ไลฟ์สไตล์

ไทยรับมือรังสีปนเปื้อนในอาหารน้ำดื่ม

ไทยรับมือรังสีปนเปื้อนในอาหารน้ำดื่ม

15 มี.ค. 2554

สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติติดตามรายงานทบวงการปรมาณูอย่างใกล้ชิด ระบุความเสียหายจากเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ 2 ระเบิดสูงกว่าโรง 1 และ 3 ที่ระเบิดไปก่อนหน้านั้น ย้ำชัดไทยเตรียมพร้อมรับมือรังสีปนเปื้อนในอาหารและน้ำดื่ม มข.ติดตั้งเครื่องวัดรังสีในอากาศ โดยจะแจ

(15มี.ค.) นายกิตติศักดิ์ ชินอุดมทรัพย์  ผู้อำนวยการสำนักกำกับดูแลความปลอดภัยทางรังสี สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) เปิดเผยรายงานล่าสุดจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) ถึงเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นกับอาคารควบคุมแกนเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ โรงไฟฟ้าหมายเลข 2 ของโรงไฟฟ้าฟูกูชิมา-ไดอิชิ เมื่อวันที่ 15 มีนาคมนี้ เวลา 04.10 น.(ตามเวลาในไทย) แม้จะยังไม่มีรายงานฉบับสมบูรณ์ออกมา แต่สถานการณ์ล่าสุด เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายของแกนปฏิกรณ์

 เบื้องต้นพบความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่สูงกว่าที่ไอเออีเอได้ประเมินไว้ ประกอบกับฝนที่ตกลงมายิ่งช่วยทำให้วัตถุกัมมันตรังสีตกลงโดยรอบโรงไฟฟ้าไม่แพร่กระจายไปออกไป ส่วนการระเบิดของโรงไฟฟ้าหมายเลข 2 เกิดจากสาเหตุเดียวกันกับโรงไฟฟ้าหมายเลข 1 และ 3 ที่ระเบิดไปก่อนหน้า  ไอเออีเอยังประเมินอีกว่า ปริมาณกัมมันตรังสีโดยรอบโรงไฟฟ้าที่เกิดอุบัติเหตุ มาจากแท่งเชื้อเพลิงใช้แล้วที่เก็บไว้ภายในอาคารคุมเครื่องปฏิกรณ์ ที่แพร่กระจายสู่ภายนอกหลังจากอาคารป้องกันชั้นนอกระเบิด

 ทั้งนี้ วัสดุกัมมันตรังสีมีความสามารถในการแพร่กระจายไปในอากาศ และปนเปื้อนในอาหาร หากสิ่งมีชีวิตได้รับกัมมันตรังสีในประมาณมาก และไม่ได้เข้าสู่กระบวนการชำระล้างรังสี อาจทำให้รังสีสะสมทำลายเซลล์ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม ก่อให้เกิดมะเร็งในอนาคต

 ความสามารถในการแพร่กระจายของวัสดุกัมมันตรังสีขึ้นอยู่กับทิศทางลม ซึ่งปัจจุบันมีข้อมูลลมอยู่ 2 แบบ คือ ลมประจำถิ่น (local) และลมสูง ที่มีโอกาสเปลี่ยนทิศทางได้ตลอดเวลา โดยช่วงเวลา ณ ปัจจุบันไอเออีเอได้พยากรณ์ไว้ว่า ลมสูงจะพัดไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิค แทนที่จะเคลื่อนมาทางฝั่งประเทศไทย  แต่อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด ทั้งรายงานจากไอเออีเอ และข้อมูลจากสถานีวัดรังสีของประเทศไทยที่มีอยู่ 8 จุดทั่วประเทศ

 พร้อมกันนี้ ปส.ได้ออกมาตรการรับมือการฟุ้งกระจายของวัสดุกัมมันตรังสีที่อาจจะมายังประเทศไทย  โดยจะแจ้งเตือนเมื่อระบบตรวจพบระดับรังสีปนเปื้อนในอากาศสูงกว่า 100 นาโนซีเวิร์ทต่อชั่วโมง

