ไลฟ์สไตล์

ห่วงนร.ประถมคิดวิเคราะห์ไม่เป็นจี้ศธ.เร่งปฏิรูป

ห่วงนร.ประถมคิดวิเคราะห์ไม่เป็นจี้ศธ.เร่งปฏิรูป

14 มี.ค. 2554

นักวิชาการด้านการศึกษาชี้คุณภาพการศึกษาระดับประถมยังน่าห่วง เด็กอ่านออกเขียนได้มากขึ้นแต่คิดวิเคราะห์ไม่เป็น ชี้ปฏิรูปการศึกษาปรับหลักสูตรสอนวิชาการ70%และทำกิจกรรม30% พร้อมประเมินครูเน้นผลการสอนเป็นหลักมาถูกทาง แนะศธ.เร่งปฏิรูปการศึกษาก่อนยุบสภา

 เมื่อวันที่ 14 มี.ค.รศ.ดร.สมพงษ์    จิตระดับ     อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์   จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   กล่าวในการแถลงข่าวเปิดโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้ระดับประถมศึกษาโดยสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน(สสค.)ว่า   ปัจจุบันคุณภาพการศึกษาระดับประถมศึกษายังน่าเป็นห่วง  แม้เด็กจะอ่านออกเขียนได้มากขึ้น

  แต่เน้นการเรียนแบบท่องจำ ทำให้เด็กคิดวิเคราะห์ไม่เป็น ที่น่าตกใจมีเด็กประถมชอบไปโรงเรียนเพียง 50% เพราะการเรียนการสอนยังเป็นแบบท่องจำ  เนื้อหาบทเรียนก็เก่าตกยุค เป็นข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ และเด็กยุคใหม่รักโรงเรียนน้อยลง กล้าหนีโรงเรียน โดยจากการพูดคุยกับเด็กที่รับผิดชอบและเรียนดีบอกว่า รู้สึกเหมือนหนูทดลอง  การเรียนการสอนไม่นิ่งเพราะครูมักนำวิธีการใหม่ๆมาสอนเพื่อทำวิจัยและผลงานวิชาการใช้เลื่อนวิทยฐานะ

 รศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวอีกว่า  การแก้ปัญหาเด็กประถมคิดวิเคราะห์ไม่เป็นนั้น เชื่อว่าแนวทางปฏิรูปการศึกษารอบสองซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ได้ปรับหลักสูตรและการเรียนการสอนมาเป็นเรียนวิชาการ 70%  และกิจกรรม 30%  เพื่อจัดการเรียนการสอนแบบเรียนปนเล่นให้เด็กเรียนรู้โดยทำกิจกรรมและปฏิบัติจริง รวมทั้งการประเมินผลงานครูโดยเน้นดูผลการสอนเป็นหลัก    จะช่วยแก้ปัญหาได้  แต่ขณะนี้ยังไม่เห็นการขับเคลื่อนเป็นรูปธรรม

 "เมื่อรัฐบาลและศธ.มีนโยบายปฏิรูปการศึกษารอบสองและงบประมาณพร้อมแล้ว   อยากให้รัฐบาลและศธ.เร่งปฏิรูปการศึกษาให้เห็นผลเป็นรูปธรรมในช่วง 3 เดือนนี้ก่อนจะยุบสภา   หากไม่เร่งปฏิรูปการศึกษา  จะทำให้อนาคตอันดับคุณภาพการศึกษาไทยในระดับนานาชาติจากอันดับกว่า 50 จะตกต่ำลงไปกว่าเดิม"รศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว
 
 น.ส.ประพาฬรัตน์     คชเสนา       นักวิชาการประจำโครงการสสค.  กล่าวว่า    โครงการนี้มุ่งเน้นใน 3 หัวข้อได้แก่  1.พัฒนาสมรรถนะการอ่าน 2.การเรียนรู้ที่ทำให้เด็กรู้สึกสนุกและอยากเรียนรู้ไปพร้อมกัน และ3.การเรียนรู้ที่พัฒนาคุณลักษณะที่ดีงามของเด็กโดยแบ่งโครงการเป็น 2 ลักษณะได้แก่ 1.โครงการเดี่ยวให้งบสนับสนุน 50,000 บาท 2.โครงการกลุ่มสนับสนุนให้เกิดการช่วยเหลือแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อสร้างเครือข่ายโรงเรียนพี่โรงเรียนน้องให้งบสนับสนุน 50,000 -500,000 บาท จะเริ่มโครงการเดือนกรกฎาคมนี้ ทั้งนี้ เปิดรับสมัครโรงเรียนเข้ารับทุนในโครงการฯตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค.-14 เม.ย.นี้ โทร.0-2619-1811 ,www.QLF.or.th