
การตกแต่งดิสเพลย์และบรรยากาศร้านค้าเพื่อขายดี
การออกแบบในปัจจุบันมีอิทธิพลมากต่อการเพิ่มยอดขาย การตกแต่งบรรยากาศมีผลต่อพฤติกรรมของลูกค้า ยอดขายจะดีหรือไม่ บางครั้งอยู่ที่การจัดวางและการสร้างแรงดึงดูด ฉะนั้น การออกแบบที่ดีจึงมีผลต่อร้านยุคใหม่แน่นอน การตกแต่งดิสเพลย์หรือการจัดตกแต่งตำแหน่งโปรโมชั่นต่
1.การตีโจทย์แบรนด์
ออกมาเป็นการจัดวางสินค้า การออกแบบที่มีศักยภาพจะต้องสามารถตีบทแตกได้ก่อน
ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะจะทำให้การตกแต่งไม่ผิดทิศผิดทาง มีเอกภาพ วิธีการตีบทหรือตีโจทย์เราสามารถทำได้โดยการจัดทำโปรแกรมเพื่อศึกษาพฤติกรรมผู้ใช้งาน ทั้งลูกค้าและพนักงาน หลังจากนั้นศึกษาความเด่นชัดในการให้บริการ และลักษณะเฉพาะของผลิตภัณฑ์ แล้วนำมาแปรรูปเป็นรูปแบบและรายละเอียดในการตกแต่งต่อไป ไปจนถึงการควบคุมบรรยากาศ, การจัดวาง, การกำหนดสี, การกำหนดวัสดุ, การประมาณราคา และการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับธีมต่อไป
2.การกำหนดแนวคิด
เหมือนงานศิลปะทุกแขนงที่ต้องประกอบด้วยแนวความคิดเพื่อผูกเรื่อง และมีการดำเนินเรื่องอย่างมีความหมาย และสอดคล้องกันอย่างเป็นเอกภาพ การกำหนดแนวความคิด อาจจะหมายถึง การสร้างโครงละครที่น่าสนใจ การกำหนดแนวความคิดในการตกแต่งร้านในลักษณะนี้ อาจจะออกมาในรูปแบบของโครงหลักที่มาจากแบรนด์ และลักษณะเฉพาะของสินค้า บวกกับการจัดวางตกแต่งที่จัดให้เกิดความน่าสนใจตามเทศกาลต่างๆ โดยประยุกต์ให้มีความกลมกลืนกัน เช่น เทศกาลสงกรานต์ นำเอาสีสันและบรรยากาศถ่ายทอดมาในงานกราฟฟิกตัวหนังสือ ข้อความในการโปรโมชั่น การนำเอาของตกแต่งมีที่มาจากเทศกาลมาคลุกเคล้า และส่งเสริมให้สินค้าและแบรนด์มีความเข้ากันแบบจริงใจที่สุด
3.การปฏิบัติการจัดวาง
เริ่มต้นจากการเลือกอุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งตลอดจนสินค้าที่ต้องการแสดงโดยมีหลักคิดง่ายๆ ดังนี้
3.1 ต้องพยายามให้สินค้าดูเด่นกว่าชั้นวาง โดยมีชั้นวางเป็นเสมือนแบ็กกราวนด์ที่ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ โดยออกแบบชั้นวางให้ดูเรียบ สีน้อยๆ รายละเอียดไม่ควรเยอะ โดยจัดวางให้ดูน่าซื้อน่าหยิบมากกว่าจัดวางให้ดูแล้วห่างเหิน
3.2 กำหนดสีแบ็กกราวนด์ของชั้นวาง สีที่ควรใช้ควรเป็นสีเรียบ ขาว หรือสีกลุ่มโทนเดียวกันให้เป็นแบ็กกราวนด์ที่ทำให้ไม่ไปข่มสินค้า หรือจะเป็นโทนดำ เทา เข้มก็ได้ถ้าผลิตภัณฑ์สีอ่อนจะได้ไม่ดูจมหายไป หรือจะเป็นสีสดขึ้นมาหน่อยก็ควรดูผลิตภัณฑ์ที่สีเรียบ แต่ถ้าผลิตภัณฑ์สีสดหรือมีรูปทรงสะดุดตา แบ็กกราวนด์ก็ควรเรียบลงเพื่อส่งเสริมสินค้าให้มากที่สุด
