
เวลา-ความเข้าใจ-ความรู้บันได3ขั้นเลี้ยงลูกยุค2554
สิ่งสำคัญในการเลี้ยงลูกให้เติบโตเป็นคนดี ท่ามกลางสังคมเทคโนโลยีล้ำสมัยนั้น สิ่งจำเป็นอย่างมากที่เป็นตัวช่วยให้คุณแม่ยุค 2554 สามารถเลี้ยงดูบุตรหลานได้ง่ายขึ้นนั้น "พญ.เพียงทิพย์ หังสพฤกษ์"
จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลมนารมย์ ระบุว่า จำเป็นจะต้องมีบันได 3 ขั้น คือเรื่องของ "เวลา ความเข้าใจ และความรู้" ในการเลี้ยงลูก เพราะเด็กในยุคนี้มีความแตกต่างและไม่เหมือนกัน อีกทั้งยังมีเรื่องของเทคโนโลยีและกระแสของวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามา อาจจะทำให้โจทย์ในการเลี้ยงลูกดูยากขึ้นอีก
พญ.เพียงทิพย์ อธิบาย บันไดขั้นที่หนึ่ง ว่าคุณแม่จะต้องมีเวลาที่มีคุณภาพให้ลูก พูดคุยกันระหว่างแม่กับลูก มีเวลาไปเดินเล่น ดูหนัง ทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีระหว่างแม่และลูก แต่แม่บางคนใช้เวลาตอนเช้าและเย็นในการขับรถไปรับส่งลูกที่โรงเรียน เอาเวลาที่อยู่บนรถเป็นเวลาในการพูดคุยกับลูก แต่บางครั้งการคุยกันบนรถอาจไม่ใช่ทางออกเสมอไป เนื่องจากเวลาพูดคุยกันลูกอาจไม่ได้สนใจ อาจจะเออออไปด้วย แต่มืออาจจะเล่นเกมในมือถือ เล่นเฟซบุ๊ก ทำให้แม่กับลูกไม่ได้มองเห็นการแสดงออกของอีกฝ่าย ปฏิกิริยา หรือการใช้ภาษากาย
"หากไม่มีธุระด่วนหรืองานเร่งด่วนกะทันหัน ควรพูดคุยถามถึงปัญหาของลูกด้วยความห่วงใย ไม่ใช่จับผิด การพูดคุยแบบนี้จะทำให้ลูกรู้สึกอุ่นใจและกล้าเล่าให้แม่ฟังเมื่อมีปัญหา หากแม่ไม่มีเวลาคุยกับลูกเพราะต้องทำงานหนัก แล้วบอกกับลูกว่าต้องเข้าใจและเห็นใจแม่ ถ้าหากมีปัญหาอะไรก็ให้มาปรึกษาแม่ ลักษณะแบบนี้ลูกจะไม่กล้าพูดคุยหรือปรึกษาแม่แน่นอน
ตามธรรมชาติของเด็กตั้งแต่วัยประถมขึ้นไป ถือว่าเป็นวัยที่เริ่มมีความเกรงใจ หากพ่อแม่บอกว่าไม่มีเวลา แต่ถ้าหากลูกมีปัญหาเรื่องการเรียน เพื่อนรังแก ทะเลาะกับครู หรืออกหัก ตามธรรมชาติแล้วเด็กจะไม่ปรึกษาพ่อแม่ เขาจะคิดว่าไม่อยากเอาภาระไปให้พ่อแม่ เพราะเห็นพ่อแม่บอกว่าไม่มีเวลา เด็กก็เลยใช้ความสามารถแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง อาจจะผิดพลาดได้ ถ้าหากพ่อแม่ไม่เกิดความเอะใจหรือระแวงว่าลูกจะเกิดความเกรงใจและอาจจะเก็บปัญหาเอาไว้ เมื่อเกิดความผิดพลาดไปแล้วก็จะมาเสียใจและเสียดายที่ไม่มีเวลาให้ลูก ซึ่งไม่ใช่ข้ออ้างที่ดีสำหรับแม่ เหมือนกับเป็นการโยนความรับผิดชอบให้ลูก”
