ไลฟ์สไตล์

แก้ดินเค็มแนะปลูกกระถิน-ยูคาฯ

แก้ดินเค็มแนะปลูกกระถิน-ยูคาฯ

25 มี.ค. 2554

กรมพัฒนาที่ดิน เร่งแก้ปัญหาดินเค็มในภาคอีสาน ที่ปัจจุบันมีกว่า 17 ล้านไร่ ล่าสุดจากการวิจัยพบว่าการปลูกยูคาลิปตัส และกระถินออสเตรเลีย ช่วยลดการแพร่กระจายดินเค็มได้

  นายธวัชชัย สำโรงวัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า ปัญหาดินเค็มมีการขยายพื้นที่มากขึ้น โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้พื้นที่ทำการเกษตรบางแห่งแห้งแล้งและเสี่ยงที่จะเกิดการแปรสภาพเป็นทะเลทรายในอนาคต จากผลการสำรวจพบว่าดินเค็มในภาคนี้มีอยู่ 17.81 ล้านไร่ ล่าสุด ผลงานทางวิชาการพบว่าการปลูกไม้ยืนต้นบนคันนาช่วยควบคุมระดับน้ำใต้ดินเค็มได้ผลเป็นอย่างดี

 นางอรุณี ยูวะนิยม สำนักวิจัยและพัฒนาการจัดการที่ดิน กล่าวว่า จากการศึกษาพื้นที่ที่น้ำฝนไหลลงไปเป็นที่กักเก็บน้ำใต้ดินซึ่งมีสภาพเป็นดินเค็ม และได้ใช้ประโยชน์พื้นที่นี้ด้วยการปลูกป่ายูคาลิปตัส มันสำปะหลัง บ้านหนองสรวงพัฒนา ต.หนองสรวง อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา เป็นเวลา 7 ปี พบว่าการปลูกป่ายูคาลิปตัสลดระดับน้ำใต้ดินเค็มได้ลึกที่สุดที่ 3.24 เมตร ขณะที่มันสำปะหลังลดระดับน้ำใต้ดินเค็มได้ลึกสุดที่ 2.12 เมตร  

 ส่วนการศึกษาผลของการปลูกต้นไม้บนคันนานั้น กรมพัฒนาที่ดินได้ดำเนินการปลูกกระถินออสเตรเลีย และสะเดาในพื้นที่ให้น้ำเป็นที่ลุ่มดินเค็มซึ่งเคยเป็นนาข้าว ผลปรากฏว่ากระถินออสเตรเลีย อายุ 4 ปี ที่ปลูกไว้สามารถควบคุมระดับน้ำใต้ดินเค็มให้อยู่ลึก 1.13 เมตรจากผิวดิน ขณะที่สะเดามีระดับน้ำใต้ดินลึกเพียง 0.69 เมตร สาเหตุเพราะกระถินออสเตรเลียทนเค็มได้ดี 

 ทั้งนี้ สอดคล้องกับนโยบายของกรมพัฒนาที่ดินที่ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกไม้โตเร็ว เช่น ยูคาลิปตัสบนพื้นที่รับน้ำ และปลูกกระถินออสเตรเลียบนคันนา เพื่อควบคุมระดับน้ำใต้ดินไม่ให้เกลือแพร่ขึ้นมาสู่ผิวดิน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการทำเกษตรอย่างมาก