ไลฟ์สไตล์

0.001 %..."ไทย"เสี่ยงกัมมันตภาพรังสี

0.001 %..."ไทย"เสี่ยงกัมมันตภาพรังสี

23 มี.ค. 2554

หลังจากแผ่นดินไหวขนาด 9 ริกเตอร์ เขย่าเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 1-3 ของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ใน จ.ฟูกูชิมะ ประเทศญี่ปุ่น จนสั่นสะเทือนและเกิดระเบิดขึ้นมา!! สร้างคลื่นความหวาดกลัวและตื่นตระหนกให้ผู้คนทั่วเอเชีย ที่หวั่นว่ากัมมันตภาพรังสีจะฟุ้งกระจายปน

 แม้ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นพยายามควบคุมการระเบิดของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องบินบรรทุกน้ำขึ้นไปเทใส่เตาปฏิกรณ์ หรือการระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้อุณหภูมินั้นสูงจนหลอมละลาย และสามารถควบคุมการะเบิดของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ได้สำเร็จในที่สุด 

 แต่ไม่อาจสร้างความมั่นใจให้แก่คนญี่ปุ่นและผู้คนทั่วเอเชียได้ว่า กัมมันตภาพรังสีจากโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่ระเบิด อาจปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อมทั้งทางน้ำ อากาศ และดิน ล่าสุดมีรายงานการปนเปื้อนของสารกัมตรังสีเกินขนาดจากสินค้าเกษตรที่นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น...แล้วประเทศไทยจะปลอดภัยจากกัมมันตภาพรังสีที่รั่วไหลจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้หรือไม่?

 "โอกาสที่สารกัมมันตรังสีจะฟุ้งกระจายมาถึงประเทศไทยนั้นมีโอกาสน้อยมาก ผมมองว่าน่าจะมีโอกาสแค่ 0.001 เปอร์เซ็นต์ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ระเบิดมีการดับเครื่องแล้ว เปรียบเหมือนรถยนต์เมื่อหม้อน้ำแห้งก็จะระเบิด แตกต่างจากกรณีเชอร์โนบิลที่มีการระเบิดรุนแรง จนทำให้กัมตภาพรังสีลอยขึ้นฟ้าและลมพัดพาไปไกลหลายพันกิโล" ผศ.ดร.สมพร จองคำ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) ยืนยัน และมองว่า สิ่งที่น่ากังวลคงจะเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่กำลังสร้างที่ประเทศเวียดนามมากกว่า เพราะอยู่ห่างจาก จ.มุกดาหารประมาณ 250 กิโลเมตรเท่านั้น ควรมีการเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุไม่คาดฝัน เหมือนอย่างที่ สทน.มีการฝึกซ้อมกับกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัยกันทุกปี

 ส่วนสารไอโอดีน 131 ที่มีข่าวว่ามีการรั่วไหลออกมานั้น ผศ.ดร.สมพรบอกว่า สารดังกล่าวมีสภาพเป็นก๊าซจึงลอยไปได้ไกล หากสูดดมในปริมาณที่มากๆ ก็ทำให้เสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม สารไอโอดีน 131 ยังมีประโยชน์ทางการแพทย์ ในเมืองไทยมีการผลิตสารชนิดนี้ เพื่อนำไปใช้ในโรงพยาบาลอยู่แล้ว

 ด้าน ดร.บุรินทร์ อัศวพิภพ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสริมว่า หากมีสารกัมมันตรังสีรั่วไหลออกมาจากตัวแท่งเชื้อเพลิงจากการถูกหลอมละลายนั้น หากอยู่ในพื้นที่ปิด จะสามารถช่วยกักเก็บกัมมันตภาพรังสีออกมาได้ แต่จะมีสารไอโอดีน 131, ซีเซียม 137 และไอโซโทป ของกัมมันตรังสีของรังสีอื่นๆ ออกมาด้วย แต่การหลอมละลายแล้วระเบิดที่เป็นระเบิดนิวเคลียร์คงไม่มีแล้ว เพราะปฏิกิริยาการทำงานหยุดไปแล้ว เหลือแค่ปฏิกิริยาคลายความร้อนเท่านั้นเอง ซึ่งการหลอมละลายของแท่งเชื้อเพลิง ไม่ได้แปลว่าจะต้องมีการฟุ้งกระจายของกัมมันตภาพรังสีได้ทุกกรณี


