
รู้ทันโรครักษาทันใจกับโรคไอพีดีในเด็ก
แม้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีด้านการแพทย์และสาธารณสุขได้มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นแต่ก็ยังมีอีกหลายโรคที่ยังเป็นปัญหา โดยเฉพาะปัญหาสุขภาพของลูกน้อย อย่างโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่นำไปสู่ความพิการและการเสียชีวิตของเด็กทารกทั่วโลก
ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา ประธานราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็ก บอกว่าที่ผ่านมาในประเทศไทยยังไม่มีการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับอุบัติการณ์ของโรคไอพีดีในเด็กไทยโดยตรง แต่จากสถิติขององค์การอนามัยโลกระบุว่าในแต่ละปีจะมีเด็กที่เสียชีวิตด้วยโรคไอพีดีมากถึง 2 ล้านคน
ซึ่งเชื้อนิวโมคอคคัสเป็นเชื้อโรคที่พบได้ทั่วไป โดยเฉพาะในโพรงจมูกและลำคอของคนปกติทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก แต่มักพบในเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 2 ปีมากกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งอาจไม่แสดงอาการใดๆให้เห็นเลยก็ได้ เพราะตัวผู้ที่มีเชื้อเป็นพาหะเสียเอง เชื้อโรคสามารถแพร่กระจายสู่ผู้อื่นได้ด้วยการไอ จาม หรือจากการสัมผัสสิ่งคัดหลั่ง ซึ่งส่วนมากจะพบว่าเด็กเล็กมีโอกาสรับเชื้อและเป็นพาหะของเชื้อในจมูกได้มากและนานกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากร่างกายเด็กยังไม่มีภูมิต้านทานที่เพียงพอทำให้กำจัดเชื้อได้ช้าและมีโอกาสแพร่เชื้อสู่คนอื่นได้นาน
ศ.นพ.สมศักดิ์ บอกว่ากลุ่มเสี่ยงในการติดเชื้อไอพีดีมักเป็นเด็กที่มีสุขภาพแข็งแรงอายุต่ำกว่า 2 ปี โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กกลางวัน เด็กที่เคยได้รับยาปฏิชีวนะมาก่อน เด็กที่เคยมีประวัติติดเชื้อในหู เด็กที่มีภูมิต้านทานบกพร่องและเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น เด็กที่ไม่มีม้าม ทำหน้าที่บกพร่อง เด็กที่มีน้ำในเยื่อบุช่องท้อง รวมถึงผู้สูงอายุผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง และผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคปอด หอบหืด โรคหัวใจ
สำหรับอาการที่บ่งชี้ว่าป่วยด้วยเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัสแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็ก บอกว่าขึ้นอยู่กับระบบอวัยวะที่ติดเชื้อ แต่อาการที่พบบ่อยได้แก่การติดเชื้อในระบบประสาท เช่นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หากเป็นในเด็กจะมีไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน คอแข็ง แต่จะวินิจฉัยยากเพราะเด็กอาจงอแง ซึมไม่กินนม และชักได้ ถ้ารักษาไม่ทันท่วงทีอาจเสียชีวิตหรือเกิดความพิการตามมาเช่น เป็นโรคลมชัก หูหนวก ปัญญาอ่อน
นอกจากนี้เชื้ออาจกระจายไปสู่อวัยวะอื่นๆเช่น เยื่อหุ้มสมอง ปอด กระดูกและข้อ และหากติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจที่รุนแรงจนลุกลามเข้าในสมองหรือกระแสเลือด เช่นปอดอักเสบชนิดรุนแรงที่มีการติดเชื้อในกระแสเลือดร่วมด้วย เด็กจะมีอาการไข้ ไอ หายใจเร็วหอบ ซึ่งอาจรุนแรงถึงกับต้อง ใส่เครื่องช่วยหายใจและเสียชีวิตได้ถ้ารับการรักษาล่าช้า หรือการติดเชื้อหูน้ำหนวกที่ลุกลามเข้าสู่สมอง
ด้าน ศ.พญ.อุษา ทิสยากร นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยเลขาธิการสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งเอเซียและกรรมการบริหารสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งโลก กล่าวว่า อุบัติการณ์ของโรคจะมีน้อยลงหรือไม่เกิดเลยได้นั้น อยู่ที่พ่อแม่ให้ความร่วมมือในการปลูกฝังให้ลูกมีสุขอนามัยที่ดีตั้งแต่เด็ก เช่นล้างมือบ่อยๆ ปิดปากปิดจมูกทุกครั้งที่ไอหรือจาม สอนให้เขาหลีกเลี่ยงการสัมผัสคนที่เป็นหวัดหรือป่วยโดยที่ไม่พาเด็กไปในที่มีคนแออัด ให้ลูกกินนมแม่เพื่อให้เกิดภูมิต้านทานอีกทางหนึ่งโดยวิธีที่ดีสุดคือการให้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไอพีดีช่วงที่เขาอายุ 6 สัปดาห์จนถึง 9 ปี
ขณะนี้สมาคมกุมารแพทย์ทั่วโลกได้ลงสัตยาบันไว้กับองค์การสหประชาชาติแล้วว่าภายในปีพ.ศ.2558 ต้องลดการตายของเด็กทั่วโลกลง2 ใน 3 เนื่องจากทุกฝ่ายเห็นตรงกันแล้วถึงความสำคัญของการป้องกันโรคมากกว่าการตั้งรับในการรักษานายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย กล่าว
ดังนั้นรัฐควรประกาศเป็นนโยบายชาติป้องกันเด็กให้ปลอดจากโรคเพื่อความคุ้มค่าเป็นการเตรียมประชาชนให้มีคุณภาพรองรับสังคมอนาคตที่จะมาถึง ตัวเด็กเองก็ได้รับการคุ้มครองตามสิทธิที่พึงได้ ที่ผ่านมาการเข้าถึงยาและวัคซีน ของประชาชนส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของภาครัฐในด้านการสนับสนุนโดยตรงหากรัฐไม่สนับสนุนให้เป็นนโยบายแห่งชาติวัคซีนหรือยารักษาโรคนั้นๆก็จะมีราคาที่เข้าถึงยากนั่นเอง
อย่างไรก็ตามจากการศึกษาทางระบาดวิทยาอุบัติการณ์การเกิดโรคติดเชื้อไอ พี ดี ในประเทศไทยพบได้ไม่บ่อยเท่าในต่างประเทศ แต่เมื่อเกิดขึ้นมักจะรุนแรง การพิจารณาให้วัคซีนกับเด็ก ควรคำนึงถึงหลายปัจจัย เช่น ความเสี่ยงของเด็ก และ ค่าใช้จ่ายในการฉีด เนื่องจากวัคซีนมีราคาค่อนข้างสูงเพราะครอบคลุมเชื้อนิวโมคอคคัสที่สำคัญหลายสายพันธุ์ ทำให้การผลิตทำได้ยาก ผู้ปกครองควรปรึกษากุมารแพทย์ตามโรงพยาบาลและคลีนิคทั่วไปก่อนฉีดวัคซีน