พญ.เพียงทิพย์ ระบุถึง บันไดขั้นที่สอง ว่า แม่จะต้องมีความเข้าใจลูกว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ต้องการสิ่งไหน และนิสัยใจคอของลูกเป็นอย่างไร เพราะเรื่องของความเข้าใจระหว่างแม่กับลูกถือเป็นสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญในการเลี้ยงลูกยุคนี้ เพราะบางทีหากแม่ไม่มีความเข้าใจลูกว่าลูกชอบหรือต้องการสิ่งไหน แม่ก็จะไม่รู้และพยายามเลือกสิ่งต่างๆ ให้ลูกด้วยเหตุผลของตัวเอง อาจมองข้ามความชอบ ความต้องการ และความเหมาะสมกับบุคลิก อารมณ์ นิสัยของลูกไป ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย อาจจะทะเลากันรุนแรงได้ ทำให้แม่ลูกมีปัญหาด้านความสัมพันธภาพ ต่อไปอาจจะทำให้ลูกต่อต้าน หรืออาจจะทำอะไรที่ไม่คาดคิดได้ เช่น หนีออกจากบ้าน หรือแอบไปทำอะไรที่ไม่ดี ไม่เหมาะสม เพราะเด็กเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเองว่าเขามีสิทธิ์ และมีความต้องการที่จะเลือกอะไรได้
“อยากให้คุณแม่ลองเช็กดูว่าตัวเราเป็นกลางหรือเปล่า มีความเห็นอกเห็นใจ เข้าใจลูกแค่ไหน เพราะการที่ลูกได้รับสิ่งดีๆ เยอะแยะมากมายที่แม่พยายามทำและเลือกให้นั้น แท้จริงแล้วนั้นลูกอาจไม่ต้องการสิ่งเหล่านั้นเลย ลูกอาจต้องการอะไรที่แตกต่างออกไป"
ส่วน บันไดขั้นที่สาม พญ.เพียงทิพย์ แนะนำว่า พ่อแม่ยุคนี้จะต้องมีความรู้ในการเลี้ยงลูก เพราะเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน แม่บางคนใช้ความรู้และวิธีที่ตนเองเคยประสบความสำเร็จมา บางทีก็ได้ผลและไมได้ผล พ่อแม่ควรมีสติ คอยสังเกต อย่าไปยึดติดกับลูกตนเอง และยึดติดกับสิ่งที่เคยได้ผล หากไมได้ผลก็ควรเปลี่ยนวิธี เลิกใช้ และหาแนวทางวิธีใหม่ๆ แทน ซึ่งมีความรู้มากมายทั้งจากอินเทอร์เน็ต หนังสือ การอบรม สัมมนาต่างๆ หรืออาจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเพื่อนร่วมงาน
"เพราะบางทีเพื่อนร่วมงานอาจจะมีลูกวัยใกล้เคียงกัน หรือโตกว่า สามารถเล่าถึงประสบการณ์การเลี้ยงลูกให้กันได้ เช่น แม่บางคนอาจจะใช้วิธีทำโทษลูกแบบนี้ แล้วไม่ได้ผลแต่สำหรับแม่บางคนใช้อีกวิธีลูกกลับเข็ดหลาบและไม่กล้าทำอีก ก็อาจจะลองนำวิธีที่ได้ผลของแม่อีกคนไปใช้ดู ที่สำคัญผู้ที่เป็นแม่ควรเปิดใจให้กว้าง ยอมรับฟังวิธีการใหม่ๆ จากเพื่อนๆ ซึ่งถือเป็นการแลกเปลี่ยนที่ได้ผลและมีประโยชน์สำหรับแม่ยุคนี้"
เพื่อเป็นการให้ความรู้พ่อแม่ยุคใหม่ ให้สามารถเลี้ยงและพัฒนาลูกได้อย่างมีความสุข และรับมือกับลูกที่มีปัญหาทางด้านพฤติกรรม โดยเฉพาะเด็กดื้อ เด็กซน และเด็กสมาธิสั้น ได้อย่างถูกวิธี สามารถสอบถามข้อมูล 0-2725-9595, 0-2399-2822 ต่อ 544