3.3 หลักการจัดวางสินค้าในชั้นวาง การนำสินค้าทุกชิ้นมารวมกันแล้วแยกแยะออกมาเป็นเซต วิธีการจัดวางคือ เลือกสินค้าที่ชายไม่ดี อยู่ใกล้ตา สินค้าที่ขายได้หรืออยู่ในโฆษณาอยู่แล้วให้วางในตำแหน่งที่ไม่เด่นมากนัก เพราะจะได้เฉลี่ยกันทั้งหมด สินค้าโปรโมชั่นพิเศษก็ควรจะอยู่ในตำแหน่งที่ดึงดูดเช่นกัน ทั้งนี้การจัดวางจะต้องศึกษาพฤติกรรมของลูกค้าให้ละเอียดถี่ถ้วน เพราะแต่ละผลิตภัณฑ์มีลักษณะเฉพาะไม่เหมือนกัน
4.หลักการจัดวางดิสเพลย์ในเทศกาลต่างๆ
กิจกรรมอีเวนท์ของร้านควรทำบ่อยๆ ตามสถานการณ์ ฤดู เทศกาลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อม และพฤติกรรมลูกค้าของแต่ละชุมชน โดยมีหลักเกณฑ์และขั้นตอนดังนี้
4.1 การออกแบบบรรยากาศโดยรวม ควรให้เชื่อมโยงอย่างกลมกลืนระหว่างแบรนด์และชุมชน โดยมีธีม แนวความคิดที่เป็นเสมือนโครงเรื่องที่ชัดเจนให้สอดคล้องกับสินค้า
4.2 การออกแบบภาพลักษณ์และงานกราฟฟิก การจัดกิจกรรมพิเศษควรเลือกตัวหนังสือคำโฆษณา คำเด็ดในตัวหนังสือที่สวยงาม กลมกลืนกับธีม และออกแบบกราฟฟิกให้ง่าย สนุก มีคู่สีที่เข้ากัน เส้นสายและรูปแบบที่เข้ากับแนวความคิดและได้องค์ประกอบสวยงาม มีจุดเด่น มีจุดรอง มีแบ็กกราวนด์ มีโฟร์กราวนด์
4.3 มีลูกเล่น GIMMIC คือ หัวใจของงานในแต่ละการจัดวางตามเทศกาล การสร้าง GIMMIC ให้มีความรู้สึกเชิงบวกเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้ลูกค้ามีความสุข เกิดรอยยิ้ม ประทับใจก่อให้เกิดการผูกมิตร เป็นแฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์สินค้าได้
4.4 การจัดแสง การจัดแสงสว่างที่ดีควรคำนึงถึงแสงธรรมชาติที่เข้ามากระทบในตอนกลางวัน การจัดแสง เงา สวยงามในตอนกลางคืน หรือพลบค่ำในลักษณะตั้งเวลาเปิดปิด ย้อมแสงให้รู้สึกเชิญชวนมีการเน้นให้เดิน กลบให้เบาลงในบางจุด เกิดระยะที่ดีและมุมมองที่ดีต่อไป
สำหรับท่านใดที่สนใจอยากจะปรึกษาหารือสามารถเข้าร่วมฟังการบรรยายและเวิร์กช็อป ในงานสัมมนา หัวข้อ “พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส” ตอน “สร้างสรรค์ธุรกิจโรงแรม และรีสอร์ทแนวใหม่แห่งอนาคต” ในระหว่างวันที่ 7-8 พฤษภาคม ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ เมืองทองธานี ติดต่อขอทราบรายละเอียดได้ที่ โทร.0-2984-0091-2 หรือ 08-6331-7433 แล้วพบกันครับ
อ.เอกพงษ์ ตรีตรง
www.ideal1group.com