 "หากพบการฟุ้งกระจายในระดับรุนแรง ปส.จะใช้แผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีแห่งชาติเป็นแนวทางในการปฏิบัติ ตลอดจนการสุ่มตรวจตัวอย่างอาหารและน้ำที่คาดว่าจะมีการปนเปื้อนเกินกว่าระดับที่กำหนด" นายกิตติศักดิ์ กล่าว

 ในการรักษานั้นหากพบการปนเปื้อนของวัสดุกัมมันตรังสี I-131 ให้รับประทานโปแตสเซียมไอโอไดทันที เพื่อลดการรับรังสีที่ต่อมไทรอยด์ ส่วนการป้องกันเบื้องต้นสำหรับวัสดุกัมมันตรังสี Cs-137 ให้รับประทาน Prussian Blue แต่โดยปกติแล้วสารกัมมันตรังสีไอโอดีน I-131 จะมีอายุอยู่ได้ 8 วัน ก่อนที่จะสลายไปครึ่งหนึ่ง ขณะที่ซีเซียม Cs-137 อาจมีอายุนานกว่า ณ ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่า สารกัมมันตรังสีที่แพร่ออกจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้นเป็นสารชนิดใด

ติดตั้งเครื่องมือเฝ้าระวังรังสีใน4หัวเมืองใหญ่

 ศ.ดร.ชัยวัฒน์ ต่อสกุลแก้ว เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กล่าวว่า สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.)ได้รับประสานจาก โรงพยาบาลราชวิถี โดยนายแพทย์ ไพโรจน์ เครือกาญจนาและคณะ ที่จะเดินทางไปร่วมให้ความช่วยเหลือในส่วนของทีมแพทย์ฉุกเฉินที่ประเทศญี่ปุ่นในสัปดาห์หน้านี้  โดยได้จัดเตรียมเครื่องวัดรังสีประจำตัวบุคคลเพื่อสนับสนุนในการปฏิบัติงานของทีมแพทย์ดังกล่าว 

 พร้อมกันนี้ ปส.ได้ได้ติดตั้งเครื่องวัดรังสีในอากาศ 4 จังหวัดหัวเมือง กรุงเทพฯ ขอนแก่น เชียงใหม่และสงขลา แจ้งเตือนเมื่อระดับรังสีสูงกว่า 100 นาโนซีเวิร์ทต่อชั่วโมง และเมื่อพบการฟุ้งกระจายและมีผลต่อสุขภาพของประชาชนในระดับรุนแรงนั้น จะประกาศใช้แผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีแห่งชาติเป็นแนวทางในการปฏิบัติ รวมทั้งจะสุ่มตัวอย่างอาหารตามที่ต่างๆ ที่คาดว่าจะมีวัสดุกัมมันตรังสีตกลงและปนเปื้อน

 สำหรับกฎกระทรวงสำหรับการปนเปื้อนในอาหารและน้ำเกินระดับที่กำหนด จะมีการดำเนินการดังนี้ ถ้าวัดระดับรังสีในอากาศได้มากกว่า 1 ไมโครซีเวิร์ทต่อชั่วโมง ให้ประชาชนหลบอยู่ในที่พักอาศัย โดยปิดประตู หน้าต่างอย่างแน่นหนา และปิดระบบระบายอากาศ เพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุกัมมันตรังสีที่อยู่ในอากาศเข้ามาในที่พักอาศัยได้

 รอรับการแจ้งจากหน่วยงานระงับเหตุฉุกเฉิน (จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดที่เกี่ยวข้องและได้รับผลกระทบจากเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี และสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ) ว่าจะปฏิบัติตนอย่างไรต่อไป

