
โลกใบนี้ดนตรีไทย - อาฟเตอร์ช็อกกับที่เรียนดนตรีไทย
เมื่อวันศุกร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาผมได้เดินทางไปที่หาดใหญ่เพื่อไปแสดงในงานแต่งงานที่โรงแรมเจบี ในช่วงตอนเกือบบ่ายโมงผมก็ได้เข้าพักที่โรงแรมโนโวเทล ซึ่งอยู่กลางใจเมืองหาดใหญ่ ซึ่งในขณะที่ผมรอเข้าเช็กอิน ก็ลงไปนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟด้านล่างของโรงแรม ก็เล
หลังจากที่ผมได้ชมตึกรังนกใต้และจินตนาการไปถึงเมืองเกียวโตได้ไม่นาน ผู้จัดงานก็มาตามให้ผมขึ้นไปพักบนห้องชั้น 12 ของโรงแรมโนโวเทล เพื่อที่จะพักผ่อนเอนหลังนอนสักหนึ่งงีบ และก็หยิบรีโมททีวีเพื่อที่จะดูข่าวกีฬา แต่ปรากฏว่าไปเจอข่าวแผ่นดินไหวและสึนามิของประเทศญี่ปุ่น ตอนแรกเห็นรถกับเรือโดนน้ำพัดรวมกันผมยังคิดว่าเป็นภาพยนตร์ แต่พอรู้ว่าเป็นเรื่องจริงผมก็พยายามที่จะโทรไปหาเพื่อนที่อยู่จังหวัดเฮียวโกะ แต่ดันลืมโทรศัพท์เครื่องที่ใช้โทรต่างประเทศเอาไว้ที่บ้านก็เลยไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ก็คิดว่าเพื่อนๆ ชาวญี่ปุ่นของผมส่วนใหญ่จะอยู่แถวโอซากา คงจะปลอดภัยกันทุกคน
วันรุ่งขึ้นหลังจากที่ผมแสดงเสร็จก็เดินทางกลับมาถึงบ้าน ในเวลาตอน 5 โมงเย็น ก็เลยหยิบโทรศัพท์แล้วก็โทรไปหาเพื่อนที่อยู่เมืองเฮียวโกะซึ่งโอซากาและโกเบก็เป็นเมืองที่อยู่ในจังหวัดเฮียวโกะ ก็ได้ความว่าทุกคนที่อยู่เฮียวโกะ โกเบ และโอซากาปลอดภัยดี ไม่ได้มีอาการอาฟเตอร์ช็อก แต่ก็มีอาการโคงเคลงและมึนหัวอยู่เป็นบางช่วง ซึ่งในขณะที่คุยโทรศัพท์กับผมอยู่เขาก็บอกว่า เขาก็ยังมึนหัวคลื่นไส้ ซึ่งอาการมาจากแผ่นดินไหวเล็กๆ หรือแผ่นดินไหวไกลๆ ก็เท่ากับว่าแผ่นดินไหวบริเวณใต้ทะเลที่เกิดอาการอาฟเตอร์ช็อกในประเทศญี่ปุ่นนั้นยังไม่สงบและมีอาการอยู่นิดๆ แต่ที่หลายคนมีอาการคลื่นไส้ เหมือนกับบ้านของเขาโคลงเคลง ก็เป็นเพราะว่าที่ประเทศญี่ปุ่นเขาปลูกบ้านเรือนและตึกอาคารต่างๆ ให้มีความยืดหยุ่นต่อการเกิดแผ่นดินไหว ซึ่งข้อดีก็คือเวลาเกิดแผ่นดินไหวแล้วบ้านหรือตึกจะทรุดตัวยาก แต่ถ้ามีอาการแผ่นดินไหวนิดๆ บ้านหรือตึกก็จะมีอาการโคลงเคลงทันที ซึ่งผิดกับบ้านเรา กรณีที่เกิดแผ่นดินไหวพวกเราอยู่ในบ้านก็จะไม่ค่อยรู้สึกหรือมีอาการโคลงเคลง นอกจากจะอยู่ใกล้กันมาก แต่ถ้าว่ากันจริงๆ แล้ว ถ้าเกิดอาการแผ่นดินไหวรุนแรง บ้านหรือตึกของเรามีโอกาสที่จะทรุดตัวเร็วกว่าของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตรงนี้มันหมายถึงเทคโนโลยีการวางเสาเข็มของเขา