
จุฬาฯเผยบัตรพระนามฉบับจริงรัชกาลที่4
จุฬาฯเผยบัตรพระนามฉบับจริงรัชกาลที่ 4 อายุกว่า 150 ปี เตรียมให้ผู้แทนเจ้าของชาวฝรั่งเศสทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในวันคล้ายวันสถาปนา จุฬาฯ 94 ปี พร้อมเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีภาพถ่ายฯ ชี้เปิดให้ชมหลังวันสถาปนาจุฬาฯ 26 มี.ค.2554 เพียง 2 ส
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะวิทยาศาสตร์จุฬาฯ จัดแถลงข่าวพระนามบัตรและพระราชหัตถเลขา รวม 41 ฉบับ ในพระบาืทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ที่เคยพระราชทานแก่นักประดิษฐ์ชาวฝรั่งเศสถึงประเทศไทย โดยมีผศ.ดร.มรว. กัลยา ติงศภัทิย์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ จุฬาฯ กล่าวว่าถือเป็นเรื่องดี อีกครั้งของชาวจุฬาฯ และประชาชนชาวไทย ที่พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีทางภาพ ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางภาพถ่ายและเทคโนโลยีทางการพิมพ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ได้รับการประสานงานในการมอบบัตรพระนามและพระราชหัตถเลขา
หรือเอกสารที่เขียนด้วยลายพระหัตถ์ต้นฉบับของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ที่มีอายุมากกว่า 150 ปี ให้กับพิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีทางภาพฯ ได้เก็บรักษาไว้เป็นสมบัติของแผ่นดิน โดยเอกสารที่ได้รับทั้งหมดนั้น ถือเป็นเอกสารที่ทรงคุณค่าและไม่มีเก็บไว้ในประเทศไทย เนื่องจากเป็นจดหมายส่วนพระองค์ที่ทรงเขียนถึงพระสหายต่างแดน อีกทั้งจะทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเสด็จฯ เป็นองค์ประธานในพิธีวันคล้ายวันสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครบรอบ 94 ปี ในวันที่ 26 มี.ค.2554 นี้
“จุฬาฯ นอกจากจะเป็นเสาหลักของแผ่นดินในด้านวิชาการแล้ว ยังได้เพิ่มความแข็งแกร่งในการเป็นเสาหลักของแผ่นดินด้านประวัติศาสตร์อีกด้วย เพราะเอกสารต่างๆ ที่ได้รับมา นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาด้านประวัติศาสตร์ของเทคโนโลยีทางด้านการพิมพ์แล้ว เนื้อหาในพระราชหัตถเลขายังบอกเล่าถึงความเป็นไปของประเทศสยามเมื่อครั้ง 150 ปีผ่านมาได้เป็นอย่างดี”รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ จุฬาฯกล่าว
ด้าน รศ. ดร. อรัญ หาญสืบสาย หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางภาพถ่ายและเทคโนโลยีทางการพิมพ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า หลังจากมีการเผยแพร่ภาพถ่ายพระนามบัตรของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2548 พบว่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและประชาชนจำนวนมาก ทำให้เป็นแรงผลักดันที่ทำให้ ภาควิชาฯ พยายามประสานกับทายาทของนายเรอเน พรูเดน ดากรอง (Rene Prudent Dagron) ช่างภาพประจำราชสำนักฝรั่งเศส อย่างสม่ำเสมอ ผ่านนาง จีน สก๊อตต์ ที่เป็นคนสนิท คุ้นเคยของครอบครัวดากรอง เพื่อประสานขอบัตรพระนามต้นฉบับมาที่ประเทศไทย
จนปลายเดือนมกราคม 2554 พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีทางภาพฯ ได้รับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์จากนาง จีน สก๊อตต์ แจ้งว่าครอบครัวดากรองทราบข่าวการเผยแพร่สำเนาบัตรพระนามจากสื่อต่างๆในประเทศไทย และเห็นความผูกพันที่ประชาชนชาวไทยมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงยินดีมอบบัตรพระนามและพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเอกสารทั้งหมดยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มากทั้งหมดให้เป็นของขวัญแก่ประชาชนชาวไทย โดยขอมอบให้เก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีทางภาพฯ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อเก็บรักษาเป็นสมบัติของชาติต่อไป
ทั้งนี้ จุฬาฯ ได้จัดพิธีให้ นางสาวบริจิตต์ ดากรอง (Brigitte Dagron) ทายาทรุ่นที่ 4 เป็นผู้ทูลเกล้าฯ ถวาย เอกสารทั้งหมด แด่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันสถาปนาจุฬาฯ และหลังจากนั้นจะนำไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีทางภาพ ต่อไป
“เอกสารต้นฉบับทั้งหมดทางภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางภาพถ่ายฯ จะได้อัญเชิญไปจัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีทางภาพฯ และเปิดให้ประชาชนได้รับชมประมาณ 2 สัปดาห์ แต่ทั้งนี้ต้องขอสงวนสิทธิ์ในการถ่ายภาพ เนื่องจากเอกสารเหล่านี้เป็นเอกสารต้นฉบับที่มีเพียงชิ้นเดียว ดังนั้นแสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปจะมีผลต่อกระดาษ ขณะเดียวกัน ทางภาควิชาต้องมีการปรับปรุงห้องเพื่อใช้เก็บรักษาเอกสารทั้งหมดเป็นพิเศษเพื่อคงความสมบูรณ์ของเอกสารอายุ 150 ปี ให้ดีที่สุด พร้อมกับมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดด้วย ดังนั้นหลังจาก 2 สัปดาห์ ที่พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมแล้ว เอกสารทั้งหมดจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี และจะมีการอัญเชิญมาจัดแสดงให้ประชาชนได้ชมในโอกาสพิเศษอื่นๆ ต่อไป” รศ. ดร. อรัญ กล่าว