 ศิริรัตน์ พีรมนตรี ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการกำกับดูแลความปลอดภัยจากพลังงานปรมาณู สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ยืนยันว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดที่ญี่ปุ่น ไม่น่ากังวลว่าจะส่งผลกระทบถึงประเทศไทย โดยเฉพาะการฟุ้งกระจายของกัมตภาพรังสีไม่น่าจะมาถึงประเทศไทย แต่ก็ได้มีการเฝ้าระวังอยู่อย่างต่อเนื่องไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด

   แม้เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์ข้างต้นจะยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า กัมมันตภาพรังสีที่แพร่กระจายจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของโรงไฟฟ้าไดอิจิในฟูกูชิมะ ไม่ส่งผลกระทบต่อไทยอย่างแน่นอน แต่ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 22 มีนาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าเจ้าหน้าที่บริษัทเทปโกได้นำน้ำทะเลที่อยู่ห่างจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 1 ประมาณ 100 เมตร มาตรวจสอบหาค่าสารกัมมันตรังสี พบสารไอโอไดด์ 131 ในปริมาณที่เข้มข้นกว่าระดับปกติถึง 127 เท่า จากน้ำทะเลปกติ ขณะที่ระดับของกัมมันตภาพรังสี “ซีเซียม 134” สูงกว่าระดับปกติ 25 เท่า และ “ซีเซียม 137” ที่พบในมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณเดียวกันสูงกว่าระดับปกติ 17 เท่า นอกจากนี้ยังพบสาร “โคบอลต์ 58” ด้วยจำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่ถึงระดับอันตราย นอกจากนี้สำนักข่าวต่างประเทศบางแห่งยังรายงานถึงการพบสารยูเรเนียมและพลูโตเนียมในน้ำทะเลแปซิฟิกด้วย แต่ยังวัดปริมาณได้ไม่แน่ชัด

 ขณะที่ ดร.สุเมธา วิเชียรเพชร ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินสารเคมี กรมควบคุมมลพิษ วิเคราะห์ว่า คนญี่ปุ่นไม่ควรกินสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น เพราะจะรับสารพิษเข้าไปสะสมในร่างกาย แต่จุดน้ำทะเลที่วัดนั้นอยู่ห่างจากประเทศไทยกว่า 5,000 กิโลเมตร เชื่อว่าสารกัมมันตรังสีคงไม่ละลายหรือไหลมาถึงทะเลไทย นอกจากนี้ช่วงที่ผ่านมามีฝนตกเป็นระยะๆ ซึ่งช่วยเจือจางความเข้มข้นลงไปอีก

  "กัมมันตภาพรังสี จะทำอันตรายมนุษย์ได้หลายทาง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นทางอากาศ ด้วยการสูดดม หรือหายใจฝุ่นกัมมันตรังสีเข้าไประบบทางเดินหายใจโดยตรง นอกจากนี้ก็รับเข้ามาทางปาก หมายถึงการกินอาหารที่ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี แต่สารเหล่านี้ไม่ดูดซึมผ่านทางผิวหนังโดยตรง แต่ถ้าปริมาณรังสีมากๆ จะทำลายผิวหนังไปเลย เหมือนร่างกายคนสมัยสงครามโลกที่โดนสะเก็ดระเบิดปรมาณู หลายหน่วยงานวิเคราะห์แล้วว่า แม้แท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของเมืองฟูกูชิมะจะหลอมละลายจริง กัมมันตภาพรังสีที่แพร่กระจายออกมา ก็จะไม่ส่งผลกระทบถึงประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นทางน้ำหรือทางอากาศ" ดร.สุเมธากล่าวทิ้งท้าย