ไลฟ์สไตล์

พระเทพฯทรงห่วงอาหารโลกเสี่ยงขาด

พระเทพฯทรงห่วงอาหารโลกเสี่ยงขาด

23 มี.ค. 2554

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงอนาคตความมั่นคงทางอาหารของโลกอาจอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง ทรงแนะการศึกษาปวงชนคือกุญแจสำคัญแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างจริงจัง สร้างสำนึกและความรับผิดชอบของทุกคนให้ใส่ใจช่วยเหลือดูแลความเป็นอยู่ของผู้ด้อยโ

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 22 มีนาคม 2554 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานเปิดงานจัดการประชุมนานาชาติ “การประชุมระดับสูงว่าด้วยการศึกษาเพื่อปวงชน ครั้งที่ 10” (10th Meeting of the High Level Group on Education for All หรือ EFA) จัดขึ้นวันที่ 22-24 มีนาคม ที่โรงแรมรอยัลคลิฟ บีช รีสอร์ท จ.ชลบุรี  โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นางอิรินา โบโกวา ผู้อำนวยการใหญ่ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ องค์การยูเนสโก พร้อมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงผู้นำด้านการศึกษาของชาติสมาชิกองค์การยูเนสโก ที่มาเข้าร่วมการประชุมจาก 34 ประเทศทั่วโลก เฝ้ารอรับเสด็จ

 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำรัสระหว่างเปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า "เมื่อปี 2533 ได้มีโอกาสร่วมการประชุมระดับโลกว่าด้วยการศึกษา ที่จอมเทียน ซึ่งได้ร่วมกันประกาศการศึกษาเพื่อปวงชนเป็นครั้งแรก ปฏิญญาจอมเทียนดังกล่าวได้นำทางการพัฒนาการศึกษาของโลกนับแต่นั้นเป็นต้นมา ข้าพเจ้าเป็นผู้หนึ่งที่สนับสนุนการศึกษาปวงชนอย่างแข็งขันและจะทำต่อไปในอนาคต
 
 กว่า 30 ปีที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้สอดแทรกหลักการดังกล่าวในกิจกรรมการเรียนรู้ให้แก่นักเรียนในโรงเรียนที่ห่างไกล นักเรียนเหล่านี้จะได้เรียนรู้และปฏิบัติตามทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การศึกษาสามารถสร้างความตระหนักรู้ทักษะที่จำเป็นให้บุคคลสามารถรับมือกับการเปลี่ยนไปของโลก การศึกษาเพื่อปวงชนควรเน้นปัญหาการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างจริงจัง มิฉะนั้นโลกของเราจะกลายเป็นโลกที่ไม่น่าอยู่เร็วกว่าที่คิด

 ระหว่างปี 2503 ถึง 2513 ประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายรวมทั้งประเทศไทย ก้าวตามประเทศที่พัฒนาแล้วหลายเรื่อง การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วอื่นๆ นับตั้งแต่ปี 2533 ก็คือโครงสร้างประชากรในหลายประเทศเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมผู้สูงอายุ แต่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วๆ อื่น เช่น โครงสร้างประชากรของไทยเปลี่ยนแปลงไปเป็นสังคมผู้สูงอายุ ในปี 2533 ไทยมีประชากรสูงอายุร้อยละ 7.7 ปัจจุบันเพิ่มเป็นประมาณร้อยละ 11.8 จากประชากร 67 ล้านคน และจะเพิ่มเป็นร้อยละ 17.2 ในอีก 10 ปีข้างหน้า

 นอกจากนั้นประเทศกำลังพัฒนายังต้องเผชิญปัญหาสังคมต่างๆ ในช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่น การหย่าร้างที่สูงขึ้น มีแรงงานอพยพทั้งจากภายในและภายนอกประเทศมากขึ้น เป็นผลให้เกิดคนเมืองรุ่นใหม่จำนวนมากขึ้น ชุมชนเมืองในประเทศไทยเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 31 ซึ่งค่อนข้างสูง ชุมชนเมืองที่เกิดขึ้นรวดเร็ว ทำลายวัฒนธรรมชนบทและท้องถิ่น นำไปสู่วิถีชีวิตแบบใหม่ที่พึ่งพาเทคโนโลยีและเงินตรามากขึ้น

 อีกทั้งยังมีความเหลื่อมล้ำแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นด้วย ตัวอย่างเช่น โรงเรียนบางแห่งในกรุงเทพมหานคร อาจมีสภาพชนบทแม้ว่าจะตั้งอยู่ในบริเวณที่เจริญที่สุดของประเทศก็ได้ อีกตัวอย่างหนึ่งคือเด็กและเยาวชน ซึ่งถูกจับกุมด้วยความผิดสมัยใหม่ อาทิ มียาเสพติดในครอบครอง หรือเสพยา ยังมีช่องว่างเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศและเทคโนโลยี ที่ทำให้คนจำนวนมากถูกกีดกันจากข้อมูลข่าวสารและบริการต่างๆ เพราะฉะนั้น การศึกษาจะต้องสร้างสำนึกและความรับผิดชอบของทุกคน ให้ใส่ใจช่วยเหลือดูแลความเป็นอยู่ของผู้ด้อยโอกาส ตลอดจนใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่เลวร้ายลงเรื่อยๆ

