
บทบาทหญิงไทยวันสตรีสากล"ศตวรรษใหม่สตรีสากล เพื่อสังคมเสมอภาค"
บทบาทของสตรี หรือผู้หญิง ในยุคปัจจุบัน ถือว่ามีความสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างมาก เพราะสตรี เป็นอีกหนึ่งพลังในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เศรษฐกิจ สังคม ด้วยภาระหน้าที่ทุกสิ่งอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานนอกบ้าน
ดูแลงานในบ้าน ดูแลบุตร สุขภาพของคนในบ้าน แถมต้องรับหน้าที่ของแม่ผู้ให้กำเนิด ให้ความรัก ความอบอุ่น ขัดเกลาสั่งสอน รวมถึงปลูกจิตสำนึกในสิ่งดีๆ ทว่าข่าวคราวการทำร้ายร่างกาย ความรุนแรงต่อสตรี ผลกระทบที่เกิดจากการกระทำของผู้ชาย อย่าง ท้อง แท้ง หรือแม้แต่ความไม่เสมอภาคระหว่าง หญิง ชาย ยังมีให้เห็นสม่ำเสมอ
วันที่ 8 มีนาคม ของทุกๆ ปี สหประชาชาติ กำหนดให้เป็น "วันสตรีสากล" ในปี 2554 สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลัก จึงได้กำหนด จัดการประชุมสมัชชาสตรีแห่งชาติ ร่วมกับวันสตรีสากล ในระหว่างวันที่ 14-16 มีนาคม 2554 ณ ห้องรอยัล จูบีลี บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี
นายศุภฤกษ์ หงษ์ภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ชี้แจงว่า ในฐานะที่ สค.เป็นกลไกหลักระดับชาติ ที่ทำหน้าที่ส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย และความเข้มแข็งของครอบครัว โดยกำหนดและพัฒนานโยบาย มาตรการ กลไก กฎหมายด้านการส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชาย การพัฒนาศักยภาพสตรี และเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ในกระบวนการจัดทำนโยบายสาธารณะ จึงกำหนดจัดสมัชชาสตรีครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้ง 3 ระดับ ได้แก่ ระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับชาติ
“เมื่อปีที่ผ่านมา ถือได้ว่าครบ 100 ปี วันสตรีสากล ในการจัดประชุมสมัชชาสตรีแห่งชาติ ปี 2554 จึงเป็นเสมือนการเฉลิมฉลอง และ สค.ได้มีการจัดประชุมสมัชชาสตรีระดับจังหวัด ระดับภาคใน 4 ภาค ระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2554 เพื่อเป็นเวทีสังเคราะห์ข้อเสนอของสมัชชาสตรีระดับจังหวัด เป็นข้อเสนอระดับภาค และนำเข้าสู่ที่ประชุมสมัชชาสตรีแห่งชาติ เพื่อสังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อรัฐบาลในวันสตรีสากล”
จากภาพรวมเวทีสมัชชาสตรีระดับภาค มีข้อเสนอทั้งหมด 14 ประเด็น อาทิ รณรงค์ปรับเจตคติความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย สิทธิมนุษยชน และสิทธิสตรีในครอบครัว ชุมชน และสังคม เพิ่มโอกาสช่องทางในการมีส่วนร่วมของสตรีทางการเมืองและการบริหาร ผลักดันระเบียบในการกำหนดสัดส่วนของหญิงชายในการเลือกตั้งทุกระดับ พัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำของสตรี เร่งรัดปรับปรุงประสิทธิภาพของกลไกขับเคลื่อนในการพัฒนาสตรี ปรับปรุงและพัฒนาองค์กรสตรีให้มีความเข้มแข็ง ส่งเสริมสนับสนุนสื่อเชิงสร้างสรรค์ ทบทวนกฎหมายที่ใช้ในการลงโทษสื่อลามกอนาจาร กำหนดกฎหมายควบคุมสื่ออย่างเคร่งครัด หรือผลักดันให้มีการดำเนินการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และการล่วงละเมิดทางเพศ และปลูกฝังค่านิยมและจิตสำนึกให้เยาวชนเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่น เป็นต้น จะนำไปสู่นโยบายระดับประเทศ
