ไลฟ์สไตล์

กสพท.ตัดสินนร.นำมือถือเข้าสอบ14มี.ค.

กสพท.ตัดสินนร.นำมือถือเข้าสอบ14มี.ค.

10 มี.ค. 2554

ตามที่เมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมาศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวกรณีนายภาณน ศรีธเนศกุล นักเรียนชั้นม. 6 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาที่เข้าสอบกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) ประจำปีการศึกษา 2554

 และถูกตัดสิทธิ์ไม่ประกาศผลคะแนนวิชาภาษาไทยและสังคม  โดยกสพท.ให้เหตุว่า นายภาณนทำผิดข้อปฏิบัติสอบนำโทรศัพท์มือถือไปที่สนามสอบ  และไม่ได้ปิดมือถือ   ทำให้เกิดเสียงนาฬิกาปลุกดังรบกวนผู้อื่น  จึงหมดโอกาสสอบติดคณะแพทย์รพ.พระมงกุฎเกล้าฯ 

 ทั้งนี้  ศาลให้กสพท.ตรวจคะแนน  2  วิชาข้างต้นให้แก่นายภาณนและให้กสพท.นำผลคะแนนที่ได้นี้ไปรวมกับวิชาที่เหลือเพื่อคิดคำนวณว่านายภาณนจะสอบติดคณะแพทย์ที่ใดที่หนึ่งหรือไม่   โดยศาลพบข้อเท็จจริงว่าผู้คุมสอบของกสพท.ไม่ได้ยินเสียงปลุกของโทรศัพท์และนักเรียนที่นั่งอยู่ในห้องสอบ ก็ไม่มีผู้ใดได้ยิน   ไม่ปรากฏว่ามีการโทรศัพท์เข้ามาในมือถือนายภาณนในช่วงเวลาดังกล่าว  และไม่พบเครื่องมือสื่อสารอื่นใดในตัวนายภาณน  จึงไม่เป็นการติดต่อสื่อสารที่จะทำให้ได้เปรียบเสียเปรียบ แสดงว่านายภาณนไม่มีเจตนาทุจริตนั้น

 ศ.พญ.บุญมี สถาปัตยวงศ์ ประธานคณะอนุกรรมการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตและหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต ปีการศึกษา 2554 ด้วยระบบรับตรงของกสพท. กล่าวว่า ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว พร้อมดำเนินการตามที่ศาลมีคำสั่ง ทั้งนี้ ในเบื้องต้น กรณีนักเรียนพกโทรศัพท์มาสอบนั้นมีกว่า 10  ราย และถือว่าทำผิดระเบียบการเข้าสอบ แต่รูปแบบการผิดระเบียบจะแตกต่างกันไป

 ศ.พญ.บุญมี กล่าวอีกว่า  ในวันที่ 14  มี.ค.นี้ ทางที่ประชุมกสพท. จะนำกรณีเหล่านี้มาคุยกันด้วย เพื่อดูรายละเอียดว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยกสพท.จะต้องพิจารณาเรื่องทั้งหมดอย่างรอบคอบ เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะไปกระทบกับเด็กคนอื่น ๆได้ และอาจจะมีการฟ้องร้องกันตามมาอีก ส่วนกรณีที่เด็กกังวลว่าการสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกายเสร็จไปแล้ว อาจจะทำให้เสียสิทธิ์ ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นปัญหา เพราะการดำเนินการยังเหลือเวลาอีกนาน และถ้าที่ประชุมตัดสินออกมาอย่างไรดำเนินการได้ทันที

กสม.มีมติยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครอง

 นายปริญญา ศิริสารการ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) แถลงถึงกรณีที่ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษายกฟ้องคดีที่กสม. , น.ส.ศรัญญา จันนามวงศ์ ผู้ฟ้องคดีที่ 1-2 และน.ส.ศิริขวัญ เจริญสุขโสภณ ผู้ร้องสอด ยื่นฟ้องประธานกรรมการบริหารกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย และกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่1-2 เนื่องจากถูกตัดสิทธิสอบตรงเข้าคณะแพทยศาสตร์ รามาธิบดีผ่านการสอบของกสพท.ในปีการศึกษา 2554 เพราะหลักฐานการสมัครสอบไม่ครบ ขาดรูปถ่ายจำนวน 1 ใบจากทั้งหมดที่ต้องการคือ 5 ใบ โดยศาลเห็นว่าคำสั่ง กสพท. ชอบด้วยกฎหมาย ว่า ที่ประชุมกสม. มติให้อุทธรณ์คดีดังกล่าวนี้ต่อศาลปกครองสูงสุด เนื่องจากเห็นว่าคำพิพากษาศาลปกครองยังมีความคลาดเคลื่อนทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

 นายปริญญา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมกสม. ยังได้พิจารณากรณีที่กสม.ดำเนินการช่วยเหลือทางด้านคดีให้แก่นายภาณน ศรีธเนศสกุล ยื่นฟ้องกสพท.ต่อศาลปกครองกลาง เนื่องจากถูกตัดสิทธิไม่ประกาศคะแนนวิชาภาษาไทย โดยอ้างว่านายภาณน ไม่ปิดโทรศัพท์มือถือและมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นนอกห้องสอบในระหว่างการสอบ โดยศาลได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวในคดีดังกล่าวเมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยสั่งให้กสพท. ตรวจคะแนนวิชาภาษาไทยของนายภาณน เพื่อเข้ารับการคัดเลือกเข้าศึกษาในคณะแพทย์ อย่างไรก็ตามกสม. จะติดตามจนกว่าคดีจะถึงที่สุด