 ทั้งนี้ งานทางการศึกษาของข้าพเจ้าส่วนใหญ่มุ่งพัฒนาความเป็นอยู่ของกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ตัวอย่างเช่น ข้าพเจ้าจัดการศึกษาเพื่อผู้ใหญ่และเด็กในชุมชนชนบทที่ห่างไกล ผู้ต้องขังรวมถึงผู้ต้องขังที่เป็นเด็กและเยาวชน ชนเผ่าหรือชนกลุ่มน้อย และคนพิการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพื่อทรงเข้าถึงประชาชนทั่วประเทศ ในปี 2538 ในวโรกาสกาญจนาภิเษก เมื่อทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี มีพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมขึ้นที่โรงเรียนไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นประโยชน์มาก โดยเฉพาะสำหรับโรงเรียนที่ขาดแคลนครูในบางสาขาวิชา 

 ข้าพเจ้าใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือการทำงานทางการศึกษาเพื่อปวงชนของข้าพเจ้า แต่มิได้หมายความว่าจะสามารถทดแทนความสำคัญของครูแต่ประการใด ข้าพเจ้าเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าการศึกษาเพื่อปวงชนภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จะสามารถบรรลุเป้าหมายได้ด้วยการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างเหมาะสม

 นับตั้งแต่ปี 2548 ข้าพเจ้าได้รับเกียรติจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ แต่งตั้งให้ข้าพเจ้าเป็นทูตสันถวไมตรีคนแรกจากกลุ่มประเทศอาเซียน ประเทศอาเซียนกำลังจะเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 ข้าพเจ้าหวังว่าเราชาวอาเซียนจะเข้มแข็งยิ่งขึ้นในการสนับสนุนการศึกษาเพื่อปวงชนในภูมิภาคนี้"

 ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การศึกษาและฝึกอบรมเป็นกุญแจสำคัญในการบรรเทาความยากจน เสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์และสันติสุขในระยะยาวท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก และการประชุมจอมเทียน-พัทยา เป็นที่มาของการให้คำมั่นร่วมกันระหว่าง 155 ประเทศ ในการให้การศึกษาที่มีคุณภาพแก่เด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่ทั้งปวง ซึ่งการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองของประเทศไทยนั้น รัฐบาลไทยเน้นการลงทุนด้านการศึกษา การพัฒนาครูซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะนำไปสู่เศรษฐกิจและสังคมที่เน้นความรู้คู่คุณธรรม

 ขณะที่นางอิรินา โบโกวา ผู้อำนวยการใหญ่ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ องค์การยูเนสโก กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมการศึกษาเพื่อปวงชนครั้งที่ 10 การเสด็จพระราชดำเนินของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไปทรงเป็นประธานในพิธีเปิด และการเข้าร่วมพิธีเปิดโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในครั้งนี้ ยิ่งเป็นการพิสูจน์ถึงการที่ไทยได้ให้ความสำคัญต่อการศึกษาเพื่อปวงชน

  จากการศึกษาพบว่า การมีโอกาสศึกษาเพิ่มขึ้นอีก 1 ปี สามารถทำให้บุคคลนั้นมีรายได้เพิ่มขึ้น 10% และช่วยเพิ่มค่าเฉลี่ยผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติขึ้นเป็น 0.37% และยังพบว่าประชากรในประเทศที่มีรายได้น้อยจำนวน 171 ล้านคนสามารถผ่านพ้นความยากจนไปได้หากเขาเหล่านั้นออกจากโรงเรียนโดยที่มีทักษะการอ่านขั้นพื้นฐาน

  นอกจากนี้ การศึกษายังสามารถช่วยรักษาชีวิตของมนุษยชาติได้ ดังจะเห็นไม่ว่า 50% ของเด็กที่มีมารดาสามารถอ่านออกเขียนได้จะมีโอกาสรอดชีวิตถึงอายุ 5 ปีได้ ผู้หญิงที่มีความรู้ระดับมัธยมศึกษา จะสามารถมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ HIV/AIDS ได้มากกว่าผู้หญิงที่ไม่รู้หนังสือถึง 5 เท่า กล่าวโดยสรุปก็คือ การศึกษาจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงจำเป็นต้องมีการลงทุนด้านการศึกษา

 นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งนี้ จะเป็นสิ่งยืนยันให้เห็นถึงความตั้งใจ และความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยที่ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการศึกษาอย่างจริงจัง จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยจะได้เผยแพร่ให้ประเทศต่างๆ ได้รับรู้ถึงการส่งเสริมให้ประชาชนคนไทยได้มีโอกาสทางการศึกษาอย่างมีคุณภาพและเท่าเทียมกัน