ไลฟ์สไตล์

อัจฉริยะสร้างได้เพียงพ่อแม่เข้าใจและเอาใจใส่

อัจฉริยะสร้างได้เพียงพ่อแม่เข้าใจและเอาใจใส่

11 เม.ย. 2552

"ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีความอัจฉริยะภาษาอังกฤษแค่เรียนรู้ในสิ่งที่ชอบและสนุก ซึ่งพ่อแม่ก็สนับสนุนเต็มที่ในสิ่งที่ต้องการอยากรู้"

น้องนนท์-ภัคนนท์ ตันติสวัสดิ์  วัย11 ขวบ นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนทองสวัสดิ์วิทยาคารอ.แม่สะเรียงจ.แม่ฮ่องสอน เป็นเด็กที่มีความสามารถพิเศษด้านภาษาอังกฤษที่ถูกค้นพบโดยศูนย์เสาะหาและพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษในท้องถิ่นหรือ ศูนย์จีทีเอ็กซ์ (Gifted and Talented Exploring Center : GTX)

สถาบันส่งเสริมอัจฉริยภาพและนวัตกรรมการเรียนรู้ (สสอน.) ประจำโรงเรียนทองสวัสดิ์วิทยาคาร เมื่ออายุ 7 ขวบ สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีกว่าเด็กวัยเดียวกัน แถมยังทำแบบทดสอบภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นม.ต้นได้อีกด้วย เป็น 1 ใน 304 คนที่ผ่านการทดสอบจากสสอน. ซึ่งมีเด็กและเยาวชนเข้าร่วมทดสอบเกือบ 90,000 คนได้ไปเข้าค่ายเยาวชนนานาชาติที่ประเทศสิงคโปร์

ฐิติพร ตันติสวัสดิ์ ครูโรงเรียนทองสวัสดิ์ฯคุณแม่น้องนนท์ เล่าว่า ได้ซื้อแผ่นซีดีเกมภาษาอังกฤษมาให้ลูกเล่นและฟังเพื่อฝึกการพูด ตั้งแต่อายุ 1 ขวบ ตามด้วยการซื้อแผ่นดีวีดีภาพยนตร์การ์ตูน ภาษาอังกฤษและภาษาไทยมาให้ดูควบคู่หนังสือเด็กเกี่ยวกับภาษาอังกฤษที่ฟังและเข้าใจง่ายมาให้ลูกอ่าน เมื่ออายุ 3-4 ขวบ ทำให้น้องนนท์สามารถสื่อสาร แนะนำตัวเอง สนทนาด้วยประโยคพื้นฐานได้ตั้งแต่อายุ 6-7 ขวบ

แถมยังสำเนียงภาษาอังกฤษอยู่ในเกณฑ์ดีและดาวน์โหลดแบบฝึกหัดภาษาอังกฤษจากเวบไซต์ต่างๆมาให้ลูกฝึกทำบ่อยๆด้วย ให้คุยเอ็มเอสเอ็นกับเพื่อนๆชาวต่างชาติ สอนให้กล้าเข้าไปพูดคุยกับชาวต่างประเทศที่เดินมาเที่ยวในตัวเมืองแม่สะเรียงเพื่อฝึกใช้ภาษาเพิ่มเติมอีกด้วย จากนั้นสอนให้ค้นหาความหมายคำศัพท์ด้วยตนเองจากเวบไซต์หรือหนังสือ  วันนี้ น้องนนท์ สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี รู้จักหาช่องทางการเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้ด้วยตนเอง และฝันที่จะเป็นโปรแกรมเมอร์ในอนาคต

