ไลฟ์สไตล์

"ชินวรณ์"ติงระวังคนแอบอ้างฝากเด็ก

"ชินวรณ์"ติงระวังคนแอบอ้างฝากเด็ก

19 มี.ค. 2554

“ชินวรณ์” เตือนผู้ปกครองระวังกลุ่มแอบอ้างฝากเด็ก ย้ำปีนี้แม้แต่รมว.ศธ.ก็ใช้เส้นไม่ได้ ด้าน ผู้ปกครองถูกใจนโยบายปลอดเด็กฝาก แต่ไม่เชื่อทำได้จริง แฉราคาฝากเด็กพุ่งรับนโยบายที่เข้มงวด วอนนักการเมืองอย่าฝากเด็ก ขณะที่ กทม.ทั้ง 2 เขตมีเด็กล้นเกือบ 1 หมื่นคน แต

(19มี.ค.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วยดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) ผู้บริหารคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการรับนักเรียนของสถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ปีการศึกษา 2554 ตรวจเยี่ยมการสอบคัดเลือกรับนักเรียนเข้าม.1 ของร.ร.เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ซึ่งตามปฏิทินการรับนักเรียนปี 2554 นั้น จะมีการสอบคัดเลือกรับนักเรียน ม.1 ในวันที่ 19 ม.ค. สอบคัดเลือกรับ ม.4 วันที่ 20 มี.ค. และจับฉลากรับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการเข้าเรียน ม.1 ในวันที่ 27 มี.ค.

นายชินวรณ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า การรับนักเรียน ม.1 ปีนี้ ร.ร.ทำตามนโยบายและแผนการรับนักเรียนที่วางไว้ ขณะที่กระบวนการสอบคัดเลือกก็เป็นไปตามหลักวิชา มีขั้นตอนควบคุมการสอบที่เข้มงวดตั้งแต่ก่อนถึงหลังสอบ อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังเผชิญกับปัญหาเด็กล้น อย่างเช่น สหวิทยาเขตของร.ร.เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการที่มีอยู่ทั้งหมด 5 โรงเรียน รับได้ทั้งหมด 2,702 คนแต่มีนักเรียนมาสมัคร 3,218 คน ส่วนภาพรวมในพื้นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาการมัธยมศึกษา เขต 2 มีนักเรียนมาสมัครทั้งหมด 32,000 คน แต่ร.ร.ในพื้นที่มีเก้าอี้รองรับแค่ 26,892 คน เกินอยู่เกือบ 5,000 คน อย่างไรก็ตาม เขตพื้นที่การศึกษา จะร่วมมือกับสถานศึกษา จัดหาที่เรียนให้ทุกคนได้อย่างแน่นอน เด็กที่สอบเข้าร.ร.ยอดนิยมไม่ได้ จะเกลี่ยไปเรียนในร.ร.คู่พัฒนาแทน

 “ขอเตือนผู้ปกครองว่า การรับนักเรียนในปีนี้นั้น ไม่มีการฝากเด็กอย่างเด็ดขาดและได้มีการทำความเข้าใจแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง นักการเมือง ผู้ปกครอง แล้ว แต่อาจมีคนที่แอบอ้างไปหลอดผู้ปกครองว่า สามมารถฝากเด็กเข่าเรียนร.ร.ดังได้ ซึ่งไม่มีทางทำได้ เพราะการรับนักเรียนในปีนี้ นโยบายชัดเจนห้ามฝากเด็ก และให้รับรอบเดียว และประกาศคะแนนของเด็กที่สอบติดด้วยทั้งนี้เพื่อป้องกันการยัดไส้ฝากเด็ก ดังนั้นขอให้ผู้ปกครองที่พบเจอ แจ้งเข้ามาที่กระทรวงศึกษาธิการ สพฐ. หรือผมเองก็ได้ และผมจะติดตามและดำเนินดดีอย่างเด็ดขาดกับกลุ่มคนที่แอบอ้าง ส่วนผู้ปกครอง เมื่อลูกสอบไม่ได้ก็ให้วางแผนหาร.ร.อื่นให้ลูก อย่าไปหลงเชื่อและเสียเงินไปกับผู้ที่แอบอ้างฝากเด็ก “ รมว.ศธ. กล่าว

นายชินวรณ์ กล่าวอีกว่า  ที่ผ่านมา คณะกรรมการตรวจติดตาม ฯก็ได้รับการร้องเรียนว่า มี 6 โรงเรียน มีการเรียกรับเงินและที่เรียน แต่พอไปตรวจสอบพบว่า ไม่ใช่เรื่องจริง และคนที่แอบอ้างนั้นก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับโรงเรียน เป็นการกระทำในลักษณะ วางไซแห้ง หรือตกเบ็ดหลอกหลวงผู้ปกครองว่า สามารถฝากเด็กได้และหากเด็กสอบติดเองก็จะแอบอ้างว่า เป็นคนฝากให้ อย่าง ร.ร.หนึ่งในจ.อุดร มีคนแอบอ้างว่า สนิทสนมกับผอ.ร.ร.สามารถฝากเด็กได้ 500 คน
 นายชินภัทร กล่าวว่า นักเรียนที่เกินใน สพม.เขต 2 จำนวน 5,000 คน นั้น เป็นนักเรียนนอกพื้นที่ 3,700 คน ส่วนนักเรียนในพื้นที่มีแค่ 1,500 คน ถือว่า ไม่ใช่ปัญหาหนักเมื่อเทียบกับปีที่แล้วซึ่งเกินเกือบ 6,000 คน สามารถเกลี่ยไปร.ร.อื่นให้ทุกคนมีที่เรียนอย่างแน่นอน

