
"โมเสกกะลามะพร้าว" สุดยอดงานทำมือ-ขายต่างแดน
ภายใต้จิตสำนึกที่คิดอยู่เสมอว่าหากยึดอาชีพเป็นลูกจ้างไปตลอดชีวิต อาจทำให้อนาคตของตนเองและครอบครัวดำเนินไปด้วยความไม่มั่นคง เป็นแรงผลักให้ ประจิน ดวงรัศมี หนุ่มใหญ่วัย 57 ปี แห่ง ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง ยุติบทบาทการเป็นมนุษย์เงินเดือน และผันตัวเองมาจับงานด
ประจิน เจ้าของผลงานผลิตภัณฑ์ศิลปะตกแต่งจากกะลามะพร้าว หรือ "โมเสกกะลามะพร้าว" ย้อนให้ฟังว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ดำเนินชีวิตด้วยประกอบอาชีพเป็นพนักงานโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง เมื่อถึงจุดหนึ่งก็เกิดความคิดว่าหากยังเป็นลูกจ้างภายใต้ฐานเงินเดือนรวมแล้วอยู่ระหว่าง 2-3 หมื่นบาทเศษ กับภาระที่ต้องเลี้ยงครอบครัวอีก 2-3 ชีวิต บวกภาวะเศรษฐกิจที่ฉุดราคาของกินของใช้สูงขึ้นอยู่ตลอดเวลา เป็นตัวแปรทำให้เขาตัดสินใจลาออกจากงาน แล้วคิดหาวิธีที่จะมีรายได้มาจุนเจือครอบครัว
"แรกๆ พยายามคิดว่าจะใช้ศิลปะมาทำอะไรได้บ้าง ก็ทดลองนั่น ทดลองนี่ กระทั่งได้ไปเห็นชาวบ้านนำกะลามะพร้าวที่เหลือใช้ตามตลาดสด มาเผาเป็นถ่านใช้ในครัวเรือน ซึ่งก่อให้เกิดควันไฟสร้างมลภาวะเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม จึงมีความคิดว่าน่าจะนำกะลานั้นมาเพิ่มมูลค่ามากกว่าการใช้เป็นแค่เชื้อฟืน" ประจินเล่าถึงความคิดแรกที่นำกะลามะพร้าวมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ ภายใต้ความคิดที่ชิ้นงานนั้นต้องไม่ซ้ำแบบใคร ไม่ตามใคร และไม่มีใครเหมือน
โดยความไม่เหมือนใครนั้น ประจินได้ลองนำกะลามะพร้าวมาเลื่อยทำเป็นชิ้นเล็กๆ ด้วยกรรมวิธีเฉพาะของตนเองที่คิดขึ้นมา ซึ่งทำคล้ายเป็นการต่อจิกซอว์ จากนั้นนำชิ้นกะลาที่ตัดมาติดลงบนวัสดุที่ใช้เป็นโครงแบบซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ของตกแต่งบ้าน อาทิ แจกัน ขวด โคมไฟ กรอบรูป กระถางดอกไม้ กาน้ำชา เป็นต้น ทาด้วยกาวชนิดพิเศษด้วยความละเอียด ประณีต บวกเทคนิคการตกแต่งให้สวยงามหลังติดกาวเสร็จ โดยใช้เวลาลองผิดลองถูกอยู่กว่า 3 ปี กว่าจะได้ผลงานที่ลงตัวดังที่เห็น
"ผลิตภัณฑ์ของเราถือว่าลงทุนไม่มาก แต่ที่เริ่มด้วยการลองผิดลองถูกอยู่นานมันเป็นการลงทุนด้านจิตใจ เป็นความอดทนที่ผมต้องการอยากให้ผลงานนั้นออกมาดีที่สุด ไม่มีใครเหมือน ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ที่คิดไว้แต่แรก ในที่สุดก็ได้ชิ้นงานที่เป็นของตัวเองออกมา ผลตอบแทนถือว่าคุ้มค่า เมื่อได้รับรางวัลสี่ดาว ประเภทของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก ในโครงการคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย ปี 2552" ประจินเล่าและรับว่า เป็นที่มาทำให้ชิ้นงานเป็นที่ต้องการของลูกค้าต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากการออกบูธงานโอท็อปที่เมืองทองธานี ปี 2553 ทำให้มียอดสั่งจองจากต่างประเทศ อาทิ เนเธอร์แลนด์ อิสราเอล เป็นจำนวนมาก
ประจินบอกอีกว่า แม้ผลิตภัณฑ์ของเขาเป็นงานแฮนด์เมด ที่ต้องใช้ความประณีตทุกชิ้นงาน ทว่าสนนราคานั้นยุติธรรม อยู่ระดับหลักร้อยถึงหลักพันบาท จึงมีออเดอร์ทั้งในและต่างประเทศเข้ามาเรื่อยๆ ไม่ขาดสาย
ดังนั้น อนาคตเขาตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้สนใจ โดยเฉพาะชาวบ้านละแวกใกล้เคียง เพื่อเพิ่มแรงงานฝีมือดี โดยให้ผลิตสินค้าตามกำหนด และเขาจะเป็นผู้ซื้อผลิตภัณฑ์คืนทั้งหมด ซึ่งเป็นการสร้างงานให้ชาวบ้าน เพิ่มรายได้ในชุมชน ขณะเดียวกันยังมีสินค้าในปริมาณมากขึ้น พร้อมขยายตลาดหรือจัดส่งให้ลูกค้าได้เพียงพอตามความต้องการ สนใจร่วมรังสรรค์ไอเดีย ประจินบอกติดต่อ 8/6 ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง หรือโทร.08-9098-3992
"อัจฉรา วิเศษศรี"



