ไลฟ์สไตล์

สร้างเขื่อนขัดแย้งพรมแดน
จี้พม่านัดถกแก้ปม-กระทบฝั่งไทย

สร้างเขื่อนขัดแย้งพรมแดน จี้พม่านัดถกแก้ปม-กระทบฝั่งไทย

15 มี.ค. 2554

ระนอง-หวั่นการสร้างเขื่อนชายฝั่งกระบุรี ลุกลามเป็นปัญหาพรมแดนสองประเทศ คณะกรรมการเร่งประสานพม่านัดถกแก้ปม หลังพบพม่าสร้างเขื่อนกินพื้นที่ไทย ด้านหน่วยงานความมั่นคง เผยตามข้อตกลงหากก่อสร้างต้องแจ้งสองฝ่ายทราบ แต่เหตุนี้พม่าไม่แจ้ง

 พ.อ.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผบ.หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี ประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-พม่า ด้าน จ.ระนอง-เกาะสอง (TBC) เปิดเผยว่า คณะกรรมการชายแดนได้เร่งประสานฝ่ายพม่าเพื่อให้กำหนดวันประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-พม่า ด้าน จ.ระนอง-เกาะสอง รอบปี 2554 ซึ่งถึงกำหนดรอบที่พม่าต้องรับเป็นเจ้าภาพ

 “ที่ผ่านมาพม่าได้กำหนดวันประชุมมาแล้ว 2 รอบ แต่ได้แจ้งเลื่อนโดยตลอดอ้างเหตุผลไม่พร้อม ซึ่งเหตุที่เราต้องการให้มีการประชุมเพราะพบว่าขณะนี้มีหลายประเด็นที่เป็นปัญหาอาจส่อไปสู่ความไม่เข้าใจระหว่างกัน อาทิ การสร้างแนวเขื่อนชายฝั่งแม่น้ำกระบุรี ที่ฝ่ายไทยแจ้งการก่อสร้างมาก่อนหน้านี้แต่เมื่อลงมือก่อสร้าง ฝ่ายพม่าก็ก่อสร้างด้านตรงข้ามแต่ไม่ได้แจ้งให้เราทราบ จึงจำเป็นต้องพูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจ นอกจากนี้ยังมีปัญหาพื้นที่ทับซ้อน ประมง แรงงานต่างด้าว รวมถึงประเด็นความร่วมมืออีกต่างๆ” พ.อ.พรศักดิ์ กล่าว

 นายไชยันต์ ปฏิยุทธ นายอำเภอกระบุรี จ.ระนอง กล่าวว่า พม่าได้สร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำกระบุรี ตรงข้ามบ้านแหลมน้ำพุ่ง หมู่ 4 ต.มะมุ โดยก่อสร้างเป็นเขื่อนหินทิ้ง แนวยาวกว่า 500 ม.ส่งผลกระทบให้แนวริมตลิ่งถูกกัดเซาะเป็นระยะทางยาวและกินลึกเข้ามาในฝั่งไทย ซึ่งเราได้แก้ปัญหาด้วยการก่อสร้างเขื่อนเป็นแนวยาวเช่นกันเพื่อป้องกันการกัดเซาะ โดยได้ชี้แจงผ่านการประชุมของทั้งสองฝ่าย และได้เป็นข้อตกลงร่วมกันว่าหากฝ่ายหนึ่งจะดำเนินการใดๆ บริเวณพื้นที่ใกล้แนวเขตแดนจะต้องแจ้งให้อีกฝ่ายทราบ ซึ่งเราปฏิบัติตามทุกครั้ง แต่เมื่อฝ่ายพม่าดำเนินการกลับไม่มีการแจ้งให้ฝ่ายไทยทราบแต่ประการใด

 นายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ ผู้ว่าฯ ระนอง กล่าวเสริมว่า ปัญหาน้ำกัดเซาะตามแนวชายฝั่งแม่น้ำกระบุรี ซึ่งกั้นพรมแดนไทย-พม่า ด้าน อ.กระบุรี เป็นปัญหามานาน ที่ผ่านมาจังหวัดได้เรียกประชุมคณะกรรมการป้องกันและพัฒนาตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำกระบุรี (ชายแดนไทย-เมียนมาร์) ร่วมหารือและกำหนดแนวทางแก้ไขมาตลอด ทั้งนี้ จากข้อมูลสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองระนอง พบแต่ละปีผืนดินฝั่งไทยถูกกระแสน้ำกัดเซาะหายไปไม่ต่ำ 3-5 เมตร โดยเฉพาะขณะนี้บางช่วงในพื้นที่ 3 ตำบล คือ ต.มะมุ น้ำจืด และปากจั่น ได้รับผลกระทบอย่างมาก