
นำร่องให้บริการ3จีเดือนเม.ย.นี้
กสท ลั่นให้บริการ 3จีรายแรกเดือนเมษายนนี้ ผ่าน "แคท 3จี-ทรูมูฟเอช-ดีแทค" นำร่องกรุงเทพฯ และปริมณฑล ชงบอร์ด กสท พิจารณาอนุมัติให้ดีแทคสิ้นเดือนมีนาคมนี้ พร้อมเร่งทดสอบสถานีฐานของแคท 3จีในต่างจังหวัดเพิ่มช่องทางหารายได้
นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า กสท จะเป็นผู้ให้บริการรายแรกที่มีโทรศัพท์มือถือระบบ 3 จี แก่ประชาชนแบบเชิงพาณิชย์ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในเดือนเมษายนนี้ เพื่อสร้างรายได้ ซึ่งในอนาคตธุรกิจหลักที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของ กสท จะมาจากบริการ 3 จี และธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ กสท จะเร่งแผนธุรกิจให้เร็วขึ้นจากเดิมเพื่อเร่งสร้างรายได้ โดยปี 2554 คาดว่าผลประกอบการรวมของ กสท จะอยู่ที่ 5.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นรายได้สัมปทาน 60% และรายได้จากธุรกิจของ กสท 40%
สำหรับการบริการระบบ 3จี ในเดือนเมษายนนี้ จะแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ กสท ที่ยังทำตลาดโทรศัพท์มือถือ 3จี ซีดีเอ็มเอ อีวีดีโอ ภายใต้แบรนด์ "แคท 3จี" บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ภายใต้แบรนด์ "ทรูมูฟ เอช" และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ที่จะเสนอให้คณะกรรมการ (บอร์ด) กสท พิจารณา ในวันที่ 31 มีนาคมนี้ ให้เปิดบริการ 3จี แบบเชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นเพียงการแจ้งให้ทราบเท่านั้น หลังจากนั้นจะส่งหนังสือไปยังดีแทค ซึ่งดีแทคน่าจะเปิดบริการได้ในเดือนเมษายนนี้
"ในเดือนเมษายนนี้ กสท จะสามารถเปิดทดสอบบริการแคท 3 จีในรูปแบบซอฟต์ลอนช์ ในโครงข่ายซีดีเอ็มเอที่มีอยู่ 1,400 สถานีฐานในต่างจังหวัด โดยจะทำตลาดในแบบยูเอสบี ดองเกิล สำหรับใช้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วย" นายจิรายุทธกล่าว และว่า การบริการของทรูมูฟเอชบนคลื่นความถี่เดิม 850 เมกะเฮิร์ตซ์ จะครอบคลุมพื้นที่ในกทม. และหัวเมืองใหญ่ เช่น หัวหิน เชียงใหม่ ภูเก็ต เป็นต้น
ด้านนายเจษฎาวัฒน์ เพรียบจริยวัฒน์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน บริษัท กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้ กสท มีเงินสดหมุนเวียน 3 หมื่นล้านบาท การเบิกจ่ายงบประมาณรอบปีนี้ 9,000 ล้านบาท แต่งบการลงทุนของปีนี้มีมากกว่า 9,000 ล้านบาท เนื่องจากมีงบลงทุนต่อเนื่องด้วย ส่วนงบลงทุนในส่วนของธุรกิจโทรศัพท์มือถือตลอดทั้งปีนี้ น่าจะใช้จำนวน 1,500-2,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม นอกจากการลงทุนด้านโทรคมนาคมแล้ว กสท ยังมีแผนจะไปลงทุนซื้อพันธบัตรของต่างประเทศ ซึ่ง กสท พร้อมจะลงทุนด้านพันธบัตรขณะนี้ 100 ล้านบาท โดยมีเป้าหมาย คือ อิสราเอลเป็นประเทศแรก เนื่องจากมีผลตอบแทนกลับมาสูง และมีความเสี่ยงน้อย ผลตอบแทนระดับเอ หรือเอบวก ดอกเบี้ยกว่า 3 ขณะที่ไทยผลตอบแทนในระดับเอ ลบ เท่านั้น ส่วนประเทศต่อไปกำลังพิจารณาที่อินเดีย จีน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ซึ่งจะทำให้ กสท มีรายได้กลับมาปีละประมาณ 100 ล้านบาท