นางงามพิศ ลวกกร ผอ.สพม.กทม.เขต 1 เปิดเผยว่า กทม.เขต 1 มีนักเรียนมาสมัคร 27,913 คน รับได้ 23,660 คน เกินอยู่ 4,600 คน แต่ในยอดสมัครนั้น แยกเป็นนักเรียนในพื้นที่ 12,926 คน นักเรียนนอกพื้นที่ 11,612 คนและนักเรียนต่างจังหวัด 3,375 คน มีนักเรียนขาดสอบ 2,700 คน เพราะฉะนั้น มั่นใจว่า สามารถหาที่เรียนให้นักเรียนในเขตพื้นที่ได้อย่างแน่นอน

นายสมใจ นวลปาน ผู้ปกครองนักเรียนที่มาสอบเข้า ร.ร.เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ กล่าวว่า นโยบายไม่มีการฝากเด็กเป็นนโยบายที่ดี ทำให้ลูกคนจนที่เรียนเก่งแต่ไม่มีเงินมีโอกาสเข้าร.ร.ดังได้ แต่ไม่เชื่อว่า นโยบายนี้จะทำได้จริง สังคมมีการฝากเด็กมานาน ไม่เชื่อว่า จะทำให้หมดไปในปีนี้ได้

ผู้ปกครองรายหนึ่ง กล่าวว่า นโยบายห้ามฝากเด็กเป็นสิ่งที่ดีมาก ทำให้เกิดความยุติธรรมนในสังคม ผู้ปกครองทั่วไป ฐานะไม่ได้ร่ำรวยพอจะจ่ายเงินฝากเด็กได้ ถ้าฝากเด็กก็ต้องไปเป็นหนี้เป็นสินมาจ่ายค่าแป๊ะเจี๊ยหลักแสน อย่างปีที่แล้ว ร.ร.บางแห่งราคาพุ่งเกือบ 200,000 บาท อย่างไรก็ตาม ไม่เชื่อว่า นโยบายห้ามฝากเด็กจะทำได้จริง อย่างปีนี้ก็ได้ยินข่าวแล้วว่า ร.ร.บางแห่งฝากผ่านสมาคมได้ราคาเริ่มต้น 120,000 บาท และอาจพุ่งขึ้นอีกเพราะฝากยาก เชื่อว่า ร.ร.จะหาช่องฝากยัดเด็กฝากจนได้ เพียงแต่อาจจำนวนน้อยลง และทำแบบแนบเนียนขึ้น  ไม่โฉ่งฉ่างเหมือนทุก ๆ ปีที่ผ่านมา

“ส่วนการรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษ 7 กลุ่มนั้น พวกเรารับได้ แต่ขอร้องอย่ามีโควตาลูกหลานนักการเมือง อันนี้รับไม่ได้ และทุกปีคนกลุ่มนี้ฝากเด็กกันมากจนแย่งที่เรียนลูกชาวบ้านตาดำ ๆ และจริง ๆ แล้ว ผลเสียจะตกอยู่กับตัวเด็กเอง เพราะถ้าเขามีพื้นฐานการเยนที่อ่อน แต่ยัดมาอยู่ในโรงเรียนที่เด็กเก่ง ๆ ก็จะเรียนไม่ทันเพื่อน เช่นเดียวกับการจับฉลากรับนักเรียนในพื้นที่ ถ้าเป็นไปได้อยากให้ยกเลิก เพราะทำให้คุณภาพร.ร.แย่ลง ครูก็สอนยาก เพราะเด็กที่เข้ามาโดยการจับฉลากบางคน ไม่ได้เป็นเด็กที่ตั้งใจเรียน พอเข้ามาแล้วนอกจากตัวเองจะไม่สนใจเรียน บางครั้งพาเพื่อนเสียด้วย อย่างลูกของผู้ปกครองนักเรียน ร.ร.สวนกุหลาบบอกว่า  ตั้งแต่มีการรับนักเรียนโดยการจับฉลาก ร.ร.ไม่เคยสงบสุข นอกจากนั้น การมีโควตาจับฉลากรับนักเรียนในพื้นที่ยังทำให้เด็กขาดความกระตือรือร้น เพราะเห็นว่า ตัวเองมีโอกาสเสี่ยงดวง “ ผู้ปกครองรายเดิม กล่าว