
มธบ.เปิดศูนย์เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน
เลขาธิการอาเซียน หนุนสถาบันอุดมศึกษาต้องคิด ต้องทำ เตรียมความพร้อม ก่อนประเทศไทยจะถูกกลืนหลังเข้าประชาคมอาเซียน ด้าน มธบ.ชี้เปิดศูนย์เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนแห่งแรกในไทย หวังเผยแพร่เรื่องอาเซียน สร้างความรู้ความเข้าใจแก่คนไทยทุกภาคส่วน พร้อมเผยผล
เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์(มธบ.) จัดแถลงข่าวเปิดศูนย์เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน มธบ. โดยมีดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน(ASEAN) เป็นประธานเปิดศูนย์ พร้อมบรรยายพิเศษ “ก้าวต่อไปของไทยในประชาคมอาเซียน “ ตอนหนึ่งว่ารู้สึกดีใจมากที่สถาบันอุดมศึกษาได้ให้ความสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งถือเป็นภารกิจที่อุดมศึกษาทุกแห่งต้องคิด ต้องทำ เพราะอุดมศึกษาเป็นแหล่งผลิตทรัพยากรบุคคลของประเทศ เพื่อรองรับโลกที่มีแต่ความกดดัน การแข่งขัน อยู่รอบด้านที่กำลังจะเกิดขึ้นภายหลังการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ดังนั้น ศูนย์ฯ ของมธบ ควรมีบทบาทหน้าที่ในการเผยแพร่ สร้างความรู้ความเข้าใจ งานวิจัย อบรมให้คนไทยทุกภาคส่วนได้ตระหนักและมีความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะเรื่องศักยภาพคน ทั้งด้านภาษา ทักษะฝีมือ แรงงาน ภาคธุรกิจขนาดย่อม/ขนาดเล็ก (SME) เป็นต้น
“หลังจากนี้คนไทยหนี หรือหาข้อแก้ตัวที่จะหลีกเลี่ยงการไม่ออกนอกประเทศ ไม่ก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และให้เหตุผลแก่ตัวเองว่าพอใจในสิ่งที่มีอยู่ทุกวันนี้คงไม่ได้อีกแล้ว เพราะเมื่อเปิดเสรีประชาคมอาเซียน เราไม่ออกไป ประเทศต่างๆ ก็จะเข้ามา และหากเราไม่เตรียมพร้อม เราก็จะถูกกลืนไป ตอนนี้ แม้ภาคเอกชน การผลิต การศึกษา นโยบายของรัฐบาล และมหาวิทยาลัย ตั้งสติพร้อมสู้กับหลายๆ ประเทศในอาเซียน ซึ่งเป็นเรื่องดีของประเทศไทย แต่อยากฝากว่าอย่าตั้งสตินาน เพราะวันที่เราพร้อมออกไปแข่งขันกับประเทศอื่น อาจไม่มีพื้นที่ให้คนไทยไปยืนอยู่ก็เป็นได้” ดร.สุรินทร์ กล่าว
รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ อธิการบดีมธบ. กล่าวว่าจากการที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 นี้ มหาวิทยาลัยจึงต้องการสร้างบรรยากาศในมหาวิทยาลัยให้บุคลากร นักศึกษา ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการเป็นประชาคมอาเซียน ศูนย์ฯ ดังกล่าว นอกจากทำหน้าที่การเรียนการสอนเฉพาะด้านเกี่ยวกับอาเซียนมากขึ้น อย่าง การสอนกฎหมายอาเซียน การสอนภาษาของประเทศอาเซียน เช่น ภาษาอินโดนีเซีย ซึ่งมีประชากรกว่า 200 ล้านคน แล้ว จะทำหน้าที่สร้างงานวิจัย จัดอบรม เผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับอาเซียน ทั้งเรื่องภาษา วัฒนธรรม กฎ เกณฑ์ข้อปฎิบัติต่างๆ ให้กับทุกภาคส่วนของประเทศไทยที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนมากขึ้น เพื่อให้เตรียมความพร้อมรับมือกับผลกระทบของไทยในสมาคมอาเซียน เพราะฉะนั้น ศูนย์ฯ ดังกล่าว ไม่ใช่เป็นการพัฒนาบุคลากร นักศึกษา มธบ.เพียงอย่างเดียว แต่เป็นศูนย์เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนของคนไทยทุกคน
ด้าน ดร.วิษณุ วงศ์สินศิริกุล ผู้อำนวยการศูนย์ฯ กล่าวว่าการเปิดศูนย์ฯ พร้อมกับการจัดบรรยายพิเศษ และสัมมนา อบรมต่างๆ ของมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากผลสำรวจธุรกิจบัณฑิตย์โพล ที่ทางศูนย์ฯ ได้ร่วมกับศูนย์วิจัย มธบ. และฝ่ายการตลาด SME ธนาคารทหารไทย ทำการสำรวจความคิดเห็นของชาวกรุงเทพฯ และปริมณฑล ต่อการที่ประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 โดยมีกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 1217 ตัวอย่าง พบว่า ร้อยละ 54 ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นหลังไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เศรษฐกิจไทยน่าจะดีขึ้น ในขณะที่เกือบร้อยละ 40 ไม่แน่ใจว่าเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นหรือแย่ลง ส่วนเรื่องการมีงานทำ ร้อยละ 60 เชื่อว่าคนไทยสามารถไปทำงานในกลุ่มประเทศอาเซียนได้ง่ายขึ้น มีงานทำมากขึ้น และประมาณ ร้อยละ 30 ไม่แน่ใจว่าคนไทยสามารถไปทำงานในกลุ่มประเทศได้ง่ายขึ้นหรือไม่
ทั้งนี้ สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับเพื่อนบ้าน ร้อยละ 57 เชื่อว่าความสัมพันธ์ดีขึ้น ร้อยละ 32 ระบุไม่แน่ใจ ,ความพร้อมของประเทศไทยที่จะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ร้อยละ 94 เชื่อไทยมีความพร้อม โดยร้อยละ 70 ของกลุ่มนี้ เชื่อว่าความพร้อมของไทยอยู่ในระดับปานกลาง มีเพียงร้อยละ 15 เท่านั้น ที่เชื่อว่าไทยมีความพร้อมสูง นอกจากนั้น สิ่งที่กลุ่มตัวอย่างกังวลใจมากที่สุด คือ ร้อยละ 50 ปัญหาด้านเศรษฐกิจ อย่าง กลัวถูกแย้งงาน ค่าจ้างแรงงาน กลัวต่างชาติเอาเปรียบ รองลงมาคือความกังวลใจในการใช้ภาษาอังกฤษ เป็นภาษากลางในการสื่อสาร ส่วนเรื่องคุณภาพชีวิตของคนไทยหลังสู่ประชาคมอาเซียน ร้อยละ 35 เชื่อว่าคุณภาพชีวิตของคนไทยจะดีขึ้น ร้อยละ 40 ไม่แน่ใจ และร้อยละ 20 เชื่อว่าไม่เปลี่ยนแปลง
“จากผลสำรวจ จะพบว่าในส่วนคำตอบ ไม่แน่ใจในแต่ละข้อของแบบสอบถามมีสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง นั่นแสดงให้เห็นว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยยังไม่เข้าใจผลกระทบของการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของไทยอย่างแท้จริง จึงเป็นภาระหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ ที่ต้องเร่งประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจให้คนไทยตระหนักถึงผลที่จะตามมาทั้งทางบวกและทางลบ เพื่อให้คนไทยมีความพร้อมมากที่สุด ซึ่งในส่วนของศูนย์ฯ ได้มีการวางแผนเตรียมการอบรมแก่ครู ผู้อำนวยการโรงเรียนต่างๆ ภาคเอกชน ธุรกิจ ภาครัฐ รวมถึงได้มีการเตรียมวิจัยหลักสูตรทุกระดับชั้นของสถาบันการศึกษา เพื่อศึกษาวิจัยแนวทางในการปรับหลักสูตรให้สอดคล้อง และพัฒนาบุคลากรของประเทศให้มีความพร้อมในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน” ผอ.ศูนย์ฯ กล่าว



