ไลฟ์สไตล์

น.ศ.ญี่ปุ่นผวาจบกลับไปอาจไม่มีงานทำ

น.ศ.ญี่ปุ่นผวาจบกลับไปอาจไม่มีงานทำ

16 มี.ค. 2554

นักศึกษาญี่ปุ่นใน ม.ขอนแก่น หวาดผวาโศกนาถกรรมแผ่นดินไหว สึนามิถล่ม โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ระเบิด ทำเศรษฐกิจประเทศทรุดหนักเรียนจบกลับไปอาจไม่มีงานทำ วอนคนในประเทศช่วยเหลือกันอย่างจริงจังประเทศชาติจะได้ฟื้นตัวเร็วขึ้น

  (16 มี.ค.54)หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรง วัดแรงสั่นสะเทือนได้ถึง 8.9 ริกเตอร์ ที่บริเวณนอกชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ลึกลงไปใต้ทะเลราว 24 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเมืองเซนได เกาะฮอนชู ไปทางตะวันออกราว 130 กิโลเมตร ห่างจากกรุงโตเกียวไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 382 กิโลเมตร จนทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิขนาดใหญ่สูงกว่า 10 เมตร ซัดเข้าเมืองชายฝั่งจนพังราบ เมื่อเวลา 14.46 น. วันที่ 11 มีนาคม 54 ที่ผ่านมา มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต และสูญหายจำนวนมาก ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ถือว่าเป็นธรณีพิโรธ แผ่นดินไหว และสินามิ ครั้งที่รุนแรงที่สุดในรอบ 300 ปีที่เคยเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น และจากผลพวงที่เกิดขึ้นเหตุการณ์แผนดินไหวในครั้งนี้ ยังทำให้โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลเกิดระเบิดขึ้น ทำให้ญี่ปุ่นได้รับผลกระทบและเกิดความเสียหายอย่างหนักรอบด้าน ประชาชนทั่วทั้งประเทศหวาดกลัวไปตามๆกัน
 
 จากเหตุการที่เกิดขึ้น ใช่เพียงว่าชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในประเทศเท่านั้นที่หวาดผวาต่อภัยธรรมชาติ แผ่นดินไหว สินามิ ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ นักศึกษาแลกเปลี่ยน หรือผู้ที่เดินทางไปเรียนต่างประเทศ ก็เกิดความหวาดกลัวไปตามๆกัน เมื่อเห็นประเทศชาติของตนเองย่อยยับจากภัยธรรมชาติลงโทษ หวั่นเกรงว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ประชาชนอยู่กินอย่างอดอยากเหมือนกับ ที่ญี่ปุ่นถูกระเบิดปรมณูถล่ม เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ญี่ปุ่นแพ้สงครามประเทศชาติเกือบล้มละลาย
 
 น.ส.ซายาโกะ โอคิดะ อายุ 23 ปี นักศึกษาชั้น ป.โท ด้านการจัดการการพัฒนาชนบท หลักสูตรนานาชาติ บัณฑิตวิทยาลัย ม.ขอนแก่น หนึ่งในชาวญี่ปุ่นที่เดินทางมาศึกษาในประเทศไทย ที่เกิดความเป็นห่วงและหวาดกลัวมากหลังเห็นประเทศพินาศจากแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงสุดที่เกิดขึ้น กล่าวว่า เป็นห่วงประเทศชาติมาก หลังจากเกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรง ถึง 8.9 ริกเตอร์ ที่บริเวณนอกชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ก็รีบโทรศัพท์กลับไปหาแม่ที่อยู่เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่นทันที ได้ยินเสียงแม่รับโทรศัพท์ดีใจมากจนน้ำตาไหลที่แม่ไม่เป็นอะไรเนื่องจากแม่บอกว่า แผ่นดินไหวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อที่บ้านที่อยู่ในเมืองหิโรชิมา เนื่องจากจุดที่เกิดแผ่นดินไหวอยู่ไกลจากตัวเมืองฮิโรชิมาหลายร้อยกิโลเมตร เพียงแค่รู้สึกการสั่นไหวนิดๆเมื่อเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาหลายครั้งเท่านั้น ส่วนญาติคนอื่นๆก็ปลอดภัยดีไม่มีใครเป็นอะไร ซึ่งหลังจากที่คุยกับแม่ทราบว่าเขาไม่เป็นอะไรก็ดีใจมาก
 
 แต่ในขณะเดียวกันนั้น หลังจากวางสายโทรศัพท์กับแม่ นึกได้ว่ามีเพื่อนๆที่เรียนจบจากประเทศไทยกลับญี่ปุ่นไปแล้ว ไม่รู้ว่าเข้าเป็นอย่างไรบ้างโทรศัพท์ติดต่อสอบถาม ถึงกับตกใจ บางรายก็ติดต่อไม่ได้ ไม่รู้ว่าเขาจะอยู่กินอย่างไร ไฟฟ้าก็ไม่มี โทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้ ขณะนี้ทำได้เพียงแต่ภาวนาให้พวกเขาปลอดภัยก็พอ
 
