ไลฟ์สไตล์

สพฐ.ออกเกณฑ์รับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษ

สพฐ.ออกเกณฑ์รับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษ

14 มี.ค. 2554

เลขาฯ กพฐ. แจ้งผู้บริหารสถานศึกษาให้ รับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษ ที่กก.ตรวจติดตามรับนักเรียน ปรับปฏิทินรับนร.ใหม่ แจกแจงรายละเอียดให้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะวันประกาศผลรับนร.แต่ละกลุ่ม

 นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการหารือกับ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เกี่ยวกับการรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษ ว่า รมว.ศธ.ได้เชิญมาหารือเพื่อหาทางกำหนดแนวปฏิบัติการรับนักเรียนให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะการรับนักเรียนตามเงื่อนไขพิเศษ ให้สถานศึกษารับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษให้เสร็จและประกาศรายชื่อก่อนวันสอบคัดเลือก  ซึ่งกำหนดวันรับสมัครนักเรียน ม.1 และม.4 วันที่ 12-16 มี.ค. สอบคัดเลือกรับนักเรียนทั่วไปม.1 วันที่ 19 มี.ค. ส่วนม.4 สอบวันที่ 20 มี.ค.ประกาศผลตามลำดับวันที่ 22-23 มี.ค. จับฉลากรับนักเรียน ม.1 ในพื้นที่บริการ 27 มี.ค.โดยวันที่ 17-18 มี.ค. สพฐ.จะประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ทั้ง 42 เขตและผู้อำนวยการโรงเรียนยอดนิยม 369 แห่งเพื่อชี้แจงนโยบายและทำความเข้าใจร่วมกัน

 ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชินภัทร ได้ลงนามในหนังสือด่วนที่สุด ที่ ศธ. 04006/ว.480 วันที่ 11 มี.ค.ถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาการมัธยมศึกษา (สพม.) ทุกเขต ให้ สพม.ทุกเขตแจ้งสถานศึกษาถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามหลักการและแนวปฏิบัติในการรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษปีการศึกษา 2554 หลักการ 3 ข้อได้แก่ 1. การรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษต้องไม่มีการรับฝาก เรียกรับเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทน 2.บุคคลหรือองค์กรที่เสนอชื่อเด็กนั้นจะต้องเกี่ยวพันโดยตรงกับเด็กและสามารถตรวจสอบได้ และ 3.ต้องไม่มีการแบ่งโควตานำไปรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษ โดยเฉพาะการแบ่งโควตาระหว่างสมาคมศิษย์เก่าและโรงเรียนอย่างที่ผ่านมา

 สำหรับแนวปฏิบัติการรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษ ปีการศึกษา 2554 คือ 1. นักเรียนที่ทำคะแนนสอบคัดเลือกเท่ากันในลำดับสุดท้าย 2.รับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษตามข้อตกลงในการจัดตั้งโรงเรียน 3.เด็กยากไร้ เด็กด้อยโอกาส หรือเด็กพิการ 4.บุตรของผู้เสียสละเพื่อชาติ 5.บุตรของข้าราชการครู หรือบุคลากรในโรงเรียนแต่ไม่ครอบคลุมถึงหลานและญาติ 6.รับนักเรียนโควตาตามข้อตกลงของโรงเรียนคู่พัฒนา และ7. รับนักเรียนของผู้ทำคุณประโยชน์ให้โรงเรียนอย่างต่อเนื่อง

 ซึ่งแนวปฏิบัติดังกล่าวเป็นนโยบายของ รมว.ศธ.ที่ร่วมประชุมกับคณะกรรมการฯ โดยในหนังสือของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ขอให้สถานศึกษายกเลิกประกาศของสถานศึกษาที่ขัดต่อรายละเอียดดังกล่าวและให้ประกาศใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของ นายชินวรณ์

 ด้าน นายชินวรณ์ กล่าวว่า ได้ให้ข้อเสนอแนะแก่เลขาธิการ กพฐ. 3 เรื่อง ดังนี้ 1.ให้ สพฐ.ย้ำว่าการรับนักเรียนปีนี้เป็นจุดเปลี่ยนแปลงที่สำคัญนำไปสู่การพัฒนาการศึกษาและยกระดับสถานศึกษาให้ใกล้เคียงกันอีกทั้งจะทำให้เกิดการระดมทรัพยากรที่ทำให้การศึกษาเปิดเผยโปร่งใส ทั้งนี้ความสำเร็จเห็นได้อย่างชัดเจนเพราะฉะนั้นให้ สพฐ.ไปย้ำทุกฝ่ายเข้าใจนโยบายรับนักเรียนปีนี้ 2.ให้ สพฐ.ไปปรับปฏิทินรับนักเรียน กำหนดวันประกาศและส่งรายชื่อนักเรียนกลุ่มต่าง ๆ ดังนี้ วันที่ 18 มี.ค. ประกาศรายชื่อรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษ วันที่ 27 มี.ค.ประกาศรายชื่อนักเรียนที่สอบผ่านการคัดเลือก วันที่ 29 มี.ค.ประกาศรายชื่อนักเรียนที่มีสิทธิ์เข้าเรียนทั้งหมด หากมีนักเรียนสละสิทธิ์ให้เอานักเรียนในบัญชีสอบคัดเลือกทั่วไปเลื่อนขึ้นมาแทน วันที่ 4 เม.ย.ให้โรงเรียนส่งรายชื่อนักเรียนที่มามอบตัวมายัง สพฐ.และวันที่ 10 มิ.ย.ให้สถานศึกษาส่งรายชื่อนักเรียนที่เข้าเรียนจริงหลังเปิดภาคเรียนมายัง สพฐ. และ3.ให้สพฐ.ย้ำกับเจ้าหน้าที่ทุกระดับให้ความร่วมมือการรับนักเรียนตามนโยบายรับนักเรียนปีนี้

 “ได้คุยกับเลขาธิการ กพฐ.แล้วเข้าใจตรงกันว่าการรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษให้ดำเนินการตามแนวปฏิบัติ 7 ข้อดังกล่าวซึ่งการรับนักเรียนในปีนี้ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายต่าง ๆ รวมทั้งเครือข่ายผู้ปกครองเพราะฉะนั้นไม่มีประโยชน์ที่เราจะไปตีความนักเรียนย้อนยุคกลับไปอีก”นายชินวรณ์ กล่าว