
โรคราแป้งระบาดในสวนยาง
เนื่องจากตอนนี้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย มีการปลูกยางพารากันจำนวนมาก ช่วงนี้เป็นช่วงที่ยางพารากำลังผลัดใบ และแตกใบอ่อนออกมา ช่วงของการแตกใบอ่อนนี้อันตรายครับ โดยเฉพาะทางภาคอีสานและภาคเหนือ เพราะช่วงกลางคืนเย็น แต่กลางวันอากาศจะร้อนจัด ทำให้เกิดโรคระบาดชนิดห
การทำสวนยางในบ้านเราดูช่างน่าห่วงต่อการที่จะเกิดโรคระบาดครับ เพราะเรานิยมปลูกยางพาราพันธุ์เดียวกันเกือบทั้งประเทศคือพันธุ์อาร์อาร์ไอเอ็ม 600 ซึ่งมาเลเซียนั้นห้ามไม่ให้เกษตรกรปลูกพันธุ์นี้แล้ว เพราะให้ผลผลิตต่ำและเปราะบางต่อการที่จะเกิดโรคระบาด แต่บ้านเราปลูกกันกว่า 80% หากมีโรคระบาดในสวนยางพาราพันธุ์นี้จะเกิดความหายนะอย่างใหญ่หลวง
ตอนที่แวะไปคุยกับผู้ประกอบการเพาะกล้ายางพาราขายในรัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อปลายปีที่แล้ว เขาบอกว่า หากปลูกยางพาราเกินกว่า 20 ไร่ อย่างน้อยควรจะปลูกยางพารา 2 สายพันธุ์สลับกัน หากเกิน 40 ไร่ ต้อง 4 สายพันธุ์ เพราะหากเกิดโรคกับยางพาราพันธุ์หนึ่ง ก็ยังมีพันธุ์อื่นให้เรากรีดน้ำยางได้ ตอนนี้ทราบมาแถวๆ จ.จันทบุรี ก็เกิดโรคกับยางพาราพันธุ์อาร์อาร์ไอเอ็มแล้ว ต้นตายไปหลายสิบไร่
ที่จริงบ้านเราก็มีพันธุ์ยางพาราหลายพันธุ์เหมือนกัน อย่างของกรมวิชาการเกษตร ที่เป็นพันธุ์ดีมีคุณภาพให้ผลผลิตสูง อาทิ พันธุ์อาร์อาร์ไอที 251 ล่าสุดเห็นมี อาร์อาร์ไอที 251/1 ที่ให้ผลผลิตสูง แต่ปัญหาตรงที่ว่า ผลิตได้ไม่มากนัก ขณะที่ความต้องการกล้ายางพาราในปัจจุบันสูงมาก นอกจากนี้ยังมีของเอกชนอีกหลายพันธุ์อยู่เช่นกัน
ส่วนโรคราแป้งที่กำลังระบาดในภาคอีสานตอนนี้อันตรายพอสมควรครับ ซึ่ง คุณวิโรจน์ จิระวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดเลย บอกว่า เกิดจากเชื้อออยเดียม โรคนี้มักจะระบาดบนใบยางอ่อนที่แตกออกมาใหม่ ในระหว่างช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน ทำให้ใบยางร่วงซ้ำอีกครั้งหนึ่ง กิ่งแขนงบางส่วนอาจแห้งตาย ความรุนแรงของโรคนี้เปลี่ยนแปลงไปตามลักษณะการผลัดใบ อายุใบ ความต้านทานโรคของพันธุ์ยางด้วย
การแพร่ระบาดนั้นจะรุนแรงในช่วงที่ยางผลิใบใหม่ๆ และในพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมกลางวันร้อนกลางคืนเย็น มีหมอกในตอนเช้า มีความชื้นสูง หรือมีฝนตกปรอยๆ ในบางวัน โรคราแป้ง จะแพร่กระจายโดยลมและแมลงจำพวกไรที่ดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบอ่อน ทำให้ใบยางบิดงอ เน่าดำ และร่วงจากลำต้น
ฉะนั้นทางออก คุณวิโรจน์ บอกว่า ให้เกษตรกรใส่ปุ๋ยยางที่มีธาตุไนโตรเจนสูงกว่าปกติในช่วงปลายฤดูฝน และใส่ในช่วงที่ยางผลิใบอ่อน เพื่อเร่งให้ใบยางที่ผลิออกมาใหม่แก่เร็วขึ้น หากต้นยางอายุน้อยกว่า 2 ปี ให้พ่นใบยางอ่อนในช่วงเช้าตรู่ด้วยผงกำมะถัน อัตราไร่ละ 1.5-4 กก. ทุก 5-7 วัน พ่นประมาณ 5-6 ครั้งครับ หรือใช้สารเคมี จำพวกเบนเลท ฟันดาโซล คาร์เบนดาซิม ซัลเฟอร์ และคาลิกซิน ในอัตรา 1 ช้อนแกงต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นบนใบยางอ่อนในช่วงที่พบโรคทุกสัปดาห์ จะช่วยลดอาการของโรคราแป้งได้ครับ
จึงขอเตือนเกษตรกรชาวสวนยางพาราให้ระวังด้วยครับ
"ดลมนัส กาเจ"



