ไลฟ์สไตล์

16 ก็ท้องแล้ว

16 ก็ท้องแล้ว

23 มี.ค. 2554

น้องสาวอายุ 16 ย่าง 17 ถูกผู้ชายอายุ 27 ปี หลอกลวงทำมิดีมิร้ายจนตั้งท้อง แล้วผู้ชายคนนี้เป็นคนรู้จักกันดี พ่อแม่ของดิฉันยอมยกลูกสาวให้ เพราะกำลังเรียนหนังสืออยู่ แต่มีการแจ้งความดำเนินคดีกันไว้

 เจ้าหน้าที่ตำรวจ และอัยการจังหวัด ตั้งข้อหาฝ่ายชายว่า กักขังสิทธิเสรีภาพ ศาลตัดสินรอลงอาญา 1 ปี และปรับ 5,000 บาท ตามจริงตกลงกันที่บ้านว่าฝ่ายชายจะยอมจ่ายให้ 2 แสนบาท แต่ศาลวินิจฉัยให้จ่ายแค่ 4 หมื่นบาท หากอยากได้เงิน 2 แสนบาทตามที่ตกลงกันก่อนที่จะมีการแจ้งความ ต้องไปตกลงกันเองนอกศาล
 ขณะนี้มีปัญหาเรื่องค่าเลี้ยงดูเด็กที่จะคลอดออกมา ฝ่ายหญิงจะสามารถเรียกร้องค่าเลี้ยงดูได้หรือไม่ ดูทีท่าว่าพ่อเด็กจะไม่จ่ายค่าเลี้ยงดูแล้ว ทางฝ่ายเราจะเรียกร้องได้อีกไหมคะ เคยปรึกษาอัยการจังหวัด เขาบอกว่า มีหน่วยงานให้ความช่วยเหลือ แต่ต้องจ้างทนายความเอง
พี่สาว
ตอบ
 ศูนย์ประชาบดี 1300 สายด่วนปัญหาสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แนะนำว่า ฝ่ายหญิงสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเลี้ยงดูจากฝ่ายชายได้ในขณะที่ยังตั้งครรภ์อยู่ กรณีฝ่ายหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี ต้องอยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายหลายฉบับ อาทิ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 และ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 เป็นต้น อีกทั้งเป็นนักเรียนที่ยังไม่มีรายได้ และยังไม่พร้อมที่จะมีบุตร ยิ่งต้องได้รับการช่วยเหลือเป็นพิเศษและเร่งด่วน
 กรณีนี้ ข้อมูลไม่เพียงพอที่จะให้คำแนะนำได้ทั้งหมด ผู้เสียหายสามารถโทรศัพท์ขอคำแนะนำที่ ศูนย์ประชาบดี สายด่วน 1300 ซึ่งสามารถโทรได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ เจ้าหน้าที่ศูนย์ประชาบดีของจังหวัดนั้นๆ จะสอบถามข้อมูลของผู้เสียหายอย่างละเอียด เพื่อให้คำแนะนำ และหาทางช่วยเหลือในทุกกรณี
 ทางด้าน กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม แนะนำว่า ต้องรอให้น้องสาวของคุณคลอดลูกออกมาก่อน เด็กที่คลอดออกมาถือเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของมารดา มารดามีสิทธิฟ้องร้องเรียกค่าเลี้ยงดูแทนบุตรต่อบิดาได้ ถ้ามารดาอายุยังไม่ถึง 18 ให้ไปร้องขอต่ออัยการเพื่อให้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องแทน ถ้ามารดาอายุ 18 ปีขึ้นไป สามารถยื่นฟ้องร้องได้ด้วยตนเอง
 โดยไปยื่นคำร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว หรือถ้าอยู่ต่างจังหวัด ให้ยื่นเรื่องที่ศาลจังหวัด แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว เพื่อขอให้บิดารับเด็กที่เกิดมาเป็นบุตรโดยชอบธรรม พร้อมกับเรียกร้องค่าเลี้ยงดูไปด้วยเลย แต่ถ้าฝ่ายบิดาไม่ยอมรับเด็กที่เกิดมาเป็นบุตร ต้องมีการพิสูจน์ตามขั้นตอนต่างๆ เช่น ตรวจดีเอ็นเอของเด็กกับบิดา เป็นต้น
 หากมารดามีฐานะยากจน หรือไม่มีรายได้ ไม่มีเงินจ้างทนายความสู้คดีในชั้นศาล ให้ไปติดต่อขอความช่วยเหลือที่ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม หรือ สำนักยุติธรรมจังหวัดตามภูมิลำเนา หรือที่ อัยการจังหวัด เตรียมเอกสารไปด้วย ดังนี้
 1.สูติบัตรของบุตร พร้อมสำเนา
 2.บัตรประจำตัวประชาชนของมารดา พร้อมสำเนา
 3.ทะเบียนบ้านของมารดาและบุตร พร้อมสำเนา
 4.เอกสารที่ขึ้นศาลมาแล้วทั้งหมด
 กรณีนี้อยู่ในข่ายที่จะได้รับความช่วยเหลือ เพราะยังเป็นนักเรียน ยังไม่มีรายได้ ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
 สำหรับ มูลนิธิเพื่อนหญิง (องค์กรพัฒนาเอกชน) แนะนำว่า ต้องไปร้องขอที่สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ซึ่งมีทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อฟ้องทางแพ่งเรียกร้องค่าเลี้ยงดูบุตรจากทางฝ่ายชายอีกครั้ง แต่ต้องรอให้คลอดลูกก่อน ทางสำนักงานอัยการฯ จะหางทางช่วยเหลือ รวมทั้งการหาทนายความเข้าไปช่วยเหลือฝ่ายหญิง
 ถ้ากรณีนี้เข้ามาขอคำปรึกษากับมูลนิธิเพื่อนหญิงตั้งแต่ต้น ทางมูลนิธิจะเข้าไปให้คำแนะนำ หาทางช่วยเหลือทุกขั้นตอน รวมทั้งหาทนายความในการต่อสู้คดี และเรียกร้องค่าเลี้ยงดูบุตรให้ด้วย
  
ลุงแจ่ม