
สพฐ.แจ้งปฏิทินรับนร.ม.1-ม.4ใหม่
สพฐ.ทำหนังสือแจ้งกำหนดปฏิทินรับนร.ม.1และม.4 ใหม่ เขตพื้นที่-โรงเรียน ชั้นม.1 สอบวันที่ 19 มี.ค. ม.4 สอบวันที่ 20 มี.ค. ประกาศผล ม.1 วันที่ 22 มี.ค. ม.4 ประกาศผลวันที่ 24 มี.ค.จับฉลากนักเรียนในเขตพื้นที่บริการ ม.1 วันที่ 27 มี.ค. และ ประกาศรายชื่อนักเรีย
เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2554 ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวหลังประชุมผู้บริหารคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า วันนี้(15มี.ค.) ตนได้ทำหนังสือแจ้งเวียนไปยังสถานศึกษาเรื่อง การกำหนดปฏิทินการรับนักเรียน มัธยมศึกษาปีที่ 1 และม.4 เพิ่มเติมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งในวันที่ 17-18 มี.ค.ในการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาการมัธยมศึกษา (สพม.) 42 เขต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาการประถมศึกษา (สพป.) 183 และผู้บริหารโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง 369 แห่ง จะได้ชี้แจงทำความเข้าใจอีกครั้งหนึ่ง
ทั้งนี้ ปฏิทินใหม่กำหนดให้โรงเรียน สอบคัดเลือกนักเรียนทั่วไปเข้าเรียน ม.1 วันที่ 19 มี.ค. และ ม.4 วันที่ 20 มี.ค. ประกาศผลสอบคัดเลือก ม.1 วันที่ 22 มี.ค. ส่วนม.4 ประกาศผลวันที่ 24 มี.ค.จับฉลากนักเรียนในเขตพื้นที่บริการ ม.1 วันที่ 27 มี.ค. อย่างไรก็ตาม ในส่วนของนักเรียน ม.1 จะต้องประกาศรายชื่อนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษในวันที่ 18 มี.ค. และหากมีการสละสิทธิ์ของนักเรียนกลุ่มเงื่อนไขพิเศษ ให้เรียกนักเรียนที่สอบได้ลำดับสำรองในบัญชีทั่วไปขึ้นมาแทน
สำหรับนักเรียน ม.4 ประกาศรายชื่อนักเรียนเงื่อนไขพิเศษวันที่ 18 มี.ค.และวันที่ 22 มี.ค.ต้องประกาศรายชื่อนักเรียนที่จบ ชั้นม.3 และได้รับคัดเลือกตามศักยภาพเข้าเรียนต่อม.4 โรงเรียนเดิม วันที่ 29 มี.ค. ประกาศผลคัดเลือกสำหรับนักเรียนที่ใช้คะแนนเกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร (GPAX) และคะแนนทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (O-Net) ในการเข้าศึกษาต่อซึ่งเงื่อนไขนี้ค่อนข้างมีจำนวนน้อย ในกรณีสละสิทธิ์ของนักเรียนเงื่อนไขพิเศษให้ปฏิบัติในแนวทางเดียวกับชั้นม.1 ทั้งนี้ โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงจะต้องดำเนินการรับนักเรียนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มี.ค.
“การรับนักเรียนที่จบม.3 เรียนต่อม.4 ในโรงเรียนเดิมนั้นได้มีการกำหนดแนวการปฏิบัติชัดเจนแล้ว โดยโรงเรียนจะคัดเลือกนักเรียนที่ศักยภาพเหมาะสมตามแผน 80% และอีก 20% จะเปิดรับจากการสอบคัดเลือกทั่วไป ซึ่งนักเรียนที่ไม่ได้รับคัดเลือกก็สามารถมาสอบได้รวมถึงนักเรียนจากโรงเรียนอื่น หรือโรงเรียนเอกชน การทำเช่นนี้เพราะนโยบายต้องการให้เด็กได้เรียนตามความถนัดตามศักยภาพที่เหมาะสมของตนเอง เพราะหากเด็กเกรดเฉลี่ยต่ำ 1.50 หากพยายามเรียนต่อไปในระดับม.ปลายก็ไม่เป็นผลดีต่อคุณภาพการศึกษา ที่สำคัญไม่เป็นผลดีตัวนักเรียน และผู้ปกครองด้วย” เลขาธิการกพฐ. กล่าว



