ไลฟ์สไตล์

หน้า ศก./ "ใบโพธิ์" นำร่องลดดอกเบี้ย 0.50%

หน้า ศก./ "ใบโพธิ์" นำร่องลดดอกเบี้ย 0.50%

11 ธ.ค. 2551

หน้า ศก./ "ใบโพธิ์" นำร่องลดดอกเบี้ย 0.50% บอร์ด ธอส.เร่งหารือจ้องปรับตาม-สศช.ชี้ปีหน้า ดบ.ขาลง แบงก์ไทยพาณิชย์รับลูกสัญญาณแบงก์ชาติ นำร่องหั่นดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากประจำลง 0.50% ยกเว้นออมทรัพย์ยังคงที่ห่วงกระทบรายย่อย มีผล 8 ธันวาคมนี้ ด้านบอร์ด ธอส.ถกด่วนหั่นดอกเบี้ยตาม สศช. มองแบงก์พาณิชย์เริ่มทยอยลดดอกเบี้ยในปีหน้า นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจขาลง โดยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมทุกประเภทลง 0.50% อย่างไรก็ตาม ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ธนาคารได้พิจารณาให้ส่งผลกระทบต่อผู้ฝากเงินรายย่อยน้อยที่สุด โดยอัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เงินฝากประจำทุกประเภทปรับลด 0.50-1% ฝากประจำ 6 เดือน ยอดไม่เกิน 5 แสนบาท อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 2% การปรับลดครั้งนี้มีผลวันที่ 8 ธันวาคมนี้ เป็นต้นไป ดร.นริศ ชัยสูตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้คณะกรรมการธนาคารรีบประชุมเพื่อพิจารณาอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร ว่าควรจะปรับลงในอัตราเท่าใด หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมา 1% ซึ่งคาดว่าคณะกรรมการจะมีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวเร็วๆ นี้ เพราะถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ควรพิจารณา ทั้งนี้โดยหลักของการปรับอัตราดอกเบี้ย จะต้องปรับทั้งสองขา คือ ทั้งด้านดอกเบี้ยเงินฝาก และ เงินกู้ ส่วนจะปรับในจำนวนเท่าใด ต้องพิจารณาถึงต้นทุนของธนาคารเป็นสำคัญ เพราะหากปรับเฉพาะดอกเบี้ยเงินกู้ก็จะกระทบต่อต้นทุนของธนาคารมาก แต่ด้านดอกเบี้ยเงินฝาก ก็ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะหากปรับลดมาก ก็จะกระทบต่อสภาพคล่องของธนาคาร เพราะเงินฝากจะไหลไปอยู่กับธนาคารอื่น ด้าน ดร.อำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวถึงกรณี กนง.ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 1% ว่า กนง.ให้น้ำหนักกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจค่อนข้างมาก เพราะมองว่าเศรษฐกิจไทยอีก 6-7 เดือนข้างหน้าอยู่ในภาวะชะลอตัวอย่างหนัก ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ที่ออกมาชี้ให้เห็นถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยชัดเจน นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังได้รับผลกระทบจากวิกฤติการเงินโลก ที่ขยายวงและลุกลามอย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นว่าวิกฤติการเงินโลกครั้งนี้รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้