
ส่องพระ... วันว่างของลูกผู้ชายชื่อ "ทัก" สุบดี
อุ๊แม่เจ้า...สถาบันวิจัยกสิกรไทย และอีกหลายสำนักเผยตัวเลขอันน่าตื่นตาตื่นใจว่า มูลค่าตลาดซื้อขายวงการพระเครื่องพระบูชาบ้านเราดีดตัวแตะ 3-4 หมื่นล้านบาทต่อปี และมีทีท่าว่าจะพุ่งไปเรื่อยๆ สวนกระแสเศรษฐกิจในยุคข้าวยากน้ำมันแพง เพื่อนสนิทหรือคนรู้จักมักจี่เลย
ทันทีที่ปะหน้าหนุ่มทัก และยิงข้อสงสัย เจ้าตัวรีบออกตัวดังเอี๊ยด...! พร้อมรอยยิ้มมุมปากเล็กๆ ว่าก็มีส่วนบ้างไม่อย่างนั้นคงไม่แสวงหา และสะสมมากว่า 20 ปี ทว่าเหตุผลข้อใหญ่จริงๆ ก็ด้วยเลื่อมใสศรัทธาบวกแรงชื่นชอบในเชิงศิลปะ ประวัติศาสตร์ จึงรู้สึกว่ายิ่งเก็บยิ่งทวีคุณค่า และเป็นความสุขทางใจที่ลูกผู้ชายหลายคนรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ครอบครอบวัตถุเหล่านี้
"แรงบันดาลใจมาจากตอนนั้นเห็นคนขับรถเขาเล่นพระกัน แล้วคุณพ่อก็สะสมพระด้วย เวลาไปบ้านเพื่อนหรือญาติๆ เลยเริ่มขอเขาดูหิ้งพระ กอปรกับพอสนใจก็จะสรรหาหนังสือพระมาอ่านแทนหนังสือการ์ตูนแบบเด็กๆ เลยยิ่งทำให้รู้ว่าพระแต่ละองค์มีที่มาที่ไปยังไง ต่อมาก็มีไปตามแผงพระ ไปดูว่าเขามีพระอะไรบ้าง ถามราคาท้องตลาดปัจจุบัน" หนุ่มทัก เล่าอย่างอารมณ์ดี
ถึงจะชอบส่องพระหัวปักหัวปำแต่เจ้าตัวก็ยังไม่อยากเรียกตัวเองว่า "นักเลงพระ" เพราะไม่ได้เข้ากลุ่มก้อนกับใครและไม่ได้มีไว้เพื่อค้าขายอย่างเดียว แต่ยอมรับว่ากว่า 100 องค์ที่สะสมตอนนี้มีบ้างที่ไปหาเช่ามาจากแผง ขณะที่ส่วนใหญ่จะได้ตกทอดจากคุณพ่อ ญาติๆ หรือคนรักใคร่ชอบพอกัน และจำนวนไม่น้อยได้มาจากการแลกเปลี่ยน ซึ่งในวงการพระเครื่องถือว่าการแลกเปลี่ยนกันเป็นเรื่องธรรมดา อยู่ที่ความพอใจ และบางครั้งอาจได้ยินว่ามีคนหอบเงินหลายล้านบาท หรือเอารถเบนซ์รุ่นแพงมาขอแลกพระเครื่ององค์โปรด
ว่าแล้วคนหลงพระ ก็ชี้ชวนให้ดูพระเครื่องรุ่นแล้วรุ่นเล่าที่วันนี้ขนมาอวด เขาคัดเฉพาะพระดังๆ พิมพ์สวยๆ ทั้งเนื้อดิน เนื้อผง เนื้อชิน พระกรุ และกำลังฮอตฮิตในตลาด อย่างหลวงปู่ทวดรุ่น 2497 วัดช้างให้ พิมพ์กลางชะลูด พระอุปคุต พระพุทธชินราช รวมถึงเหรียญ ร.5 เป็นต้น แต่ละองค์กรอบพระเลี่ยมทองไว้อย่างสวยงาม
พร้อมกับบอกว่าเวลาได้พระมาถ้าอยากรู้ว่าจริงหรือปลอมจะเริ่มจากการหาหนังสือที่มีพระองค์นั้นมาศึกษา ดูตำหนิ บล็อกแตกจุดไหนบ้าง ซึ่งจะมีตำราบอก ดูด้วยตาเปล่าความแม่นยำอยู่ที่ 60 เปอร์เซ็นต์ ช่วงหลังมาวิวัฒนาการปลอมพระมากขึ้น ซึ่งวิธีที่จะดูให้แม่นที่สุดต้องเห็นของจริงบ่อยๆ และใช้แว่นขยายส่องอย่างละเอียด