อย่างไรก็ตามการปลูกฝังให้ลูกมีความรู้ในเรื่องใด จะต้องรู้จักทั้ง ยุ แหย่ และหยุด โดยยุในช่วงที่สังเกตเห็นว่าเขาสนใจเรื่องอะไรเป็นพิเศษ ก็หาสื่อและกิจกรรมดีๆที่ส่งเสริมเขาในเรื่องนี้ แหย่ ในบางครั้งที่เขาเริ่มไม่ให้ความสนใจในเรื่องนั้น ด้วยการหาวิธีมาหลอกล่อ เช่น รู้ว่าลูกชอบความท้าทาย ก็ให้เขาทำเรื่องนั้นในรูปแบบที่ท้าทายขึ้น และหยุด เมื่อเห็นว่าเขาทำบางเรื่องติดพันจนเกินไป เพื่อให้เขาได้เผชิญกับโลกในด้านอื่นๆด้วย

"เด็กทุกคนที่เกิดมามีความสามารถ พ่อแม่สามารถช่วยปั้นแต่งให้เขามีความพิเศษในด้านที่เขาสนใจได้ ขึ้นอยู่กับว่าพ่อแม่เอาใจใส่ดูแล ใกล้ชิด และรู้จักลูกของตนเองมากแค่ไหน ต้องรู้จุดเด่นของลูกเพื่อเสริมเพิ่มเติม รู้จุดอ่อนของลูกเพื่อปรับให้เขาดีขึ้น ถ้าไม่รู้จักส่งเสริมสิ่งที่เขาเด่น ความสามารถของลูกจะลดลงทันที และถ้าหากเราสร้างให้ลูกเป็นคนดี เก่งและมีความสุข ประเทศก็จะเจริญขึ้น" ฐิติพรกล่าว

พลเรือเอกธนิธ กิตติอำพน รักษาการผู้อำนวยการสสอน. อธิบายว่าศูนย์นี้มีมากว่า4 ปีจนถึงปี 2550 มีศูนย์จีทีเอ็กซ์42 ศูนย์ใน 21 จังหวัดภายในปี 2552 จะจัดตั้งให้แล้วเสร็จอีก19 ศูนย์ใน 19 จังหวัดขยายพื้นที่บริการเป็น 61 ศูนย์ใน 40 จังหวัดเสาะหาและพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาและวรรณกรรม ศิลปะ ดนตรี กีฬา สังคมศาสตร์และความริเริ่มสร้างสรรค์มาส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของเด็กได้เดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง

 วินัย รอดจ่าย รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) กล่าวว่าศูนย์ฯส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในโรงเรียนสังกัด สพฐ.ในอนาคตจะคัดสรรผลงานของศูนย์จีทีเอ็กซ์ที่โดดเด่นมาจัดแสดงเป็นแบบอย่าง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนา และจัดตั้งศูนย์จีทีเอ็กซ์ภายในโรงเรียนอื่นๆ ต่อไป ซึ่งจะเป็นการช่วยขยายเครือข่ายการค้นหาเด็กอัจฉริยะให้มากขึ้น และเชื่อว่าที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของ อปท. ก็คงได้รับสนับสนุนเช่นกันเพื่อให้เด็กอัจฉริยะได้รับการส่งเสริมอย่างถูกทาง จะมีส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

สำหรับการทดสอบที่ศูนย์แต่ละแห่งเจ้าหน้าที่จะให้เด็กเข้ารับการทดสอบสสอน. ที่เน้นวิชาการความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และมิติสัมพันธ์ จากนั้นให้ทำกิจกรรม 8 มุมอัจฉริยะมีครู สังเกตและจดบันทึกความสนใจ จากนั้นเข้าสู่กิจกรรมพัฒนาต่อยอดศักยภาพเพื่อแสดงผลงานตามสาขาอัจฉริยะ เพื่อคัดเลือกผู้ที่มีความสามารถพิเศษโดดเด่นต่อไป ผู้ปกครองที่ต้องการทดสอบว่าลูกมีความสามารถพิเศษด้านใดดูรายละเอียดศูนย์ประจำท้องถิ่นได้ที่ www.igil.or.th

0 พวงชมพู ประเสริฐ 0