 เมื่อระดับรังสีที่ประเมินได้ สูงจนเป็นอันตรายต่อประชาชน หรือ 1 มิลลิซีเวิร์ท แนะนำให้ประชาชนอพยพออกนอกบริเวณ และไปอยู่ในบริเวณที่มีระดับรังสีไม่ทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกาย

 ส่วนการป้องกันเบื้องต้นสำหรับวัสดุกัมมันตรังสี I-131 เมื่อพบว่ามีการฟุ้งกระจาย จะแจ้งให้ประชาชนรับประทาน โปแตสเซียมไอโอไดในทันที เพื่อลดการรับรังสีบีตาและแกมมาที่ต่อมไทรอยด์  ขณะที่การป้องกันเบื้องต้นสำหรับวัสดุกัมมันตรังสี Cs-137 ให้รับประทาน Prussian Blue หลังจากที่ได้รับวัสดุกัมมันตรังสี Cs-137 นั้นเข้าสู่ร่างกาย (ตามคำแนะนำของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ)

 นอกจากนี้ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติยังมีการตรวจวัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้ประชาชนคนไทยได้มั่นใจในความปลอดภัยทั้งจากนิวเคลียร์และรังสีที่มีผลต่อสุขภาพร่างกาย

มข.ติดเครื่องวัดเฝ้าระวังกัมมันตภาพรังสี

 ขณะที่อาจารย์ศิริธร  บุราณุรักษ์  อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า  ในภาคอีสานได้มีการติดตั้งสถานีตรวจวัดรังสีประจำภูมิภาคขึ้น ซึ่งแต่ละสถานีกระจายอยู่ตามภาคต่างๆ แห่งละ 1 สถานี  ในอีสานมีอยู่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นเพียงแห่งเดียว ที่มีสถานีตรวจวัดรังสีอยู่ที่ชั้น 8  อาคาร 8  ภาควิชาฟิสิกส์  คณะวิทยาศาสตร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น   ภาคใต้อยู่ที่มหาวิทยาลัยทักษิณ  และภาคเหนืออยู่ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสถานีแม่ข่ายอยู่ที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กรุงเทพฯ

 สถานีตรวจวัดรังสีประจำภูมิภาค ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น เริ่มติดตั้งเมื่อปลายปี 2553  โดยเกิดจากความร่วมมือของมหาวิทยาลัยและสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ  เนื่องจากในระยะนั้นประเทศไทยมีความตื่นตัว หลังจากทราบว่า ประเทศเวียดนามได้รับอนุมัติในการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์  ทำให้รัฐบาลอนุมัติงบประมาณในการดำเนินการจัดตั้งสถานีตรวจวัดรังสีประจำภูมิภาคขึ้น   เพื่อเป็นมาตรการเฝ้าระวังเมื่อมีการฟุ้งกระจายของวัสดุกัมมันตรังสีจากเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์มายังประเทศไทยโดยสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติจะแจ้งเตือนไปยังสถานีส่วนภูมิภาค  หากพบว่ามีข้อมูลที่ชัดเจนในการฟุ้งกระจายวัสดุกัมมันตรังสี ในระดับรังสีสูงกว่า 200 นาโนซีเวิร์ส    เมื่อระดับรังสีที่ประเมินได้สูงจนเป็นอันตรายต่อประชาชน หรือ 1  มิลลิซีเวิร์ท จะแนะนำให้ประชาชนอพยพออกนอกบริเวณ และไปอยู่ในบริเวณที่มีระดับรังสีไม่ทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกาย

 ส่วนเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดที่ญี่ปุ่นนั้น อาจารย์ศิริธร  กล่าวว่า  ถือเป็นโอกาสที่จะให้ความรู้กับชาวบ้านอย่างรอบด้านทั้งด้านดี และด้านเสีย  เพื่อให้ชาวบ้านตัดสิน  นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดกระแสความสนใจเกี่ยวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทยมากขึ้นด้วย    และการตรวจวัดล่าสุดนั้นยังไม่พบความผิดปกติของรังสีแต่อย่างใด