"แนวที่ผมสะสมอยู่ไม่มีวางในท้องตลาดแล้ว มีแต่คนเก็บไว้ ไม่ยอมปล่อยออก จะมีปล่อยก็เป็นพระค่อนข้างใหม่ อย่าง หลวงปู่โต๊ะ หลวงปู่ทิม กำลังปั่นราคากันเหมือนปั่นหุ้น หรือหลวงปู่ทวด ความนิยมอยู่ที่หลักแสนถึงหลายสิบล้าน อยู่ที่ความสวยด้วย แอบเห็นคุณพ่อมีพระสวยๆ เยอะ อย่างเบญจภาคีแต่คงต้องรอให้โรคชราถามหา นอนรักษาไข้ก่อน ผมก็จะได้ไปดูแลเฝ้าไข้ แล้วอาจได้พระเป็นของขวัญ" นักเลงพระพ่อลูกอ่อนวัย 33 ปี บอกปนอารมณ์ขันแนวล้อเล่น
แต่ที่ไม่ใช่เรื่องเล่นคือ ในจำนวนกว่าร้อยองค์มีเรื่องเล่าที่หนุ่มทักประทับใจมากน้อยแตกต่างกัน อย่างพระพุทธชินราชใบเสมา มีเหตุการณ์ที่เขาให้น้ำหนักว่าเป็นเรื่องปาฏิหาริย์ คือครั้งหนึ่งสมัยที่เรียนอยู่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน เดินอยู่ในกลุ่มเพื่อนๆ แล้วถูกนักเรียนคู่อริชักมีดดาบแทง ปรากฏว่าแทงไม่เข้า ซ้ำมีดเล่มนั้นยังโค้งงอ และอีกครั้งตอนป่วยนางพยาบาลพยายามใช้เข็มแทงที่ข้อมือเพื่อให้น้ำเกลือแต่ไม่เข้า พลันถอดพระที่ห้อยคอออกก็สามารถให้น้ำเกลือได้ปกติ แต่ถ้าเป็นตอนนี้คิดว่าถ้าถูกแทงเข้าแน่ๆ จึงไม่แนะนำให้ลองของ
"ตอนเด็กๆ ผมขวนขวายหาพระดังอย่างกลุ่มเบญจภาคี ต้องมีให้ได้ทุกรุ่น แต่ตอนนี้เปลี่ยนความคิดแล้ว จะชอบองค์ที่เราคิดว่าสวยและประวัติดีมีคุณค่ามากกว่า แต่ของปลอมก็เยอะมากๆ ยิ่งนิยมยิ่งปลอมเก่ง เวลามีพระเยอะๆ องค์ที่หวงจริงๆ ก็จะเอาไปเลี่ยมทอง แล้วฝากคุณพ่อเข้าตู้เซฟที่ธนาคาร ที่เหลือเก็บเซฟตัวเอง แต่ทุกวันนี้เลี่ยมไม่ไหวแล้วทองแพงเกิน (หัวเราะ)"
แม้ว่าวันนี้จะมีภาระหน้าที่การงานรัดตัวอย่างการบริหารร้านอาหารกัลปพฤกษ์ บทบาทการเป็นพ่อของลูกสาว "น้องปูนุ่ม" วัยขวบเศษ อีกทั้งต้องคอยประคบประงมเจ้าตัวน้อยวัย 6 เดือนที่กำลังดิ้นซนอยู่ในท้องภรรยาสุดเลิฟ ชนระดี ตุงคนาค ทว่าเมื่อวันว่างจริงๆ มาเยือนหนุ่มคนนี้จะพยายามเจียดเวลามาให้แก่กิจกรรมของลูกผู้ชายอย่างการศึกษาพระเครื่อง ซึ่งเจ้าตัวบอกได้ทั้งความรู้และความสุข
"ปกติผมจะพกพระติดตัวหลายๆ องค์ เผื่อได้แลกเปลี่ยนกับใคร มาวันนี้ผมว่าวงการนี้เปลี่ยนไปมีสิ่งที่เราคาดไม่ถึงอีกเยอะ ผมเลยไม่ได้มุ่งค้าขายพระแต่จะศึกษา พร้อมระลึกถึงหลักปฏิบัติที่ดี เอามาเป็นที่พึ่งทางใจ แต่จริงๆ ผมว่าพระที่แพงที่สุดอยู่ที่ใจนะ คิดอย่างไรก็ได้แบบนั้น" หนุ่มมากบทบาทฝากไว้ให้คิด
เรื่อง... "ชาญยุทธ ปะวะขัง"
ภาพ... "นัทพล ทิพย์วาทีอมร"