 น.ส.ซายาโกะ กล่าวอีกว่า สงสารประเทศชาติมากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นครั้งนี้รุนแรงที่สุด ทำให้ประเทศญี่ปุ่นต้องประสบกับปัญหาหลายด้านแน่ๆ ซึ่งที่ผ่านมาประเทศชาติเศรษฐกิจยิ่งไม่ดีอยู่ มาเจอแบบนี้ไม่รู้ว่าอนาคตของชาวญี่ปุ่นทั้งประเทศจะเป็นอย่างไร อีกทั้งหากเรียนจบกลับประเทศไปก็ไม่รู้ว่าจะมีงานทำหรือไม่ เมื่อประเทศชาติมาเจอแผ่นดินไหวจนบ้านเรือนประชาชนเสียหายยับขนาดนี้ อนาคตยังไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหน

 และไม่เพียงเท่านั้น โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศยังมาเกิดระเบิดอีก ทำให้ญี่ปุ่นไม่มีไฟฟ้าใช้เพียงพอแน่ ครานี้พ่อของตนที่ทำงานอยู่กับโรงไฟฟ้าที่ฮิโรชิมา จะต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นหลายเท่าเพื่อช่วยประเทศชาติผลิตกระแสไฟฟ้าให้ญี่ปุ่นมีไฟฟ้าใช้เพียงพอ ซึ่งถือว่าพ่อทำงานหนักแน่ ที่ผ่านมาก็ไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อนอยู่แล้ว
 
 นอกจากนี้ สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดก็คือ การระเบิดของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลจุดที่เกิดแผ่นดินไหว ประชาชนจะต้องได้รับผลกระทบจากสารกัมมันตภาพรังสี จนเกิดการบาเจ็บล้มตายตามมาอีกแน่นอน หลังจากที่ประชาชนในเมืองฮิโรชิมาของญี่ปุ่นเคยเจอมาแล้ว จากระเบิดปรมณูเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงคราม ทำให้หลายหมื่นหลายแสนชีวิตล้มป่วยและเสียชีวิตลง เมื่อเหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้ว ก็ขอให้ชาวญี่ปุ่นสามัคคีกันช่วยเหลือเพื่อมนุษย์ทุกคนที่ประสบภัยอย่างจริงจัง ประเทศชาติของเราจะได้ฟื้นเร็ว ตนเองหลังเรียนจบในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ ก็จะรีบดินทางกลับประเทศ รวมกลุ่มกับเพื่อนๆเพื่อเข้าไปช่วยเหลือประชาชนเท่าที่ทำได้อย่างแน่นอน ซึ่งบางส่วนเพื่อนๆที่เขามาเรียนก่อนจบไปเขาก็กลับประเทศไปแล้ว

 ขณะนี้เหลือเพียงตนเองคนเดียวที่ศึกษาอยู่ ม.ขอนแก่น 3,000 คน ถือเป็นชุมชนคนญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย หลังเกิดเหตุการณ์ภัยบัติครั้งใหญ่ขึ้น ชาวญี่ปุ่นในเชียงใหม่ได้ร่วมกันสวดมนต์ภาวนาขอให้พี่น้องร่วมชาติผ่านพ้นช่วงเวลาอันเลวร้ายไปได้โดยเร็วที่สุด ขณะที่ทางชมรมได้เปิดบริจาคเงินเพื่อส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมกับร่วมกันเขียนจดหมายส่งไปให้กำลังใจผู้ประสบภัย  เพื่อให้รู้ว่ายังมีชาวญี่ปุ่นที่อยู่ไกลบ้านเป็นห่วงและพร้อมจะร่วมกันช่วยเหลืออย่างเต็มที่ จดหมายให้กำลังใจทางชมรมได้เปิดรับ จดหมายจากชาวเชียงใหม่โดยทางชมรมจะช่วยแปลภาษาให้เท่าที่ทำได้ โดยผู้ที่ต้องการช่วยเหลือสามารถร่วมบริจาคเงินและส่ง จดหมายให้กำลังใจได้ที่สำนักงานของชมรมที่อาคารนครพิงค์คอนโดมีเนียม ชั้น  1 ถนนห้วยแก้ว อ.เมือง จ.เชียงใหม่       
 
 นายโทมิทานิ กล่าวว่า ระบบเฝ้าระวังและเตือนภัยของญี่ปุ่นมีมาตรฐานอันดับต้นของโลก  แต่ยอมรับว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นพื้นที่เสี่ยงที่จะเกิดแผ่นดินไหวได้ตลอดเวลาซึ่งเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นไม่อาจคาดการณ์ได้ล่วงหน้าว่าจะเกิดเมื่อไหร่และรุนแรงแค่ไหน ทางเดียวที่จะลดความสูญเสียได้คือประสบการณ์ของพี่น้องชาวญี่ปุ่นและความพร้อมความตื่นตัว