ไลฟ์สไตล์

สาวที่มาสวนยางพารากว่า700ไร่ปมซักฟอก-ถอดถอน"ศุภชัย โพธิ์สุ"

สาวที่มาสวนยางพารากว่า700ไร่ปมซักฟอก-ถอดถอน"ศุภชัย โพธิ์สุ"

14 มี.ค. 2554

ศึกในการอภิปรายไม่ไว้ใจนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีร่วมรัฐบาล รวม 9 คนนั้น มี 8 คนที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติถอดถอนด้วย และในจำนวน 8 คนนั้น มี นายศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็น ส.ส.นครพนมเขต 5 พรรคภูมิใจไทย และเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ

 ปมที่มาของที่ดิน 700 ไร่นั้น บางส่วนเป็นสวนยางพารา ซึ่งที่ดินที่เกิดกรณีข้อพิพาทระหว่างนายศุภชัยกับชาวบ้านที่ทำกินอยู่ในเขตจัดสรรดงพะทาย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่หลายตำบลในเขต อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ซึ่งนายศุภชัยได้อ้างสิทธิครอบครองที่ดินจำนวนรวม 63 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 700 ไร่ โดยมีใบจอง (น.ส.2) ที่ซื้อมาจากชาวบ้านเป็นหลักฐาน ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนต่างไม่ยอมถอย โดยอ้างว่าเป็นที่ดินทำกินของครอบครัวมาหลายสิบปี ทำให้นายศุภชัยเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับชาวบ้านบางราย ในข้อหาบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์

 นายประเสริฐ นามพะทาย อายุ 60 ปี ชาวบ้านบ้านพะทาย ต.พะทาย อ.ท่าอุเทน ซึ่งถูกนายศุภชัยแจ้งความดำเนินคดี กล่าวว่า บรรพบุรุษของตนอาศัยอยู่ที่นี่มาหลายชั่วอายุคนแล้ว กระทั่ง ปี 2519-2520 ทางการได้เข้ามาจัดสรรที่ดงพะทาย โดยแบ่งที่ดินออกเป็นแปลง แปลงละ 10 ไร่ เพื่อให้คนยากจนมีที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัยแปลงละ 1 ไร่ ทางการจัดให้ชาวบ้านทั้งจังหวัดมาจับสลากกัน

 ส่วนที่ดินแปลงที่พิพาทกับนายศุภชัยนั้น นายประสิทธิ์บอกว่า ได้เข้าทำกินอยู่ก่อนที่ทางการจะเข้าจัดสรรเสียอีก หลังจากจับสลากเสร็จปรากฏว่ามีคนจับได้ที่ดินแปลงที่เขาทำกินอยู่แล้ว แต่คนที่หยิบสลากเห็นว่าเขาทำกินอยู่แล้วจึงสละให้ ในลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ต่อมานายศุภชัยได้ไปเช่าที่ที่ชาวบ้านปลูกอ้อยแปลงข้างเคียงกับของเขา โดยมิไม่ได้รุกล้ำเข้ามาในเขตที่ดินแต่อย่างใด แต่เมื่อไม่นานมานี้ ลูกน้องของนายศุภชัยนำรถไถเข้าบุกไถที่นาของตนา พร้อมนำต้นยางพารามาปลูกทันทีในวันรุ่งขึ้น จึงคัดค้านทัดทานแต่ไร้ผล

 "ผมมองว่าเป็นการกระทำที่ใช้อำนาจข่มเหงรังแกกันมากเกินไป ผมเป็นเพียงชาวบ้านยากจนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น ไม่มีอำนาจบารมีอะไรที่จะมาสู้รบปรบมือด้วยเลย ความจริงผมขอร้องให้ครูแก้ว (ชื่อเล่นของนายศุภชัย) หยุดการปลูกยางไว้ก่อน เพื่อรอให้มีการพิสูจน์สิทธิกันให้เสร็จสิ้นเสียก่อน แต่ครูแก้วก็ไม่ยอม ผมและชาวบ้านที่ถูกรังแกก็จะขอต่อสู้ต่อไป" นายประเสริฐ กล่าว

 ขณะที่ นายศุภชัย ยืนยันเสมอว่า ได้ที่ดินเหล่านี้มาด้วยความบริสุทธิ์ และได้เข้าทำประโยชน์ตั้งแต่ปี 2531-2532 ขณะที่ยังเป็นครูใหญ่ที่โรงเรียนบ้านท่าหนามแก้ว ส่วนที่ดินทุกแปลงที่มีปัญหาได้ซื้อใบจองจากเจ้าของเดิมและเข้าครอบครองทำกิน 16-17 ปีแล้ว โดยปลูกอ้อยกว่า 7 ปี ต่อมาปลูกต้นยูคาลิปตัส ไม่เคยมีปัญหา ช่วงนั้นมีชาวบ้านบางส่วนเข้ามาขอทำกินเป็นบางแปลง จึงอนุญาตให้เข้าทำกินได้เป็นบางราย แต่มีบางรายมาอ้างว่าได้เข้าทำกินในที่ดินก่อนที่เขาจะเข้าครอบครอง ที่ผ่านมาได้พยายามประนีประนอม แต่ก็ยังมีชาวบ้านบางส่วนไม่ยอม จึงได้ไปร้องทุกข์ถึงอำเภอและจังหวัด รวมถึงร้องสื่อมวลชนด้วย

