ไลฟ์สไตล์

นักวิชาการภาคธุรกิจเชื่อไทยมีโอกาสในอาเซียน

นักวิชาการภาคธุรกิจเชื่อไทยมีโอกาสในอาเซียน

21 มี.ค. 2554

นักวิชาการภาคธุรกิจ เชื่อไทยมีโอกาสในอาเซียน หากเร่งพัฒนาศักยภาพของคนไทยในประเทศ ชี้คนไทยรู้เรื่องอาเซียนน้อยมาก ฝากรัฐบาล อย่ามุ่งแก้ปัญหากีฬาสีภายในประเทศ กำหนดเป้าหมาย บทบาทในประชาคมอาเซียนให้ชัดเจน เร่งพัฒนาคนในประเทศ ก่อนสาย ขณะที่อุดมศึกษา ควรเป็นตั

  (21 มี.ค.)มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย(มกค.) จัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติ UTCC Academic Week ประจำปีการศึกษา 2553 เพื่อเผยแพร่ผลงานวิชาการที่มากกว่า 40 หัวข้อ จากนักวิชาการทั้งภายในและจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ พร้อมจัดเสวนาวิชาการ “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน : โอกาสหรือวิกฤตของประเทศไทย”

  โดยมี ผศ.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์การค้าระหว่างประเทศ มกค.กล่าวว่า การก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 นี้ ประเทศไทยมีทั้งโอกาส และวิกฤต โดยขึ้นอยู่กับความพร้อม และการปรับตัวหลังจากนี้ที่เหลือเวลาอีกเพียง 3 ปี 9 เดือน ก่อนเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เพราะต้องยอมรับว่า ภาคเกษตรกร 100 % ไม่เข้าใจ ไม่มีความรู้เกี่ยวกับอาเซียน ภาคแรงงาน 99% ไม่เข้าใจ และภาคธุรกิจ เกือบ 90% ที่ไม่เข้าใจ ทั้งที่ภาคเกษตรกร แรงงาน และธุรกิจ มีส่วนสำคัญอย่างมากในอาเซียน

   อย่างไรก็ตาม รัฐบาล ภาคการศึกษา และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจแก่คนในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ นักศึกษา กลุ่มนักธุรกิจ ภาคการเกษตร แรงงาน ให้มีความตื่นตัว และเตรียมความพร้อมทั้งด้านภาษา ทักษะฝีมือ แรงงาน ก่อนที่ประเทศไทยจะสูญเสียโอกาสที่จะได้รับในกลุ่มอาเซียน

 ผศ.ดร.วันชัย รัตนวงษ์ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มกค. กล่าวว่าโอกาสหรือวิกฤตจากการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนของประเทศไทย ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการทั้งในเรื่องของทรัพยากร และบุคคลากรของประเทศนั้นๆ เพราะอนาคตไม่ได้แข่งกันที่เงิน แต่แข่งกันที่บุคคลากรของแต่ละประเทศ ประเทศไทย ถือเป็นประเทศที่ได้เปรียบในหลายด้าน แต่ขาดการบริหารจัดการที่ดี ไม่มีการกำหนดจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนว่าไทยจะมีความเข้มแข็งทางด้านไหน ผลิตอะไร มีบทบาทอย่างไร รัฐบาลต้องพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้เป็นคนที่มีความสามารถระดับประเทศ ระดับชาติ

  ขณะเดียวกัน สถาบันการศึกษา ต้องเข้ามาเป็นตัวตั้งตัวตีในการให้ความรู้แก่ประชาชนในทุกภาคส่วน จัดอบรม เตรียมความพร้อมด้านภาษา การประกอบธุรกิจแบบรู้เขารู้เรา รู้ว่าประเทศไทยมีดีอะไร และรู้ว่าแต่ละประเทศเป็นอย่างไร เพื่อทำให้คนไทยรู้จักพัฒนาพัฒนาศักยภาพของตนเอง แข่งขันกับประเทศอื่น

 ด้าน ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ในฐานะผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มกค. กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศที่ไม่ว่าใครๆ ก็อยากเข้ามาอยู่อาศัย หรือทำธุรกิจ เพราะฉะนั้น เมื่อมีการเปิดเสรีอาเซียน ตนเชื่อว่าจะเป็นโอกาสของประเทศไทย ทั้งในเรื่องของการลงทุน การค้า แรงงาน ซึ่งในส่วนของการลงทุนจะมีคนต่างชาติมาลงทุนในไทยมากขึ้น

 ขณะเดียวกันนักธุรกิจไทยขยายไปลงทุนในต่างชาติ การค้าขายของไทยจะดีขึ้น เศรษฐกิจน่าจะโตมากขึ้น ค่าแรงคนไทยจะสูงขึ้น เพราะต่อให้จีนมาลงทุนในไทย ญี่ปุ่นมาลงในไทย แต่หากไทยบริหารจัดการ ปรับปรุงทั้งเรื่องการส่งออก โลจิสติก และทรัพยากรต่างๆ ประเทศไทยไม่น่าจะประสบปัญหาขาดดุล รวมถึงคนในประเทศน่าจะรวยขึ้น

   แต่ทั้งนี้ โอกาสของประเทศไทย ต้องเริ่มจากภาครัฐบาลที่ให้ความสำคัญ มุ่งเป้าหมายในการพัฒนาประชาชนให้พร้อมสู่ประชาคมอาเซียนได้แล้ว ไม่ใช่ไปแก้ปัญหาเฉพาะกีฬาสีภายในประเทศ ส่วนอุดมศึกษา ต้องเข้ามามีส่วนร่วมเพิ่มความรู้เกี่ยวกับอาเซียนให้คนในประเทศ และสร้างคุณภาพให้กับบุคลากร