
คันฉ่องและโคมฉาย -สันติในเรือนใจ (จบ)
"ทิฐิสามัญญตา" หมายความว่า ให้เรามีความคิดความเห็นลงรอยเป็นแนวเดียวกัน ถ้ามีความคิดความเห็นลงรอยเป็นแนวเดียวกันแล้วสันติภาพก็เกิด เหมือนพระพุทธเจ้านำเอาคนจากวรรณะทั้ง ๔ มาบวชอยู่ด้วยกัน แต่ไม่ทะเลาะกัน เพราะอะไร เพราะว่าพระภิกษุทุกรูป มีความคิดเห็นเป็นแ
พอทุกรูปมุ่งนิพพานหมด ไม่มีรูปไหนทะเลาะกัน เพราะอยากจะได้ยศ ทรัพย์ อำนาจ ทุกคนทิ้งสิ่งเหล่านี้ไว้เบื้องหลังทั้งหมด เรามาบวชแล้วเรามุ่งไปที่นิพพาน พอคิดเป็นแนวเดียวกันทั้งหมด ผลก็คือ ศีลสามัญญตา ทุกคนปฏิบัติเหมือนกันทั้งหมดเลย แม้จะมาจากต่างชาติจากต่างตระกูล ต่างผิวพรรรณ ต่างวรรณะ แต่ก็มาบวชแล้วกลายเป็นสมณะศากยบุตรทุกคน คิดเห็นเป็นแนวเดียวกัน คือ มุ่งไปสู่การดับทุกข์ และทุกคนทุกรูปปฏิบัติเป็นแนวเดียวกัน คือ รักษาศีล ๒๒๗ ข้อ เท่ากัน
ในสังคมก็เช่นเดียวกัน ถ้ามีทิฐิสามัญญตา ก็คือเรามุ่งไปที่ช่วยกันสร้างสรรค์ประโยชน์สุข ให้แก่ประเทศชาติและประชาชน ถ้าเราคนไทยคิดมุ่งหมายไปในทิศทางนี้ทั้งหมดสันติสุขก็เกิดขึ้น และถ้าเราปฏิบัติไปในแนวเดียวกันทั้งหมด กล่าวคือ เรามีศีล ศีลของสังคมคือ กฎหมาย เราไม่ละเมิดกฎหมาย เราเคารพกฎหมาย ไม่มีคำว่าสองมาตรฐานเมื่อมาอยู่เบื้องหน้าของกฎหมายยกให้หลักนิติธรรมนำนิติรัฐ ทำเช่นนั้นได้เมื่อไหร่ คนไทยทั้งหมดเสมอภาคกัน ทั้งในทางทิฐิ คือ ความคิดความเห็นและในทางพฤติกรรม คือ การเคารพกฎหมาย ทุกสังคม ทุกวัฒนธรรม ทุกประเทศ ถ้าคนส่วนใหญ่มีทิฐิสามัญญตา คิดเห็นลงรอยเป็นแนวเดียวกัน และมีศีลสามัญญตา ประพฤติปฏิบัติเป็นแนวเดียวกัน สันติภาพก็เกิดขึ้น
ดังนั้น วิธีสร้างสันติภาพกล่าวอย่างสั้นที่สุด ถ้าให้เหลือสองข้อจากหกข้อ ก็เอาแค่ทิฐิสามัญญตา คิดเห็นเป็นแนวเดียวกัน และศีลสามัญญตา ประพฤติปฏิบัติเป็นแนวเดียวกัน ถ้าได้สองประการแค่นี้ก็มีสันติภาพ
ชุมชนสงฆ์เป็นชุมชนตัวอย่างของสันติ เพราะว่าชุมชนสงฆ์นั้นประกอบด้วยผู้คนจากทุกชาติชั้นวรรณะ แต่เมื่อเข้ามาอยู่ด้วยกันแล้วเราอยู่ด้วยกันอย่างสันติ เพราะเรามีทิฐิสามัญญตาและศีลสามัญญตา ดังนั้น ถ้าเราอยากสถาปนาประเทศไทยของเรา หรือโลกของเรา ให้เป็นโลกที่มีสันติ เราก็ต้องเอาสามัคคีธรรม สาราณียธรรม ซึ่งประกอบไปด้วย
๑. คิดด้วยเมตตา
๒. พูดด้วยเมตตา
๓. ทำด้วยเมตตา
๔. สาธารณโพธิตา
๕. ทิฐิสามัญญตา
๖. ศีลสามัญญตา
มาประพฤติปฏิบัติจนหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันของวิถีชีวิตของเราแต่ละคน ถ้าสาราณียธรรมเหล่านี้ได้รับการนำมาฟื้นฟูเมื่อไหร่ สังคมไทย โลกของเราทั้งหมดก็จะเป็นโลกที่ร่มเย็นด้วยสันติกันเมื่อนั้น
ดังนั้น ในท้ายที่สุดนี้ อาตมภาพจึงขอเจริญพร เชิญทุกท่านทุกคนมานำเอาหลักการสร้างสรรค์สันติภาพเหล่านี้ไปประพฤติปฏิบัติจนผลิบานขึ้นมาในเนื้อในตัวในวิถีชีวิตจิตใจของแต่ละคนโดยทั่วกัน เพราะเมื่อแต่ละคนสันติ โลกนี้ก็มีสันติ เนื่องจากสันติส่วนบุคคล คือสันติภาพสากลของมนุษยชาติ
จึงขออัญเชิญคุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ มารวมกันเป็น ตบะ เป็นเดชะ เป็นพลวัตปัจจัย อำนวยอวยชัยให้ทุกท่านทุกคนที่ร่วมรับฟังปาฐกถาในวันนี้ มีแต่สันติในเรือนใจ มีความร่มเย็นเป็นสุขทั่วกันทุกท่านทุกคนเทอญ
ว.วชิรเมธี



