ไลฟ์สไตล์

“ไอซีที"ฟื้นเศรษฐกิจ-สังคมปี54มูลค่าเกินแสนล้าน

“ไอซีที"ฟื้นเศรษฐกิจ-สังคมปี54มูลค่าเกินแสนล้าน

15 มี.ค. 2554

"ภาพรวมตลาดไอซีทีไทยปี 2553 มีมูลค่า 607,385 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ถึงร้อยละ 9.2 ส่วนใหญ่ยังเป็นมูลค่าของตลาดสื่อสาร 382,999 ล้านบาท รองลงมาเป็นตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ ตลาดคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์

และตลาดด้านการบริการคอมพิวเตอร์ ตามลำดับ ซึ่งคาดว่าอุตสาหกรรมไอซีที ปี 2554 ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง รับกับสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น โดยจะโตถึงร้อยละ 11.7 มูลค่ากว่า 678,648 ล้านบาท โดยตลาดด้านบริการคอมพิวเตอร์จะเติบโตสูงที่สุดร้อยละ 25.1" ดร.มนู อรดีดลเชษฐ์ คณะกรรมการพัฒนาวิทยาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กวทช.) ระบุ

 ทั้งนี้ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2553 ประเทศไทยเริ่มฟื้นตัวจากวิกฤติเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไทยฟื้นตัวขึ้น รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการลงทุนเทคโนโลยีใหม่เพื่อลดต้นทุนในระยะยาวขององค์กร ซึ่งผลกระทบต่อการขยายการใช้จ่ายและการลงทุนในภาคธุรกิจและภาครัฐ ปรากฏการณ์ดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อทิศทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจนในตลาดไอที

 พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) เล่าว่า ภาพรวมของตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ในปี 2553 เติบโตกว่าปีที่ผ่านมาคือเติบโตร้อยละ 13.3 เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปี 2554 นี้มูลค่าตลาดน่าจะแตะที่ระดับเกิน 1 แสนล้านบาท หรือเท่ากับ 100,511 ล้านบาท เติบโตถึงร้อยละ 9.7 ซึ่งถือว่ามีมูลค่าสูงมาก

 ทุกวันนี้การเติบโตตามกระแสความต้องการใช้เทคโนโลยี มีเพิ่มขึ้นตลอดเวลาอยู่แล้ว ด้วยปัจจัยที่ว่าอุปกรณ์พวกนี้มีราคาลดลง จึงเป็นแรงจูงใจให้ซื้อเพิ่มอยู่ตลอด ส่งผลให้เม็ดเงินในตลาดไอซีทีเพิ่มสูงขึ้น สร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนต่อองค์กรต่างๆ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยด้านเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น เกิดเทคโนโลยีเสมือน (Virtualization Technology) คือจำลองเครื่องเสมือนให้สามารถใช้งาน ซีพียู, เมมโมรี และฮาร์ดดิสก์ ร่วมกันในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเซิร์ฟเวอร์ และสตอเรจ

 ตัวเลขการเติบโตของไอซีทีที่ได้ว่ากันว่ามีการจัดเก็บข้อมูลในเดือนกันยายน 2553-มกราคม 2554 โดยเน้นการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ประกอบการรายสำคัญในอุตสาหกรรมร่วมกับการสำรวจด้วยแบบสอบถาม แล้วนำมาประมวลผลร่วมกับข้อมูลทุติยภูมิอื่นๆ นางชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ระบุว่า การสำรวจปีนี้ กวทช. เป็นตัวกลางในการประสานงานให้หน่วยงานพันธมิตรทั้งหมดมาทำงานร่วมกัน

 ซึ่งมีทั้งภาครัฐ อย่าง สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (SIPA), สถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (TRIDI), ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) และเอกชนรายสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI), สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย(ATSI), สมาคมส่งเสริมการส่งออกอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (TSEP), สมาคมสมองกลฝังตัวไทย (TESA), สมาคมเคเบิ้ลลิ่งไทย (TCA), สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย (TCT), สมาคมอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ไทย (ATCM) สถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่ออุตสาหกรรม และสถาบันส่งเสริมความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีแห่งประเทศไทย (สลอ.)

 “การร่วมมือของกลุ่มพันธมิตรครั้งนี้ถือว่าเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ ทุกหน่วยงานให้ความช่วยเหลือ และสนับสนุนเรื่องการเก็บและให้ข้อมูลเป็นอย่างดี ผลที่ได้ครอบคลุมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทั้งหมด” นางชฎามาศ กล่าว

 การเติบโตของตลาดไอซีที นอกจากจะช่วยฟื้นเศรษฐกิจแล้ว เพราะคาดว่าจะมีเม็ดเงินมาหมุนเวียนในระบบจำนวนมากแล้ว ยังช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการและเกิดการสร้างสวรรค์งานใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีกต่างหาก อย่างเช่น "น้องมิ๊กซ์" พีรวัฒน์ เอี่ยมโคกสูง นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่คิดค้นซอฟต์แวร์อัจฉริยะ หรือโปรแกรมไอมิวเซียม มีระบบการทำงานโดยใช้เทคโนโลยี Augmented Reality (โลกเสมือนผสานโลกจริง) เพียงแค่ยกโทรศัพท์ไปตรงหน้าโบราณสถานที่ผุพัง ระบบจะประมวลผลให้เห็นโบราณสถานนั้นๆ มีสภาพที่สมบูรณ์อยู่บนไอโฟน พร้อมอ่านประวัติและชมวีดีโอเกี่ยวกับสถานที่นั้นๆ ได้ ตอนนี้ โปรแกรมดังกล่าวถูกใช้งานในกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อบอกข้อมูลให้นักท่องเที่ยว ซึ่งตรงนี้น่าจะเพิ่มความน่าสนใจให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้ รวมทั้งเป็นการเรียกนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทย เป็นการส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวอีกด้วย
     0 ขวัญเรียม  แก้วสุวรรณ 0