
"ทหารพัฒนา"เร่งสร้างฝายชะลอน้ำ 4,884ฝายทั่วไทยเทิดไท้องค์ราชัน
การน้อมนำแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการพัฒนาพื้นที่ต้นน้ำลำธารของลุ่มน้ำต่างๆ ที่พระราชทานแก่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มาดำเนินการให้เ
ในปี 2554 ซึ่งเป็นปีมหามงคลทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2554 พล.อ.ดุลกฤต รักษ์เผ่า ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) ได้นำกำลังพลของหน่วยดำเนินโครงการ "84 พรรษา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เทิดไท้ มหาราชัน" ขึ้น เพื่อเป็นการเผยแพร่พระอัจฉริยภาพให้พสกนิกรได้ชื่นชมในพระบารมีและให้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตอย่างทรงคุณค่า ด้วยการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ 8 กิจกรรมย่อยในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยในทุกภูมิภาคของประเทศ
1 ใน 8 กิจกรรมดังกล่าวนั้น คือการสร้างฝายชะลอความชุ่มชื้นอันเนื่องมาจากพระราชดำริเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เทิดไท้ มหาราชัน ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานพัฒนาภาค 1-3 และ 5 จำนวน 4,884 แห่ง มีทั้งการก่อสร้างฝายแบบผสมผสาน ฝายแบบกึ่งถาวร และฝายแบบถาวร
พล.อ.ดุลกฤต กล่าวถึงภารกิจของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาในการสร้างฝายเก็บกักน้ำว่าจะสร้างไว้เป็นชั้นๆ ตามความเหมาะสม ช่วยลดการชะล้างพังทลายของดิน ลดความรุนแรงของกระแสน้ำในลำห้วยทำให้พื้นดินสองฝั่งลำน้ำมีความชุ่มชื้น ป่าไม้เจริญงอกงามและเขียวชอุ่ม เนื่องจากได้รับน้ำจากฝายต่างๆ หล่อเลี้ยง ซึ่งแนวป่าไม้ที่ชุ่มชื้นและเขียวชอุ่มตลอดปี จะช่วยในการป้องกันไฟป่าในห้วงฤดูแล้งได้เป็นอย่างดีด้วย รวมทั้งฟื้นฟูแหล่งน้ำให้มีความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างสมดุลกับระบบนิเวศอย่างยั่งยืนต่อไป
"หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา มีแนวทางการก่อสร้างฝายต้นน้ำลำธาร โดยฝายที่สร้างจะอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเป็นแหล่งเก็บน้ำบริเวณด้านหน้าฝายได้พอสมควร หน่วยมีการสำรวจสภาพพื้นที่ วัสดุก่อสร้างตามธรรมชาติและรูปแบบฝายที่เหมาะสมกับภูมิประเทศ กล่าวคือพิจารณาสร้างฝายต้นน้ำลำธารแบบท้องถิ่นในตอนบนของพื้นที่ป่าหรือในลำห้วยสาขาหรือร่องน้ำขนาดเล็ก"
ผบ.นทพ.เผยอีกว่า สำหรับตอนกลางหรือตอนล่างของพื้นที่ ซึ่งเป็นลำห้วยหลัก จะกำหนดเป็นฝายแบบกึ่งถาวรหรือฝายแบบถาวร เราคำนึงถึงความแข็งแรงให้มากพอที่จะไม่เกิดการพังทลายเสียหายกรณีฝนตกหนักและกระแสน้ำไหลแรง ในกรณีที่พื้นที่ก่อสร้างมีความลาดชันมากกว่า 15 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป จะขยายฐานของฝายให้กว้างขึ้นโดยให้มีอัตราส่วนความสูงของฝายต่อความกว้างของฐานเดิม 1:3 เพื่อให้สามารถลดแรงดันได้และน้ำหนักของน้ำต่อตัวฝาย
ส่วนการเลือกจุดที่ก่อสร้างฝายต้นน้ำลำธารปัจจัยสำคัญที่ควรคำนึงถึง คือประโยชน์ที่จะได้รับจากฝาย ไม่ว่าจะเป็นด้านการอนุรักษ์ต้นน้ำ การพัฒนาฟื้นฟูป่าไม้ นิเวศวิทยาตลอดจนประโยชน์ที่เกิดแก่ชุมชน นอกจากนี้การกำหนดพื้นที่ที่จะก่อสร้างต้องขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ความจำเป็นและความเหมาะสมอื่นๆ ด้วย และไม่เพียงแต่การสร้างฝายแล้วก็จบงานเพียงเท่านั้น เนื่องจากฝายแต่ละชนิดมีการใช้วัสดุและมีอายุการใช้งานแตกต่างกัน วัสดุแต่ละอย่างที่ใช้อาจเสื่อมสลายตามธรรมชาติ ทางหน่วยบัญชาการทหารพัฒนามีการตรวจสอบและบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ก่อนฤดูฝนจะมาถึง
สำหรับพื้นที่การดำเนินงานของ สำนักงานพัฒนาภาค 1 จะเน้นพื้นที่ลุ่มน้ำนครนายก พื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค โดยการก่อสร้างฝายแบบผสมผสานจำนวน 1,470 แห่ง ส่วน สำนักงานพัฒนาภาค 2 ดำเนินการในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูพาน อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก อุทยานแห่งชาติภูผายล และอุทยานแห่งชาติภูลังกา โดยการก่อสร้างฝายแบบผสมผสานจำนวน 1,289 แห่ง ก่อสร้างฝายแบบกึ่งถาวรจำนวน 14 แห่ง และก่อสร้างฝายแบบถาวร จำนวน 12 แห่ง
และ สำนักงานพัฒนาภาค 3 ดำเนินการในพื้นที่ลุ่มน้ำปิงตอนบน พื้นที่ลุ่มแม่น้ำจันและต้นน้ำแม่สลองและพื้นที่ลุ่มน้ำน่าน โดยการก่อสร้างฝายแบบผสมผสานจำนวน 1,011 แห่ง ก่อสร้างฝายแบบกึ่งถาวรจำนวน 58 แห่ง และก่อสร้างฝายแบบถาวรจำนวน 25แห่ง สุดท้าย สำนักงานพัฒนาภาค 5 จะดำเนินการในพื้นที่ต้นน้ำลำชี และพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน โดยการก่อสร้างฝายแบบผสมผสานจำนวน 985 แห่ง และก่อสร้างฝายแบบกึ่งถาวรจำนวน 20 แห่งตามลำดับ
"สุรัตน์ อัตตะ"