 "ตลอดค่อนชีวิต ตั้งแต่เป็นนักเรียนนักศึกษาจนถึงปัจจุบัน ได้ต่อสู้เพื่อคนยากคนจนมาโดยตลอด ทั้งๆ ที่เป็นเพียงครูบ้านนอกจนๆ คนหนึ่ง แต่ก็ยังได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 5 นครพนม เลือกให้เป็น ส.ส.ถึง 2 สมัย เพราะผมสู้เพื่อคนยากคนจนมาโดยตลอด ปัญหาที่มีผู้กล่าวหาว่าแย่งที่ดิน หรือข่มเหงคนจนไม่ตรงกับข้อเท็จจริงครับ เพื่อทุกอย่างให้ยุติ และเกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย จึงขอให้เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหลักฐานและพยานที่มีอยู่ แต่ผมได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอุเทน  เพื่อเอาผิดผู้บุกรุกที่ดินของผม หากผลการตัดสินของศาลเป็นประการใดผมก็พร้อมยอมรับครับ" นายศุภชัย กล่าว

 ขณะที่ นายณรงค์ บัวภิรมณ์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครพนมสาขา อ.ท่าอุเทน เปิดเผยว่า จากเอกสารของทางราชการที่ยังหลงเหลืออยู่พอจะสรุปได้ว่า เดิมที่ดินโคกพะทาย หรือ ดงพะทาย รัฐได้เข้าแบ่งแปลงจัดสรร ให้ชาวบ้านที่ยากจนและไม่มีที่ทำกินได้จับสลากเข้าทำกินตามโครงการจัดสรรที่ดินแปลงใหญ่ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ส่วนที่ 4 และส่วนที่ 5 โดยจะจัดสรรให้ชาวบ้านแปลงละ 10 ไร่

 ตามข้อเท็จจริงมีชาวบ้านบางส่วนเข้าทำกินในบริเวณนั้นมาก่อนแล้ว หลังจากที่มีการจับสลากว่าใครได้ที่ตรงไหนแล้ว ทางราชการก็จะออกใบจองให้ตามรายชื่อที่จับสลากได้ แต่เนื่องจากขณะนั้นการคมนาคมไปมายังไม่สะดวก ชาวบ้านต่างถิ่นที่จับสลากได้ก็ไม่มาทำกิน ที่ดินก็ทิ้งร้างว่างเปล่าเรื่อยมา ซึ่งกรณีนี้ตามกฎหมายที่ดินให้ทางการออกใบเตือนให้ผู้ถือใบจองให้รีบเข้าทำประโยชน์ มิฉะนั้นจะต้องถูกจำหน่ายสิทธิ์ออกไป ที่ดินที่ถูกจำหน่ายสิทธิ์จะตกเป็นสมบัติของแผ่นดินตามเดิม หลังจากนั้นทางการก็จะหาผู้ยากจนที่ขาดที่ทำกินเข้าไปทำประโยชน์แทน แต่ในทางปฏิบัติส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ดำเนินการติดตามตรวจสอบว่ามีชาวบ้านรายใดเข้าทำกินหรือไม่ได้เข้าทำกินบ้าง หลังจากออกใบจองให้แล้วชาวบ้านจะทำอย่างไรก็ไม่มีการตรวจสอบอีกเลย

 ต่อมาที่ดินจัดสรรดงพะทายทั้งสองส่วนในปัจจุบัน ได้มีนายทุนหลายรายเข้าไปทำประโยชน์ โดยการทำสวนยาง ซึ่งมีลักษณะเหมือนกันคือ กว้านซื้อใบจองจากชาวบ้าน ชาวบ้านบางรายก็ทำตัวเป็นนายหน้าวิ่งหาที่ดินให้นายทุนที่มารับซื้อใบจองของชาวบ้านในราคาถูกๆ หลังจากรวบรวมใบจองที่มีเนื้อที่ติดต่อกันจนได้ที่ดินผืนใหญ่ก็ดำเนินการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ที่ดินเพื่อขอออกเอกสารสิทธิ โดยใช้ช่องโหว่ของกฎหมายที่ดิน คือ หลังจากที่เจ้าของรายใหม่ทำประโยชน์นานกว่า 3 ปี ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3, น.ส.3 ก. หรือ น.ส.3 ข.) หรือโฉนดที่ดินได้ แต่หนังสือรับรองการทำประโยชน์หรือโฉนดนั้น จะต้องตกอยู่ในบังคับห้ามโอนตามเงื่อนไขที่กฎหมายที่ดินกำหนด

 อย่างไรก็ตาม คนใกล้ชิดนายศุภชัยบอกว่า เรื่องที่ดินที่พิพาทนั้น นายศุภชัยได้ถอนฟ้องหลังจากเป็นรัฐมนตรีช่วยไม่นาน เพราะไม่อยากถูกข้อครหากับตำแหน่ง และมีชาวบ้านบางรายที่อยากจะขายที่ดินนายศุภชัยซื้อเอาไว้ไร่ละ 1-2 หมื่นบาท แต่ชาวบ้านรายที่ไม่ประสงค์จะออกจากที่ดินก็ยังอยู่ที่เดิม ทั้งที่ไม่ได้เอกสารสิทธิอะไร มีเพียงใบจอง จนถึงทุกวันนี้

ทีมศูนย์ข่าวภาคอีสาน