ที่เกิดจากการที่เขาได้ประสบเหตุการณ์แผ่นดินไหวมานับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งถ้าใครจำได้เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว เมืองโกเบได้เกิดแผ่นดินไหวและมีคนเสียชีวิตมากกว่าครั้งนี้เสียอีก
คราวนี้จะกลับมาเขียนเรื่องที่ผมตั้งใจจะเขียนก็คือเมื่อฉบับที่แล้วมีผู้ปกครองหลายท่านสอบถามเกี่ยวกับสถานที่เรียนดนตรีไทย ซึ่งในช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอม ผู้ปกครองหลายท่านมีความประสงค์ให้บุตรหลานไปเรียนดนตรีไทยในช่วงปิดเทอม และในฉบับนี้ผมก็ได้รวบรวมสถานที่เรียนดนตรีไทยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลมาแนะนำให้ท่านผู้ปกครองและท่านผู้อ่านที่มีความคิดที่จะให้บุตรหลานของท่านไปเรียนดนตรีไทย ซึ่งก็มีทั้งฟรีและเสียเงิน รวมถึงใกล้ไกลกับบ้านท่านให้เลือกดังนี้ครับ
ที่แรกก็ที่หมู่บ้านภัสสร อยู่ที่แถว อ.บางบัวทอง ซึ่งเจ้าของโรงเรียนชื่อว่า อ.สุพัตร์ แย้มทับ เป็นครูดนตรีไทยที่มีชื่อเสียงโด่งดังในจ.นนทบุรี มากที่สุดในยุคนี้ก็ว่าได้ เนื่องจากมีลูกศิษย์อยู่มากมาย ซึ่ง อ.สุพัตร์ แย้มทับ รับสอนดนตรีไทยทุกชนิด แต่ก็เสียค่าเรียนเป็นชั่วโมงในราคาที่ถูกมาก
ที่ต่อไปก็ยังอยู่ที่จ.นนทบุรี ก็เสียสตางค์ค่าเรียนนิดหน่อย ก็คือบ้านของครูพุก แย้มสุวรรณ ซึ่งอยู่ที่ซอยวัดพุฒิปรางค์ บางศรีเมือง บางบัวทองครับ
แห่งที่ 3 ที่ผมจะแนะนำก็คือบ้านครูต่าย วุฒิชัย ซึ่งรับสอนดนตรีไทยทุกชนิดเหมือนกัน และก็เก็บค่าเรียนราคาถูกเช่นกัน ซึ่งบ้านครูต่ายอยู่แถวแยกทศกัณฑ์ พุทธมณฑลสาย 2 ไม่ใกล้ไม่ไกลแค่นี้เอง
คราวนี้ก็มาถึงที่เรียนฟรีบ้างก็มีสำนักของคุณอนันตชัย แมรา อยู่ที่ปากทางวัดส้มเกลี้ยงบางกรวย นนทบุรี ซึ่งเจ้านี้สอนจำพวกประเภทเครื่องตีหรือวงปี่พาทย์เหมือนกับผม แต่เขาดีกว่าผมก็เพราะว่าเขามีเวลาให้เด็กๆ มากกว่าผมนั่นเอง แต่ยังมีอีกนะครับก็คือบ้าน ครูสำรวย เปลมใจ ซึ่งอยู่แถวคลองบางเขน เอาเป็นว่าใครสะดวกตรงไหนก็เลือกกันได้ตามสะดวก ส่วนรายละเอียดติดต่อที่ [email protected]
และสำหรับในวันศุกร์นี้ ท่านผู้อ่านที่อยู่แถวพัทยา ชลบุรี ถ้าว่างๆ ก็เข้าไปเที่ยวงานเทศกาลดนตรีที่พัทยา ซึ่งในเวลา 1 ทุ่มตรง ตัวผมเองก็ไปแสดงร่วมกับวงทรีโอและกอล์ฟไมค์ ในช่วงของพิธีเปิดด้วยครับ...สวัสดีครับ
"ขุนอิน"



