะพี่ว่า” (ขวางโลกได้อีก)

 นี่แหละที่นุชนาฏชอบร้องเพลงบุพเพฯ ล้อฉันว่า “ความรักศักดิ์ศรี คิ้มไม่มีพรมแดน คิ้มไม่มีศาสนา”

 ไปเชื่อนังนุชมัน! ศาสนาพุทธสอนให้ยืนอยู่บนทางสายกลางแห่งเหตุผล ดังนั้นฉันก็แค่หาเหตุผลกลางๆ แล้วมันผิดตรงไหน? แต่ถึงอย่างไรจะทำด้วยสิ่งไหนและด้วยวิธีใดก็ล้วนแล้วแต่ … ศรัทธา

 “นี่ถ้าพวกหนูลากพี่ไปทำบุญที่วัดได้คราวนี้ ถือเป็นประวัติศาสตร์ของพวกเราเลยนะ” สีเกดว่า

 “พี่เกดก็พูดเกินไป บุญน่ะพี่ก็เคยทำเหมือนกันแต่คนตื่นสายแบบพี่จะทำบุญทันใครเขา ก็ได้แต่ใส่ซองเวลามีคนมาขอให้ร่วมทำบุญสร้างโน่นนี่ เมื่อก่อนก็ทำมาเยอะแล้วกับพวกผู้ชายที่ผ่านๆ มา …”

 “มันเหมือนกันที่ไหน! ทำบุญกับพระได้เกาะชายผ้าเหลืองท่านไปขึ้นสวรรค์ ไอ้ที่ทำบุญกับผู้ชายพี่ได้เกาะอะไรมันไปขึ้นสวรรค์?"  นังนุชนาฏที่กำลังจะกลายร่างเป็นแม่ชีหยวก (ตัวขาวอวบมาก) ลุกขึ้นมาเทศน์ฉันแว้ดๆๆๆ

 “อย่าไปรู้เลยว่าพี่เกาะอวัยวะส่วนไหนเขาไป แต่พี่ก็เคยขึ้นสวรรค์ตั้งหลายครั้งแล้ว …”

 นุชนาฏสาวบริสุทธิ์ผู้ไม่เคยขึ้นสวรรค์ค้อนไป 8 ตลบ แล้วหัวเราะจนหน้าแดง … เฮ้อ! บาปกรรมมีจริงเป็นเสียแบบนี้ ทุกวันนี้เลยอยู่คนเดียวแถมไม่ได้ขึ้นสวรรค์มานานแล้ว …

 เช่นนี้แล้ว หนทางขึ้นสวรรค์โดยการทำบุญกับพระสงฆ์องค์เจ้าจึงเป็นบันไดเรียงยาวหลายขั้นตรงหน้า

 “ถอดรองเท้ากันตรงนี้นะเด็กๆ” พี่สาวฉันหันไปสั่งลูกหลานตัวผู้อีก 3 ตัวที่ซนเป็นลิง      
  
 ฉันหยุดยืนหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่มองเข้าไปในวัดตั้งสมาธิสะกดจิตสะกดใจให้นิ่ง แล้วก้าวเท้าเข้าสู่เขตพัทธสีมาของวัดลอยเคราะห์ จ.เชียงใหม่ โถงกลางใหญ่หลังคาสูงโปร่งโล่งสบายมีพระประธานองค์ใหญ่อยู่ตรงหน้าให้ทุกคนก้มกราบ พวกเราหอบหิ้วถุงก๊อบแก๊บมาแล้วคว้าโตกสีแดงของทางวัดมาจัดเรียงข้าวของเสียใหม่พร้อมกับเงินปัจจัยใส่ซอง ช่วงเกิดสมาธิขณะจัดของ ใบหน้าของท็อป ดารณีนุช ก็ลอยมาตรงหน้า นางมักจะคอยชี้นำสั่งสอนหาทางสว่างให้เพื่อนเสมอ

 นางว่า … การทำบุญนั้นต้องครบทั้งบำรุงพระและบำรุงวัดเพื่อที่จะได้มีสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและมีผู้สืบทอดและเผยแผ่ธรรมะ นางคือผู้ที่คอยเอาไม้แห่งพระรัตนตรัย ไม้แห่งคุณงามความดีทั้งหลายยื่นให้ฉันเอาไว้เดินไต่ลวด พอไม้ตกนางก็ยื่นคืนให้ ทำเช่นนี้ทุกครั้งไป แต่ … จะถามกูสักคำมั้ยว่า อยากได้คืนหรือไม่!

 พระผู้ใหญ่นั่งรอประกอบพิธีกรรมให้พวกเรา ท่านยื่นผ้าเหลืองวางลงพื้นให้พวกเราขยับโตกเครื่องสังฆทานวางทับบนผ้านั้น จากนั้นท่านก็เริ่มสวด จบแล้วท่านก็เริ่มสาด อีตรงนี้แหละที่ฉันกลัว “น้ำมนตร์” น้ำเย็นๆ กระเซ็นจากปลายซีกไม้ไผ่ที่แตกออกพร้อมกับการร่ายมนตร์ ถ้าฉันล้มลงไปดิ้นพราดๆ ชักดิ้นชักงอ ท่านจะสะกดวิญญาณใส่หม้อแม่นาคแล้วเอาไปถ่วงน้ำมั้ย? ไม่เป็นเช่นนั้น ละอองน้ำมนตร์เย็นเหมือนฝนเม็ดเล็กๆ ซ่านไปทั่วหน้าและหัวของพวกเรา

 อือ … สิริมงคลมันเป็นเช่นนี้เอง ความเย็นที่ไม่ได้มาจากแค่น้ำมนตร์แต่มาจากใจที่คิดดีและทำดี แค่นี้สิริมงคลก็เกิดขึ้นแก่ตัวแล้ว ดังนั้นอยู่ที่ใดก็เกิดความเป็นมงคลได้ เพราะทุกสิ่งถูกกำหนดโดย “จิต” ในทางโลกคงเรียกว่า “เจตนา” เมื่อการกระทำดีจากเจตนาที่ดี สิ่งดีๆ จะตามมา อย่างน้อยก็ความสบายใจที่เกิดขึ้นในใจของเราเอง

 ก่อนกลับพระท่านถามพวกเราเป็นภาษาเหนือว่า มาจากที่ใด? … กรุงเทพฯ ท่านถามต่อว่า ทำอาชีพอะไร? … นักร้อง ท่านหยุด (อึ้ง) มองหน้าฉัน คงนึกในใจว่า “อยู่ในวัดแล้วยังมุสา” (ก็หน้าไม่แต่งมานิ ถึงแต่งใครจะไปเชื่อ!) ท่านมิได้แจกของขลังของดีใดๆ นอกจากสายสิญจน์สีขาวเส้นน้อยที่คอยเตือนใจว่า “ความดีอยู่ที่ตัวเรา” แล้วบอกกับหลานชายทั้ง 3 ตัวของฉันให้กลับไปล้างห้องน้ำให้พ่อแม่ จะเป็นบุญ …ท่านคงหมายถึงพ่อแม่ก็คือพระของลูก ทำบุญกับพระแล้วก็อย่าละทิ้งพ่อแม่ต้องคอยดูแลท่าน การพบพระได้จบสิ้นลงเพื่อให้ฉันได้กลับมาเชื่อมั่นและเตือนตัวเองทุกวันว่า …

 ขอให้ลูกช้างดำรงอยู่ในความดี … สาธุ

เจนนิเฟอร์ คิ้ม