
เจ๊าะแจ๊ะวิทยาศาสตร์-ความต่างกัมมันตรังสี:กัมมันตภาพรังสี
สวัสดีค่ะน้องๆ กลับมาพบกับ พี่ฮัมมิ่งเบิร์ด เช่นเคย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พี่ได้นำเสนอเรื่องราวของเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศญี่ปุ่น ที่ทำให้เกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี แต่จากการรับฟัง รับชมข่าวสาร ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงความต่างของการใช้กัมม
อาทิตย์นี้พี่เลยขอค้นหาคำตอบมาฝากน้องๆ เพื่อไขข้อข้องใจให้แก่ใครหลายๆ คน จะได้ใช้คำว่า กัมมันตรังสี กับกัมมันตภาพรังสี ถูกซะที
สารกัมมันตรังสี (Radioactive) เป็นสรรพนาม (Adjective) ขยายคำว่า สาร เป็น สารกัมมันตรังสี หมายถึง สารหรือธาตุ สิ่งที่เป็นสสาร เป็นวัตถุจับต้องได้ที่สามารถปล่อยรังสีออกมาได้
ส่วนคำว่า กัมมันตภาพรังสี (Radioactivity) นั้น คือ พลังงาน ที่จับต้องไม่ได้ เป็นปรากฏการณ์ที่สารกัมมันตรังสีปล่อยรังสีออกมา ดังนั้น หากเป็นเป็นสสาร จะไม่ต้องใช้คำว่า ภาพ
แต่ถ้าจะให้เข้าใจง่ายๆ สารกัมมันตรังสี คือสารที่สามารถปลดปล่อย กัมมันตภาพรังสี เพราะสารกัมมันตรังสี ก็คือ สารหรือธาตุพลังงานสูงกลุ่มหนึ่งที่สามารถแผ่รังสีออกมาได้ เมื่อแผ่รังสีออกมามันจะก็จะกลายสภาพไปเป็นธาตุชนิดอื่นหรือธาตุชนิดเดิมที่ มีความเสถียรมากขึ้น รังสีที่แผ่ออกมาจากธาตุกลุ่มนี้ เราจึงเรียกว่า กัมมันตภาพรังสี นั่นเอง
ตัวอย่าง สารกัมมันตรังสีที่เราคุ้นชื่อ เช่น ยูเรเนียม-238, ยูเรเนียม-235, เรเดียม-226, เรดอน-222, โคบอลต์-60, ไอโอดีน-131 และซีเซียม-137 เป็นต้น สารเหล่านี้เนื่องจากมีพลังงานมากและไม่เสถียรจึงต้องมีการปลดปล่อยกัมมันตภาพรังสีออกมา เพื่อให้อะตอมของธาตุเสถียรขึ้น การแผ่รังสีจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา โดยอัตราการแผ่รังสีของธาตุแต่ละชนิดนั้นเป็นสมบัติเฉพาะตัวและมีค่าคงที่ เราเรียกอัตราการสลายตัวของสารเหล่านี้ว่า ครึ่งชีวิต หรือ Half life คือระยะเวลาที่สารกัมมันตรังสีใช้เวลาสลายตัวจนเหลือประมาณครึ่งหนึ่งของสารตั้งต้น
แต่หากเป็น กัมมันตภาพรังสี คือ คุณสมบัติของธาตุและไอโซโทปบางส่วน ที่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นธาตุหรือไอโซโทปอื่น โดยการเปลี่ยนแปลงนี้จะมีการปลดปล่อยหรือส่งรังสีออกมาด้วย รังสีที่แผ่ออกมาในกระบวนการสลายตัวของธาตุหรือไอโซโทปนั้นประกอบด้วย รังสีอัลฟา (Alpha-a), รังสีเบตา (Beta-b) และรังสีแกมมา (Gamma-g)
หลังจากนี้ หากน้องๆ ได้มีโอกาสใช้คำว่า สารกัมมันตรังสี และกัมมันตภาพรังสี คงพอจะใช้กันถูกแล้วใช้หรือเปล่าคะ ว่าตอนไหน ควรเรียกว่าอย่างไร แล้วพบกันสัปดาห์หน้าค่ะ



