
ไอซีที"ฟื้นเศรษฐกิจ-สังคมปี54มูลค่าเกินแสนล้าน
"ภาพรวมตลาดไอซีทีไทยปี 2553 มีมูลค่า 607,385 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ถึงร้อยละ 9.2 ส่วนใหญ่ยังเป็นมูลค่าของตลาดสื่อสาร 382,999 ล้านบาท รองลงมาเป็นตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ ตลาดคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์
และตลาดด้านการบริการคอมพิวเตอร์ ตามลำดับ ซึ่งคาดว่าอุตสาหกรรมไอซีที ปี 2554 ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง รับกับสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น โดยจะโตถึงร้อยละ 11.7 มูลค่ากว่า 678,648 ล้านบาท โดยตลาดด้านบริการคอมพิวเตอร์จะเติบโตสูงที่สุดร้อยละ 25.1" ดร.มนู อรดีดลเชษฐ์ คณะกรรมการพัฒนาวิทยาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กวทช.) ระบุ
ทั้งนี้ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2553 ประเทศไทยเริ่มฟื้นตัวจากวิกฤติเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไทยฟื้นตัวขึ้น รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการลงทุนเทคโนโลยีใหม่เพื่อลดต้นทุนในระยะยาวขององค์กร ซึ่งผลกระทบต่อการขยายการใช้จ่ายและการลงทุนในภาคธุรกิจและภาครัฐ ปรากฏการณ์ดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อทิศทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจนในตลาดไอที
พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) เล่าว่า ภาพรวมของตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ในปี 2553 เติบโตกว่าปีที่ผ่านมาคือเติบโตร้อยละ 13.3 เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปี 2554 นี้มูลค่าตลาดน่าจะแตะที่ระดับเกิน 1 แสนล้านบาท หรือเท่ากับ 100,511 ล้านบาท เติบโตถึงร้อยละ 9.7 ซึ่งถือว่ามีมูลค่าสูงมาก
ทุกวันนี้การเติบโตตามกระแสความต้องการใช้เทคโนโลยี มีเพิ่มขึ้นตลอดเวลาอยู่แล้ว ด้วยปัจจัยที่ว่าอุปกรณ์พวกนี้มีราคาลดลง จึงเป็นแรงจูงใจให้ซื้อเพิ่มอยู่ตลอด ส่งผลให้เม็ดเงินในตลาดไอซีทีเพิ่มสูงขึ้น สร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนต่อองค์กรต่างๆ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยด้านเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น เกิดเทคโนโลยีเสมือน (Virtualization Technology) คือจำลองเครื่องเสมือนให้สามารถใช้งาน ซีพียู, เมมโมรี และฮาร์ดดิสก์ ร่วมกันในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเซิร์ฟเวอร์ และสตอเรจ
ตัวเลขการเติบโตของไอซีทีที่ได้ว่ากันว่ามีการจัดเก็บข้อมูลในเดือนกันยายน 2553-มกราคม 2554 โดยเน้นการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ประกอบการรายสำคัญในอุตสาหกรรมร่วมกับการสำรวจด้วยแบบสอบถาม แล้วนำมาประมวลผลร่วมกับข้อมูลทุติยภูมิอื่นๆ นางชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ระบุว่า การสำรวจปีนี้ กวทช. เป็นตัวกลางในการประสานงานให้หน่วยงานพันธมิตรทั้งหมดมาทำงานร่วมกัน
ซึ่งมีทั้งภาครัฐ อย่าง สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (SIPA), สถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (TRIDI), ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) และเอกชนรายสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI), สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย(ATSI), สมาคมส่งเสริมการส่งออกอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (TSEP), สมาคมสมองกลฝังตัวไทย (TESA), สมาคมเคเบิ้ลลิ่งไทย (TCA), สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย (TCT), สมาคมอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ไทย (ATCM) สถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่ออุตสาหกรรม และสถาบันส่งเสริมความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีแห่งประเทศไทย (สลอ.)
“การร่วมมือของกลุ่มพันธมิตรครั้งนี้ถือว่าเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ ทุกหน่วยงานให้ความช่วยเหลือ และสนับสนุนเรื่องการเก็บและให้ข้อมูลเป็นอย่างดี ผลที่ได้ครอบคลุมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทั้งหมด” นางชฎามาศ กล่าว
การเติบโตของตลาดไอซีที นอกจากจะช่วยฟื้นเศรษฐกิจแล้ว เพราะคาดว่าจะมีเม็ดเงินมาหมุนเวียนในระบบจำนวนมากแล้ว ยังช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการและเกิดการสร้างสวรรค์งานใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีกต่างหาก อย่างเช่น "น้องมิ๊กซ์" พีรวัฒน์ เอี่ยมโคกสูง นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่คิดค้นซอฟต์แวร์อัจฉริยะ หรือโปรแกรมไอมิวเซียม มีระบบการทำงานโดยใช้เทคโนโลยี Augmented Reality (โลกเสมือนผสานโลกจริง) เพียงแค่ยกโทรศัพท์ไปตรงหน้าโบราณสถานที่ผุพัง ระบบจะประมวลผลให้เห็นโบราณสถานนั้นๆ มีสภาพที่สมบูรณ์อยู่บนไอโฟน พร้อมอ่านประวัติและชมวีดีโอเกี่ยวกับสถานที่นั้นๆ ได้ ตอนนี้ โปรแกรมดังกล่าวถูกใช้งานในกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อบอกข้อมูลให้นักท่องเที่ยว ซึ่งตรงนี้น่าจะเพิ่มความน่าสนใจให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้ รวมทั้งเป็นการเรียกนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทย เป็นการส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวอีกด้วย
0 ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ 0



