
สช.มุ่งบรรจุยาสมุนไพรไทยให้ได้ร้อยละ10
สช.จัดเวทีเดินหน้าร่างแผนยุทธศาสตร์ชาติภูมิปัญญาไท ฉบับที่ 2 ปี 2555-2559 เตรียมสรุปเสนอ ครม.เม.ย.นี้ หลังแผนยุทธศาสตร์แรกผ่านฉลุย ขณะที่ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ เผย แผนใหม่กำหนดของบร้อยละ 0.5 ของงบสาธารณสุขทั้งประเทศใช้หนุน ทั้งจัดการองค์ความรู้
(22มี.ค.) ที่กระทรวงสาธารณสุข พญ.วิลาวัณย์ จึงประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวในการประชุมสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นว่าด้วยแผนยุทธศาสตร์ชาติการพัฒนาภูมิปัญญาไท สุขภาพวิถีไท ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2555-2559 ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพแห่งชาติ ร่วมกับสำกนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ว่า จากแผนยุทธศาสตร์ชาติการพัฒนาภูมิปัญญาไทฯ ฉบับแรก ปี 2550-2554 ได้เป็นร่มนโยบายที่สำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก ซึ่งความสำเร็จมีทั้งระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการ แต่ขณะเดียวกันก็มีอุปสรรคในการดำเนินงานทำให้ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ทั้งหมด ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์ จึงจำเป็นที่จะต้องมีแผนยุทธศาสตร์ชาติฯฉบับที่ 2 เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง และเป็นกรอบแนวทางเพื่อมุ่งไปสู่การพึ่งตนเองด้านสุขภาพด้วยภูมิปัญญาไท สุขภาพวิถีไท ตามปรัชญาเศรษฐกืจพอเพียง
พญ.วิลาวัณย์ กล่าวว่า สำหรับแผนยุทธศาสตร์ชาติฯ ฉบับที่ 2 มี 6 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1 .การสร้างและจัดการความรู้ภูมิปัญญาไท โดยให้มีการจัดงบประมาณอย่างน้อยร้อยละ 0.5 ของงบด้านสาธารณสุขของประเทศมาสนับสนุนการวิจัยด้านแพทย์แผนไทย สร้างระบบและกลไกการวิจัยระดับชาติ ระดับภูมิภาค ตลอดจนพัฒนางานวิจัย 2. พัฒนาระบบสุขภาพชุมชนท้องถิ่น เสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายหมอพื้นบ้าน การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกให้มีคุณภาพมาตรฐาน และพัฒนาโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยต้นแบบ
3. การพัฒนากำลังคนด้านการแพทย์แผนไทย ทั้งในระบบการสืบทอดหมอพื้นบ้านตามวิถีดั้งเดิมและระบบสถาบันการศึกษา พร้อมกำหนดโครงสร้างและกรอบอัตรากำลังคนเพื่อให้สถานภาพของบุคลากรด้านการแพทย์แผนไทยมีความมั่นคงก้าวหน้า 4. พัฒนายาและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร โดยให้มีรายการยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติอย่างน้อยร้อยละ 10 ของรายการยาทั้งหมดจากปัจจุบันที่มีเพียง 19 รายการ รวมถึงส่งเสริมการพึ่งตนเองด้านสมุนไพรของชุมชน และจัดทำแผนอนุรักษ์สมุนไพรทั้งในธรรมชาติและชุมชน ตลอจนพัฒนามาตรฐานอุตสาหกรรมยาและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร 5. พัฒนาระบบและกลไกคุ้มครองภูมิปัญญาไทย การจัดทำข้อตกลงกับสำนักงานสิทธิบัตรระหว่างประเทศ การสร้างบทบาทเชิงรุกในเวทีเจรจาระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับการคุ้มครองภูมิปัญญาไทย และ 6. การสื่อสารสาธารณะด้านการแพทย์แผนไทย เช่น การสื่อสารเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย
ด้าน นายวิสุทธิ์ บุญยะโสภิต ผู้อำนวยการสำนักสมัชชาสุขภาพ สช. กล่าวว่า ผลสำเร็จที่เกิดจากแผนยุทธศาสตร์ชาติฯฉบับแรก อาทิเช่น การเกิดสถาบันสุขภาพวิถีไทย การจัดการความรู้ระบบภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านอีสาน ส่วนการส่งเสริมการใช้และการพัฒนามาตรฐานบริการแพทย์แผนไทย ทาง สปสช.ได้จัดตั้งกองทุนพัฒนาการแพทย์แผนไทย เพื่อจ่ายสมทบให้กับสถานบริการสาธารณสุข ตั้งแต่ปี 2550 โดยในปี 2554 จัดสรรงบประมาณตามรายประชากรให้รายละ 6 บาท โดย 4.50 บาท สำหรับบริการนวดไทยเพื่อรักษาอาการปวด อัมพาต อัมพฤกษ์ การฟื้นฟูสุขภาพแม่หลังคลอด และอีก 1.50 บาท เพื่อส่งเสริมการใช้ยาจากสมุนไพรในระบบบริการสาธารณสุข เกิดการเข้าถึงยาจากสมุนไพรมากขึ้น เป็นต้น สำหรับแผนยุทธศาสตร์ชาติการพัฒนาภูมิปัญญาไทฯ ฉบับที่ 2 คาดว่าในเดือนเมษายนนี้ และส่งเข้าคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อให้หน่วยงานและองค์กรต่างๆนำไปดำเนินงานต่อไป