“ตอนนี้ต้องยอมรับว่าการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างหญิง ชาย และบทบาทของสตรีในขณะนี้มีมากขึ้น แต่มีบางเรื่องที่สตรีไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วม หรือมีน้อยมาก อย่างการเป็นนักการเมือง หรือตำแหน่งระดับแนวหน้าในการบริหารประเทศ เป็นต้น ดังนั้น การส่งเสริม พัฒนาสตรีในขณะนี้ต้องมุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจ และเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง รวมถึงต้องมีการปรับทัศนคติของคนรุ่นใหม่ โดยสื่อต้องนำเสนอมุมมอง ความคิด ไม่ใช่เรื่องการบ้านการเรือน ต้องให้ผู้หญิงเป็นคนทำเสมอไป ควรส่งเสริมให้ผู้ชายและเด็กชายมีส่วนร่วมแบ่งเบาภาระของผู้หญิงและเด็กหญิงด้วย เพราะจริงๆ แล้ว บทบาทสตรีมีมากกว่าการทำครัว หรืออยู่กับบ้านเพียงอย่างเดียว”
นายศุภฤกษ์ เล่าต่อว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในกลุ่มเด็ก สตรี และครอบครัวมีเกิดขึ้นตลอดเวลา อีกทั้งยังมีปัญหาสังคม เช่น การดื่มสุรา การพนัน ยาเสพติด ปัญหาเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรนำไปสู่การตั้งครรภ์ไม่พร้อมของวัยรุ่น ปัญหายาเสพติด ความรุนแรงในครอบครัว ทุกเรื่องที่นำไปสู่ความรุนแรงในเด็ก สตรี และครอบครัว ซึ่งล้วนเป็นปัญหาที่มีรากฐานมาจากความไม่เสมอภาค การแก้ปัญหาคุ้มครองสิทธิของสตรี จึงมีความจำเป็นอย่างมากที่ทุกภาคส่วนต้องเข้ามามีส่วนร่วม รณรงค์แก้ปัญหาและป้องกัน รวมถึงต้องสร้างความเข้มแข็งให้แก่สตรี เพราะหากสตรีเข้มแข็ง ครอบครัวจะแข็งแกร่ง ประเทศไทยจะแข็งแรงขึ้นด้วย
“วันสตรีสากลปี 2554” พม.เตรียมมอบรางวัลโล่เกียรติยศให้แก่บุคคลเกียรติยศดีเด่น ด้านการส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชาย และการคุ้มครองสิทธิสตรี ได้แก่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่สตรี บุคคล และหน่วยงานองค์กรดีเด่นสาขาต่าง ๆ 18 สาขา สาขาพิเศษ 1 สาขา รวม 32 รางวัล อาทิ รางวัลบุคคลดีเด่นด้านการส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชายและการคุ้มครองสิทธิสตรี,
สตรีดีเด่นในเวที/เครือข่ายระดับสากล, สตรีดีเด่นด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม, สตรีดีเด่นด้านการพัฒนาชุมชน ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีการปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ศตวรรษใหม่สตรีสากล เพื่อสังคมเสมอภาค” โดย นางกานดา วัชราภัย อดีตรองปลัดกระทรวง พม. ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ประธานคณะกรรมาธิการอาเซียนว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิสตรีและสิทธิเด็ก รวมทั้งการเสวนาเรื่อง “มิติหญิงชายกับการจัดการภัยพิบัติเชิงบูรณาการ”
ตบท้ายด้วย การเปิดตัวหนังสือ “มิติหญิงชายกับการจัดการภัยพิบัติเชิงบูรณาการ” และลงนามบันทึกความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ระหว่าง สค. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และมูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ร่วมงานรับทราบถึงการจัดการและการฟื้นฟูผู้ประสบภัยที่มุมมองมิติหญิงชาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
0ชุลีพร อร่ามเนตร 0 รายงาน



