
"ด่อง" อัษฎา เล่นกีตาร์สี่สายคลายเครียด
ในยุคที่ใครๆ หันไปให้ความสนใจเครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ แต่สำหรับ "ด่อง อัษฎา อาทรไผท ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ พล.ต.ต.อังกูร และ "นิ้ด" สุพัฒนา อาทรไผท กลับหันมาทุ่มเทความสนใจในท่วงทำนองของเครื่องดนตรีสี่สายตัวจิ๋ว หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ อูคูเลเล่ จนถ
ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง เผยว่า แรกเริ่มเดิมทีทำงานอยู่ในสายการเงินและหลักทรัพย์ ส่วนเรื่องของดนตรีก็สนใจมาควบคู่กันมาตลอด และสามารถเล่นเครื่องดนตรีได้หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นกีตาร์ เบส เปียโน หรือกลองก็ถนัดเช่นกัน แต่สำหรับเจ้ากีตาร์จิ๋ว หรืออูคูเลเล่ ชอบมานานแล้ว แต่ในเมืองไทยยังไม่มีใครนำเข้ามาจำหน่ายอย่างจริงจัง เคยเห็นบ้างวางขายตามห้างสรรพสินค้า แต่เป็นของเล่นที่ไม่สามารถเล่นจริงได้
"เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว เพื่อนผมเดินทางไปฮาวาย แล้วซื้ออูคูเลเล่ตัวเล็กกลับมา เสียงดีมาก ผมก็เลยอยากได้บ้าง แต่หาซื้อในเมืองไทยไม่ได้ มันเลยเหมือนเป็นความเก็บกดตั้งแต่ตอนนั้น จนกระทั่งเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว ผมมีโอกาสเดินทางไปญี่ปุ่น แล้วไปเจอร้านขายอูคูเลเล่ ผมเลยซื้อกลับมาเล่นเอง 1 ตัว พอกลับมาเมืองไทยก็ติดใจอยากได้เพิ่มอีก เลยปิ๊งไอเดียขึ้นมาว่า น่าจะนำเข้ามาขายในบ้านเราก็คงดี เพราะคิดว่าน่าจะมีคนอยากได้แต่หาซื้อไม่ได้เหมือนๆ กับที่เราเคยเป็น เลยตัดสินใจนำเข้ามาขาย แล้วก็เปิดร้านในบ้านเรานี่ล่ะ โดยใช้แปลงตู้คอนเทนเนอร์มาตกแต่งทำเป็นร้าน ตอนแรกก็ทำควบคู่ไปกับงานประจำ แต่พอเรารู้ตัวว่าชอบทางดนตรีมากกว่าก็เลยตัดสินในลาออกจากงานประจำ มาทำอย่างเต็มตัว" บอสใหญ่แห่งริบบี้ บูติค อูคูเลเล่ พาราไดซ์ เผยถึงที่มา
ผ่านไปพักใหญ่ แม้กิจการนำเข้ากีตาร์สี่สายตัวจิ๋วจะเป็นดำเนินไปด้วยดี แต่สำหรับร้านที่ตั้งอยู่ในบริเวณบ้านบนถนนกรุงเทพกรีฑา 18 ค่อนข้างไกลจากแหล่งชุมชน ทำให้ผู้ต้องการเดินทางมาไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควร ผู้บริหารหนุ่มจึงตัดสินใจย้ายร้านไปเปิดในย่านทำเลทองใจกลางกรุงเทพฯ อย่างสยามสแควร์ พร้อมทั้งเปิดเป็นโรงเรียนสอนเล่นอูคูเลเล่ และจัดเวิร์กช็อปสอนเล่น และสอนซ่อมแบบครบวงจร เอาใจสาวกกีตาร์จิ๋วในบ้านเรา
"แรกๆ ที่เปิดร้าน ที่บ้านคนยังไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าอูคูเลเล่คืออะไร หลายคนสั่งซื้อเพื่อนำกลับไปตั้งโชว์ บางคนก็สั่งซื้อไปประดับตามผับตามบาร์ก็เยอะ คือเขาไม่รู้ว่ามันเล่นได้จริง แต่พักหลังมานี้อูคูเลเล่ได้รับความนิยมมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เสน่ห์ของอูคูเลเล่อยู่ที่เสียงจะออกมาในแนวสนุกสนาน ฟังแล้วผ่อนคลาย และเป็นโทนเสียงที่ออกแนวให้อารมณ์ความสุข โดยแบ่งเป็น 4 เสียง คือ โซปราโน คอนเสิร์ต เทนเนอร์ และบาริโทน ซึ่งต่างจากเสียงของกีตาร์ที่ฟังดูจะออกแนวเศร้ากว่า" หนุ่มผู้หลงใหลในเสียงของอูคูเลเล่บรรยายถึงสรรพคุณของเจ้ากีตาร์ตัวจิ๋ว พลางคว้าอูคูเลเล่ไซน์เล็กสุดและถนัดมือที่สุดมาดีดโชว์ซะเลย
และด้วยความหลงใหลในเจ้ากีตาร์ตัวน้อย หนุ่มด่องยังบอกอีกว่า ไม่ว่าจะไหนมาไหนก็มักจะพกพาติดตัวไปด้วยเสมอ และจะหยิบออกมาเล่นในหลายช่วงเวลาที่พอจะมีเวลาว่าง ไม่เว้นแม้กระทั่งเวลารถติด ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าช่วยบรรเทาความเครียดได้เป็นอย่างดี พร้อมกันนี้หนุ่มนักดนตรีในคราบนักบริหารยังเชื้อเชิญให้ทีมงานคม ชัด ลึก เข้าชมภายในห้องเก็บอูคูเลเล่ ที่เต็มไปด้วยตัวพิเศษมากมาย อย่างอูคูเลเล่ตัวแรกจากประเทศญี่ปุ่น คอลเลกชั่นเวิลด์ซีรีส์ ซึ่งประกอบด้วยรูปสัตว์อย่างช้างจากประเทศไทย ไก่จากฝรั่งเศส นกกะเรียนและภูเขาไฟจากญี่ปุ่น แมวจากอิตาลี และโคอาลาจากออสเตรเลีย ตัวเพ้นท์ที่มีอายุเก่แก่กว่า 40 ปี แต่ตัวที่พิเศษสุดต้องยกให้อูคูเลเล่ ลิมิเต็ดอิดิชั่น รุ่นฉลอง 50 ปีที่ฮาวายเข้าเป็นรัฐที่ 50 ของสหรัฐอเมริกา โดยนำทรายจากชายหาดของฮาวายมาประดับตกแต่ง และทำขึ้นเพียง 50 ตัวในโลก และน่าจะมีเพียงตัวเดียวในเมืองไทย สนนราคาก็แค่เลขหกหลักเท่านั้นเอง...แต่ตัวนี้หนุ่มดองย้ำว่า เป็นตัวที่โปรดปรานมากๆ และจะไม่ยอมขายให้ใครเด็ดขาด
เรื่อง--วันวิสา โรจน์แสงรัตน์
ภาพ--นัทพล ทิพย์วาทีอมร



